รามเกียรติ์ ตอน ศึกทรพา-ทรพี

Logo Thai PBS
รามเกียรติ์ ตอน ศึกทรพา-ทรพี
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

วรรณคดีทรงคุณค่า บทพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ "รามเกียรติ์" ตอน ศึกทรพา-ทรพี เรื่องราว 2 ควายพ่อลูก ไทยพีบีเอสออนไลน์ย่อยเรื่องราวให้อ่าน สนุก เข้าใจง่าย ที่มาที่ไปสำนวนไทย "วัดรอยเท้า" และ "ลูกทรพี"

ศึกทรพา-ทรพี เป็นอีกตอนหนึ่งที่สนุกมากใน วรรณคดีรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ กล่าวถึง ยักษ์ตนหนึ่งที่ชื่อว่า “นนทกาล” ทำหน้าที่เป็นยักษ์เฝ้าประตูอยู่บนสรวงสวรรค์

นนทกาล แอบชอบนางอัปสร นางในของพระอิศวร ทั้งส่งสายตาหวานให้ แอบปาดอกไม้ใส่นางอัปสร จนเรื่องไปถึงพระอิศวร พระอิศวรจึงสาปให้ นนทกาล ลงมาเกิดเป็นพญาควายเผือกที่ชื่อ “ทรพา” ที่จะต้องถูกลูกตัวผู้ของตนฆ่า จึงจะหลุดพ้นจากคำสาปได้

แม้จะถูกสาปเป็นควาย แต่ความกลัวตายก็มีไม่สิ้น พญาควายเผือกทรพา เมื่อสมสู่กับควายตัวเมียตัวใดก็ตาม แล้วนางควายตกลูกออกเป็นตัวผู้ ทรพาจะฆ่าเสีย

จนวันหนึ่ง นางควายป่า “นิลา” ตกลูกออกมาเป็นตัวผู้และด้วยความกลัวว่าลูกของตนจะถูกควายผู้เป็นพ่อฆ่าทิ้ง จึงแอบนำลูกไปซ่อนในถ้ำ และขอให้เทวดาในถ้ำช่วยปกปักษ์ดูแลลูกแทนตน พร้อมตั้งชื่อให้ลูกว่า “ทรพี”

เทวดาในถ้ำต่างรู้สึกสงสาร จึงเข้าสิงที่เขาและขาของทรพี 

ทรพี เติบโตขึ้นทุกวัน เป็นควายหนุ่มที่มีพละกำลังมากโข เพราะได้พลังวิเศษจากเหล่าเทวดาที่คอยอารักขา ทรพีคอยแอบเดินตามทรพา เพื่อวัดรอยตีนตนกับพ่อทุกวัน จนถึงวันที่รอยตีนทรพีเทียบเท่าทรพา

ทรพีจึงท้าสู้กับทรพา และเป็นฝ่ายชนะในที่สุด

และด้วยความหยิ่งผยอง เชื่อมั่นว่าแม้เพียงควายหนุ่มเช่นตน ยังสามารถเอาชนะพญาควายเผือกทรพาได้ ทรพี จึงเดินทางไปพบพระอิศวรเพื่อท้ารบกับพระอิศวร แต่พระอิศวรบอกเพียงว่า ให้เอาชนะ “พาลี” เจ้าเมืองนครขีดขินให้ได้เสียก่อนเถิด

เมื่อ พาลี ได้รับคำสั่งจากพระอิศวรแล้ว จึงนัดแนะกับสุครีพ น้องชายของตนว่า ตนจะไปสู้กับ ทรพี ในถ้ำสุรกานต์ เป็นเวลา 7วัน 7คืน หากหลังจาก 7วัน 7คืนแล้ว ยังไม่ออกมา ให้ สุครีพ เดินเข้าไปดู

หากพบเลือดสีแดงเข้มไหลออกมา ให้ถือว่าเป็นเลือดควายทรพี
แต่หากเห็นเลือดสีแดงใส ให้ถือเป็นเลือดพี่ชายตน แล้วให้ สุครีพ เอาหินมาปิดปากถ้ำเสียให้หนาแน่น เพื่อขังทรพีไว้

สุครีพรับคำสั่งพี่ชาย นั่งเฝ้าปากถ้ำสุรกานต์ตลอด 7วัน 7คืน

ภายในถ้ำนั้น การต่อสู้ระหว่างควายทรพีและพญาวานรพาลี ดำเนินไปไม่จบไม่สิ้น จนล่วงเข้าวันที่ 7 พาลีเกิดความสงสัย จึงถามทรพีว่าเหตุใดทรพีจึงเก่งกล้าสามารถเช่นนี้ มีเทวดาองค์ใดประจำกายหรือไม่

แต่ด้วยความทะนงตน ทรพีกลับตอบไปว่า “ข้าเก่งเอง”

เช่นนี้แล เทวดาที่คอยคุ้มครองทรพีมาตั้งแต่ยังเป็นควายน้อย จึงพากันออกจากเขาและขาของทรพีไป เมื่อสิ้นอิทธิฤทธิ์จากเทวดาที่คุ้มครอง ทรพีก็เป็นเพียงควายหนุ่มสิ้นฤทธิ์ตัวหนึ่ง และถูกพญาพาลีปลิดชีพโดยง่าย

ความล่วงรู้ถึงเหล่าเทวดาบนสวรรค์ ด้วยความดีใจ เทวดาจึงเสกให้ฝนตกลงมาเป็นรางวัล เมื่อเลือดสีแดงเข้มจากควายทรพีไหลมาเจอกับน้ำฝน จึงกลายเป็นเลือดสีแดงใสไหลมาที่หน้าถ้ำ

สุครีพ เมื่อเห็นเลือดสีแดงใส จึงตกใจและเสียใจ เข้าใจว่าตนได้สูญเสียพี่ชายไปแล้ว จึงรีบนำหินมาปิดปากถ้ำทันทีตามคำสั่ง

เมื่อ พาลี จะออกจากถ้ำก็ออกไม่ได้ จึงเข้าใจผิดคิดว่าถูกน้องชายตนหักหลังเสียแล้ว จึงระเบิดหินปากถ้ำออกมา แล้วรีบตามไปหาน้องชายพร้อมกับการขับไล่น้องชายตนออกจากนครขีดขินไป โดยมิยอมฟังคำอธิบายจาก สุครีพ แม้แต่น้อย

จากบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ตอนทรพา-ทรพี นี้ เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย เนรคุณคน ทรพาเองก็เป็นพ่อที่ใจดำ ไล่ฆ่าลูกตัวผู้ของตนทุกตัว ส่วนทรพีก็เก็บความแค้นนี้ไว้เพื่อฆ่าพ่อตนเอง เพราะฝังใจที่พ่อไม่เคยได้เลี้ยงดูแถมยังคิดฆ่าตนด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ทรพี ยังเนรคุณเทวดาที่คอยปกปักษ์คุ้มครองดูแลตนมาตั้งแต่วัยเยาว์ กล้าพูดได้ว่าที่เก่งได้แบบนี้เพราะตนเองเพียงตัวเดียวเท่านั้น

อ้างอิง : บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

รามเกียรติ์โขนโขนภาพยนตร์

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ