มีคำตอบ! วิ่งเทรลเกิดภาวะไตวาย เหตุขาดน้ำจากการเสียเหงื่อ

สังคม
10:52
จำนวนผู้ชม 2,268
มีคำตอบ! วิ่งเทรลเกิดภาวะไตวาย เหตุขาดน้ำจากการเสียเหงื่อ
หมอเตือนภัยนักวิ่ง เพราะเสียเหงื่อมาก ร่างกายเติมน้ำ และเกลือแร่ชดเชยไม่ทัน ไม่ควรหักโหม พร้อมเช็กสัญญานเตือนเมื่อร่างกายขาดน้ำ และข้อห้ามก่อนลงวิ่ง

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก "คนเดียว ก็วิ่งได้" ได้มีการโพสต์เรื่องการวิ่งว่าอาจจะเกิดภาวะไตวายได้ นพ.อุดม อัศวุฒมางกุร ผอ.กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า การเกิดภาวะไตวายจากกรณีดังกล่าวน่าจะเกิดจากการขาดน้ำ เพราะหากวิ่งนานๆ จะเสียน้ำในรูปแบบของเหงื่อ

แต่ถ้าไม่มีการชดเชยน้ำ หรือเกลือแร่อย่างเหมาะสม แต่ไปออกแรงเยอะ ร่างการะส่งเลือดไปยังหัวใจและสมองก่อน มิเช่นนั้นร่างกายจะแย่และอันตรายได้

นพ.อุดม กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ขอให้ตระหนักแต่ไม่ตระหนก เพราะการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วการออกกำลังกายทั่วๆ ไป ไม่เกินลิมิต เกิดผลดีมากกว่าโทษ

โดยแนะนำว่าประมาณ 30 นาที หรือ 60 นาทีควรดื่มน้ำชดเชย ซึ่งการจัดงานวิ่งโดยทั่วไปต้องมีจุดให้น้ำตามระยะทางที่เหมาะสมตามมาตรฐานการจัดงาน คือ ทุกประมาณ 2-4 กิโลเมตร ที่จะมีจุดให้บริการน้ำ

แนะเทคนิคก่อนลงวิ่ง-ป้องกันขาดน้ำ

ขณะที่เฟซบุ๊กของโรงพยาบาลสมิติเวช โพสต์ข้อมูล ขาดน้ำขณะวิ่ง อันตรายกว่าที่คิด โดยระบุว่า ในกรณีที่ขาดน้ำเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะเริ่มเป็นตะคริว หัวใจเต้นเร็วขึ้น เวียนศีรษะจากความดันโลหิตที่ลดลง หัวใจทำงานหนักมากขึ้น หากยังไม่รีบดื่มน้ำ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นักวิ่งควรดื่มน้ำประมาณ 200 มิลลิลิตร ก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมง ขณะวิ่งในวันที่ร้อนและเสียเหงื่อมากก็ควรดื่มมากขึ้น โดยแบ่งการดื่มออกเป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณ 15-20 นาที

เมื่อวิ่งเสร็จแล้ว นักวิ่งควรดื่มน้ำทดแทน เท่ากับน้ำหนักตัวที่หายไปในระหว่างการวิ่ง เนื่องจากน้ำหนักที่หายไปส่วนใหญ่ เป็นน้ำหนักของน้ำที่เสียไปกับเหงื่อ

เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายคนเราจะมีอุณภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้เหงื่อออกมาก ซึ่งการเสียเหงื่อออกแสดงว่าร่างกายเสียน้ำ บางคนคิดว่ายิ่งเหงื่อมากยิ่งดี ผอมเร็ว แต่หากไม่มีการชดเชยน้ำที่เสียไป อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) คือการสูญเสียเหงื่ออย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการชดเชยน้ำเข้าสู่ร่างกายไม่ทันเวลา ส่งผลให้ปากแห้ง กระหายนํ้า ปัสสาวะมีสีเข้ม เวียนศีรษะ เป็นตะคริว อาจส่งผลให้ไตวายเฉียบพลัน ในที่สุด

ภาพประกอบข่าว มีคำตอบ! วิ่งเทรลเกิดภาวะไตวาย เหตุขาดน้ำจากการเสียเหงื่อ

สัญญาณเตือนเมื่อขาดน้ำ

  • กระหายน้ำ ปากแห้ง เมื่อเริ่มขาดน้ำร่างกายจะฟ้องด้วยอาการปากแห้ง และกระหายน้ำ อย่าละเลยที่จะพกน้ำไปวิ่งด้วยเสมอ หมั่นจิบทีละน้อยบ่อยๆ ระหว่างวิ่ง หรือรู้สึกกระหายน้ำ
  • ความเร็วในการวิ่งลดลง สังเกตได้จากวิ่งไม่ทันเพื่อนในความเร็วคงที่มาด้วยกันตลอด แม้จะพยายามแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้ เนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนล้านั่นเอง
  • ปัสสาวะสีเข้มและมีปริมาณน้อย หลังจากวิ่ง หากพบว่าปัสสาวะ มีปริมาณน้อย หรือสีเข้มกว่าปกติ แสดงว่าร่างกายสูญเสียน้ำ โดยไม่ได้รับการชดเชยที่เพียงพอ
  • เวียนศีรษะ เนื่องจากภาวะความดันโลหิตลดจากการขาดน้ำ หากไม่มีการดื่มน้ำชดเชยอาจถึงขั้นหน้ามืด เป็นลม
  • หัวใจเต้นเร็ว เพื่อต้องการรักษาระดับความดันเลือดที่ลดลง หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้น โดยสังเกตจากอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นกว่าปกติ
  • เริ่มเป็นตะคริวตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในกรณีที่ขาดน้ำเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อส่วนต่างๆจะเริ่มเป็นตะคริว หากยังไม่รีบดื่มน้ำ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นักวิ่งชดเชยน้ำอย่างไร

  • นักวิ่งควรดื่มน้ำประมาณ 200 มิลลิลิตร ก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมง นอกจากเป็นการป้องกันภาวะขาดน้ำแล้ว ยังป้องกันการปวดปัสสาวะขณะวิ่งได้
  • สำหรับการวิ่งระยะสั้น หรือวิ่งน้อยกว่า 1 ชั่วโมง นักวิ่งควรดื่มน้ำเปล่าชดเชย โดยปริมาณที่ดื่มขึ้นกับเหงื่อที่เสียไป
  • ในวันที่ร้อนและเสียเหงื่อมากก็ควรดื่มมากขึ้น โดยแบ่งการดื่มออกเป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณ 15-20 นาที เพื่อป้องกันอาการจุกเสียด เนื่องจากดื่มน้ำมากเกินไป
  • กรณีที่วิ่งนานกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป นักวิ่งควรเพิ่มการดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชย โดยในเกลือแร่นั้นไม่ควรมีน้ำตาลเกิน 8% นอกจากได้รับน้ำเพียงพอแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพลังงานจากกลูโคส และเกลือแร่เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้า และอาการตะคริว
  • เมื่อวิ่งเสร็จแล้ว นักวิ่งควรดื่มน้ำทดแทน เท่ากับน้ำหนักตัวที่หายไปในระหว่างการวิ่ง เนื่องจากน้ำหนักที่หายไปส่วนใหญ่เป็นน้ำหนักของน้ำที่เสียไปกับเหงื่อ

น้ำที่ไม่ควรดื่มก่อนวิ่ง

  • น้ำอัดลม นอกจากมีน้ำตาลสูงแล้ว แก๊สก็เป็นตัวสำคัญที่จะทำให้นักวิ่งรู้สึกอึดอัด ท้องอืดเฟ้อได้
  • แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเร่งที่ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ทั้งนี้ยังทำให้ผู้วิ่งขาดสติจนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • เครื่องดื่มผสมกะทิเนื่องจากกะทิมีไขมันสูง และคาร์โบไฮเดรตต่ำทำให้ย่อยยาก อาจทำให้นักวิ่งรู้สึกอิ่มเกินไป จึงไม่เหมาะที่จะดื่มก่อนวิ่ง

อย่างไรก็ตาม น้ำเปล่าที่สะอาดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่นักวิ่งควรดื่มก่อนลงวิ่ง รวมถึงหากต้องวิ่งนานกว่า 1 ชั่วโมง ควรเพิ่มการดื่มน้ำเกลือแร่ที่ไม่หวานเกินไป หรือเมื่อรู้สึกว่าร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน และไม่ลืมดื่มน้ำชดเชยหลังจากการวิ่งเสร็จสิ้นลง