มาตรการควบคุมโควิด-19 ทำคนจีนเที่ยวช่วง Golden Week น้อยลง

ต่างประเทศ
29 ก.ย. 65
17:36
282
Logo Thai PBS
มาตรการควบคุมโควิด-19 ทำคนจีนเที่ยวช่วง Golden Week น้อยลง
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวในจีนช่วง Golden Week อาจแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี เพราะ ปชช.กังวลนโยบายโควิดเป็น 0 ทำให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง

ยอดนักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์หยุดยาวของประเทศจีน หรือ โกลเด้น วีค (Golden Week) ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-7 ต.ค.2565 อาจจะแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี นักวิเคราะห์ด้านการท่องเที่ยวของจีน ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะประชาชนมีความกังวลถึงนโยบายโควิด-19 เป็น 0 (Zero Covid) ของรัฐบาล ทำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวและการกลับบ้านเกิด

วันนี้ (29 ก.ย.2565) สำนักข่าวต่างประเทศ REUTERS รายงานว่า สัปดาห์ โกลเด้น วีค ของประเทศจีน ถือว่าเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ยาวนานที่สุดช่วงหนึ่งที่ประชาชนชาวจีนรอคอยมาตลอดทั้งปี
แต่ในขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการการป้องกันโควิด-19 และเปิดให้มีการเดินทางมากขึ้น แต่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจีนกลับสวนทาง ชาวจีนต้องเผชิญกับความกังวลเรื่อง “โควิด-19” ถึง 2 เท่า ทั้งนโยบาย Zero Covid และ การล๊อคดาวน์ทั่วเมือง

Liu Simin เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของสถาบันวิจัยในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า 


เป็นเรื่องยากที่จะหวังให้การท่องเที่ยวกลับมาดีเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด


ส่วนทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เรียกร้องให้ประชาชนชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วง โกลเด้น วีค ที่จะถึงนี้ และออกมาตรการใหม่ ให้ประชาชนที่จะเดินทางทั้งทางเครื่องบิน รถยนต์ รถไฟ ต้องมีผลตรวจ โควิด-19 เป็นลบ ไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง 


การใช้มาตรการคุมเข้มเรื่องโควิด-19 ทั้งประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจในจีนชะลอตัว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซาลง อัตราการว่างงานสูงขึ้น ผลักดันให้คนเริ่มเข้มงวดกับการใช้จ่ายของตัวเองมากขึ้น

บริษัทให้บริการด้านการบิน VariFlight คาดการณ์ว่า ภาพรวมทั้งปีของการโดยสารเครื่องบิน จะมีอยู่ราว 7.8 ล้านเที่ยวบิน ซึ่งลดลงร้อยละ 16 จากปีที่แล้ว ในขณะที่เที่ยวบินโดยสารรายวันจะลดลงอย่างน้อยร้อยละ 20 เช่นเดียวกันกับกระทรวงคมนาคม ที่คาดการณ์ว่าจำนวนผู้เดินทางทางถนนจะลดลงถึงร้อยละ 30

ที่มา : Reuters

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ