ทั่วโลกประท้วงจีน เข้มมาตรการต้านโควิด-19 | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ทั่วโลกประท้วงจีน เข้มมาตรการต้านโควิด-19

ต่างประเทศ
29 พ.ย. 65
09:33
238
Logo Thai PBS
ทั่วโลกประท้วงจีน เข้มมาตรการต้านโควิด-19
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ยังคงต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่องกับการประท้วงต่อต้านมาตรการโควิด-19 ที่จีน ที่เริ่มมีภาพให้เห็น เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก ท่ามกลางความพยายามปราบปรามการชุมนุมของทางการจีน นี่ถือเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี

การควบคุมฝูงชนดูจะได้ผลดีเนื่องจากการประท้วงเบาบางลงและมีภาพออกมาให้เห็นน้อยลง แต่กลับกันความเคลื่อนไหวนี้กลับจุดกระแสต่อต้านทางการจีนและสนับสนุนเสรีภาพของชาวจีนไปทั่วโลก
ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ที่จีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 5 แล้ว

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2565 มีภาพจากกรุงปักกิ่งเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ตำรวจจีนกระจายกำลังในหลายจุดของเมือง ทั้งที่จอดรถประจำตำแหน่งและขับลาดตระเวน หลังเผชิญเหตุประท้วงต่อต้านมาตรการโควิด-19 โดยระหว่างที่ประชาชนบันทึกภาพก็ยังพบตำรวจพยายามขัดขวาง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าตำรวจจีนยังใช้วิธีขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและสั่งให้ผู้ที่บันทึกภาพการประท้วงลบรูปหรือวิดีโอ

การตรวจตราที่เข้มข้นขึ้นของตำรวจจีน ส่งผลให้การประท้วงภายในประเทศเบาบางลง จากที่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวในหลายเมือง ทั้งในอู่ฮั่น เฉิงตู และที่อื่นๆ 

นอกจากนี้ ผู้ประท้วงบางคนในปักกิ่ง ยังเปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ถูกตำรวจโทรสอบสวนเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประท้วง และขอให้ไม่เข้าร่วมการประท้วงอื่นๆ อีก โดยมี 1 ในผู้ประท้วงถูกตำรวจไปหาถึงที่บ้านหลังจากไม่รับสายโทรศัพท์

ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของกรุงปักกิ่ง การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงาในหลายส่วนของเมือง ซึ่งหลายพื้นที่อยู่ภายใต้มาตรการปิดเมืองเข้มงวด

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2565 ในกรุงปักกิ่งมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่จำนวนมากกว่า 2,000 คน ในระยะเวลา 15 ชม. ตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงบ่ายสามโมง

ข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขณะนี้ทั่วประเทศจีน พบผู้ติดเชื้อสูงสุดทำสถิติติดต่อกันเป็นวันที่ 5 โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 40,347 คน มีอาการ 3,822 คน และ 36,525 คน ไม่มีอาการ 

ส่วนที่นครเซี่ยงไฮ้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตั้งแผงกั้นขนาดใหญ่กีดขวางพื้นที่ประท้วงและจับกุมผู้ชุมนุมไปหลายคน ซึ่งผู้ชุมนุมระบุว่า มีการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันต่างชาติที่ผู้ชุมนุมใช้นัดแนะกันออกมาเคลื่อนไหว

ขณะที่ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ยังมีการคัดกรองข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยคาดว่ามีโพสต์ต่างๆ เกี่ยวกับการประท้วงถูกเซนเซอร์หลายสิบล้านครั้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ของจีน

ส่วนสถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีน นำเสนอข่าวอื่นๆ ตามปกติทั้งการสำรวจอวกาศและสถานการณ์ทั่วไป โดยไม่มีการกล่าวถึงเหตุประท้วง

ขณะที่เมื่อวันที่ (28 พ.ย.2565) เหตุการณ์ที่ เอ็ด ลอว์เรนซ์ ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว BBC ถูกตำรวจในเซี่ยงไฮ้ควบคุมตัวระหว่างทำข่าว และมีรายงานว่าในระหว่างที่ ลอว์เรนซ์ ถูกควบคุมตัวนานหลายชั่วโมง เขาถูกตำรวจเตะและทุบตี

สำนักข่าว BBC ออกแถลงการณ์ระบุว่ามีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ต่อกรณีที่ผู้สื่อข่าวถูกจับกุมและถูกใส่กุญแจมือระหว่างการรายงานข่าวการประท้วงในเซี่ยงไฮ้ โดยไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการหรือคำขอโทษจากทางการจีน แต่มีการกล่าวอ้างว่าการจับกุมผู้สื่อข่าวเพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกรงว่าผู้สื่อข่าวอาจจะติดเชื้อโควิด-19 จากฝูงชนได้ ซึ่ง BBC ไม่คิดว่านี่คือคำอธิบายที่มีเหตุผล

ทางด้าน รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ประณามเหตุดังกล่าวพร้อมระบุว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนและเสรีภาพในการประท้วง จะต้องได้รับการเชิดชูในทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น สื่อมวลชนควรได้ทำหน้าที่โดยปราศจากการคุกคาม

ภายหลังกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุนี้ พร้อมระบุว่านักข่าว BBC ไม่แสดงตนว่าเป็นสื่อมวลชน โดยไม่ยอมแสดงบัตรสื่อพร้อมทั้งระบุว่า แถลงการณ์ของสำนักข่าว BBC ไม่เป็นความจริง และระหว่างเกิดเหตุตำรวจกำลังพยายามกันฝูงชนออกจากพื้นที่ ซึ่งถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือก็จะถูกนำตัวออกไป

ทั่วโลกร่วมประท้วง

ที่ฮ่องกง ผู้ชุมนุมพากันออกมาถือกระดาษเปล่าสีขาว พร้อมดอกไม้ เพื่อประท้วงทางการจีนและไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารพักอาศัยในอุรุมชี ซึ่งเป็นชนวนเหตุของการประท้วงที่แผ่ขยายไปทั่วจีน ขณะที่ตำรวจฮ่องกงมาถึงบริเวณที่มีการรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว เพื่อกั้นบริเวณและขอให้ผู้ชุมนุมสลายตัว

ระหว่างการเคลื่อนไหวของชาวฮ่องกงเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เมื่อมีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปกระชากร่มสีเหลืองของ Grandma Wong นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยวัย 66 ปี ที่กำลังตะโกนข้อความต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องสิทธิ จนนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยวัย 66 ปีคนนี้ล้มลง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในภายหลัง

การประท้วงในฮ่องกงเป็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว หลังจากที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อปราบปรามการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยช่วงปี 2019-2020

แม้ว่าการประท้วงในจีนและฮ่องกงจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่กระแสการประท้วงสนับสนุนเสรีภาพของชาวจีนและต่อต้านทางการจีน แพร่กระจายไปในหลายประเทศ

ที่นครซิดนีย์และเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ประชาชนรวมตัวกันตะโกนเรียกร้องเสรีภาพจากจีน ในการประท้วงครั้งนี้มีผู้ชุมนุมสวมชุดมาสคอตลักษณะคล้ายหมีพูห์ออกมาร่วมเคลื่อนไหว อันเป็นที่ทราบกันดีว่าตัวละครดังกล่าวถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงสี จิ้นผิง ปธน.จีน

เช่นเดียวกับในกรุงลอนดอน ที่มีประชาชนไปรวมตัวประท้วงด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำอังกฤษ พร้อมตะโกนเรียกร้องเสรีภาพให้แก่จีน ให้ปลดปล่อยชาวจีน และหยุดคุกคามชาวจีน

กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นมีประชาชนราว 100 คน รวมตัวกันบริเวณประตูทางออกสถานีรถไฟชินจูกุ เพื่อร่วมไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารในเมืองอุรุมชีของซินเจียง ก่อนที่การชุมนุมจะแปรสภาพเป็นการต่อต้านผู้นำจีน

ส่วนชาวอุยเกอร์ ในนครอิสตันบูลของตุรกี ออกมาร่วมชุมนุมเพื่อต่อต้านการปฏิบัติต่อชาวมุสลิมอุยเกอร์ของทางการจีน จากเหตุเพลิงไหม้อาคารในซินเจียงที่เป็นชนวนของการประท้วงที่แพร่ไปทั่วทั้งในจีนและอีกหลายประเทศ ถือเป็นการลุกฮือต่อต้านผู้นำจีนและพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี

ประท้วงใหญ่ครั้งแรกหลังปิดประชุมสมัชชาฯ จีน

การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงราวๆ 1 เดือนหลังจากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งถือเป็นเวทีที่เปิดทางการเถลิงอำนาจของ สี จิ้นผิง ที่อาจจะดำรงตำแหน่งผู้นำต่อไปจนตลอดชีวิต

จีนเป็นประเทศที่ริเริ่มการปิดเมืองควบคุมโควิด-19 จากจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดในนครอู่ฮั่น เมื่อราว 3 ปีก่อน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกกลับเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับจีน

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่จีนเผชิญคือเรื่องวัคซีน ซึ่งแม้ว่าจีนจะพัฒนาวัคซีนใช้เอง แต่ประสิทธิภาพอาจจะไม่ทัดเทียมวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยี mRNA ซึ่งฉีดกันในประเทศอื่น

นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนยังไม่ทั่วถึง โดยมีอัตราผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนน้อยเกินไป โดยอายุมากกว่า 80 ปีที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแค่เพียงร้อยละ 51 เท่านั้น ท่ามกลางสังคมที่ไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จากการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดมาตลอด 3 ปี สวนทางกับสถานการณ์โลกที่ไวรัสพัฒนาไปหลายสายพันธุ์ จนแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วมาก

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง