เปิดใจ เจ้าของร้านทอง "ยิงปืนสู้ถูกปล้น" เบาะแสโยงคดีเก่า

อาชญากรรม
9 ธ.ค. 65
12:03
4,920
Logo Thai PBS
เปิดใจ เจ้าของร้านทอง "ยิงปืนสู้ถูกปล้น" เบาะแสโยงคดีเก่า
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

เปิดใจเจ้าของร้านทองดีกรีนักยิงปืน หลังเปิดฉากยิงสู้ถูกปล้นทอง ผู้ก่อเหตุอาการสาหัส 1 คน ส่วนอีก 1 ถูกจับได้ 2 คน ยังหลบหนี ตำรวจระบุเบาะแสเป็นกลุ่มที่เคยปล้นทองใน อ.พบพระ ช่วงต้นปี เร่งสกัดจับ

กรณีเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองเยาวราชในพื้นที่จ.ตาก และถูกเจ้าของร้านยิงบาดเจ็บสาหัส 1 คน และตำรวจจับผู้ร่วมก่อเหตุ 1 คน อีก 2 คน ยังหลบหนี พบประวัติเกี่ยวข้องกับคดีเก่าที่มีหมายจับจากคดีปล้นทองเมื่อช่วงต้นปี

วันนี้ (9 ธ.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านทองเยาวราช จ.ตาก อยู่ริมถนนท่าเรือ อ.เมืองตาก จ.ตาก อยู่ใกล้กับ ร.ร.ตากพิทยาคม ล่าสุดได้แจ้งผ่าน facebook fanpage ขอปิดปรับปรุงร้านชั่วคราว 2-3 วัน ซึ่งก็มีประชาชนเข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก

เหตุการณ์นี้เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมออนไลน์ว่า เจ้าของร้านทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะคนก่อเหตุออกจากร้านไปแล้วยังถูกยิง นักกฎหมายบางส่วนมองว่า ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่ไม่จบ ไม่เข้าข่ายว่าเจ้าของร้านทำเกินกว่าเหตุ

จากคลิปที่ถูกเผยแพร่ พบผู้ก่อเหตุยิงทำลายประตูกระจกเพื่อบุกรุกเข้าไปในร้าน และอาจจะเทียบเคียง ได้คล้ายกับฉากภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่ผู้ก่อเหตุเตือนคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้รู้ตัว จากนั้นพยายามใช้เครื่องตัดที่เตรียมมาเพื่อทำลายลูกกรงป้องกันตู้ทองของร้าน และจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านได้ยิงต่อสู้

อ่านข่าวเพิ่ม บุกปล้นร้านทองกลางเมืองตาก ถูกยิงสวนเสียชีวิต 1 เจ็บ 1 คน

นายพิสิฐ ระพิทย์พันธ์ เจ้าของร้านทอง เจ้าของร้านยืนยันว่า เขาทำไปเพื่อป้องกันตัว ที่ผ่านมาระมัดระวังเต็มที่ตลอดเวลา และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จะเป็นร้านตัวเองหรือร้านทองอื่นๆ

อยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง ให้เจ้าของร้านทองปกป้องตัวเองให้เต็มที่และฝึกยิงซ้อมบ่อยๆ เพราะว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ไว้ใจใครไม่ได้

นายพิสิฐ ยืนยันว่าการยิงต่อสู้ เป็นการทำตามยุทธวิธีที่เรียนมาโดยนัดแรกเป็นการยิงขู่ขึ้นฟ้า นัดที่ 2-3 เป็นการเพื่อขู่ยับยั้ง แต่ในจังหวะที่เขาส่องปื่นนัดที่ 2 มาจึงตัดสินใจยิงสวนกลับไป เขาชูปืนมาทำท่าจะยิง 

มองมุมกฎหมาย "ป้องกันตัว หรือ เกินกว่าเหตุ

เหตุการณ์นี้ มีผู้ที่อยู่ในละแวกนั้น บันทึกภาพไว้ได้บางช่วง ซึ่งทำให้มีประเด็นสำคัญที่ถกเถียงกัน คือ เกินกว่าเหตุหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่ถูกยิงล้มลง ภายหลังจากหนีออกมา

ทนายเกิดผล แก้วผล ที่มองว่าเกินกว่าเหตุ แต่มากลับแนวทางความเห็นในภายหลัง เนื่องจากคลิปนี้ หลังจากเจ้าของร้านต่อสู้ด้วยปืน ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คน หนีออกมาจากร้าน แต่มีบางคนที่ยังหันกระบอกปืนเข้าใส่ในทิศทางที่อาจจะเข้าสู่หน้าร้าน

เช่นเดียวกับความเห็นของอัยการ 2 คนที่ระบุว่า ต้องมองในทางกฎหมายและกระบวนการพิสูจน์ความจริงอย่างไร เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาร่วมกันของประชาชน เกินหว่าเหตุ หรือ ป้องกันตัวกันแน่ ซึ่งสังคมส่วนหนึ่ง อาจจะมองว่า ถึงมาปล้นก็จริง แต่สิ่งหนีไปแล้ว ยิงได้ไง

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า คดีนี้ในทางกฎหมายอาจจะปริ่มๆ มองได้ทั้งสองทาง แต่น้ำหนักมันอยู่ที่ภยันตราย จบลงแล้วหรือยัง ผู้ก่อเหตุยังมีปืนในมือ จะมั่นใจได้อย่างไรว่า จะไม่กลับมายิง บรรยากาศของที่เกิดเหตุเท่าที่เห็น ชี้ได้ว่า "การต่อสู้ยังไม่จบ" เจ้าของร้านจึงมีสิทธิ์ป้องกันตัว

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทรยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ชี้ว่า จุดสำคัญที่จะพิสูจน์ข้อสงสัยนี้คือ "ภยันตรายสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่" ตามกระบวนพิจารณาความอาญา ให้อำนาจพนักงานสอบสวนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเพียงแค่คลิปที่ประชาชนเห็นในเวลานี้ มันยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์

ไม่ใช่เฉพาะร้านทอง แต่ประชาชนทุกคน หากได้รับอนุญาตให้มีไว้ซึ่งอาวุธปืน ก็มีสิทธิ์ที่จะปกป้องทรัพย์สินได้ เพียงแต่กรณีนี้ต้อไงไปพิสูจน์กันว่า เจ้าของร้านทำไปโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่ อย่างไร อย่างกรณีนี้ก็คือ เจ้าของร้าน เห็นอะไรบ้างก่อนยิง แล้วนำมาประมวลร่วมกับหลักฐาน เช่น วงจรปิด และพยานอื่นๆ

พบเบาะแสโยงคดีปล้นทองต้นปี 2565 

คดีนี้ ทองไม่ได้ถูกชิงไป แต่ในเบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปโดยมีอาวุธปืนและใช้อาวุธปืน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และยิงปืนในเมืองและชุมชน

พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก กล่าวว่า  ขณะนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุ คือนายวิชัย แซ่ว่าง ถูกยิงอาการสาหัส ยังไม่เสียชีวิต นายเด้อ แซ่ท้าว ถูกควบคุมตัว มีหมายศาลจังหวัดแม่สอด จากคดีปล้นร้านทอง กรุงเทพฯ 4 ใน อ.พบพระ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2565 ได้ทองไปมากกว่าร้อยบาท

ส่วนผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนีอีก 2 คน ตำรวจได้เบาะแสว่าชายชาติพันธุ์ม้ง 1 คน และชายชาวเมียนมา 1 คน เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจสกัดในจุดที่เชื่อว่า อาจจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ในบริเวณชายแดนน อ.พบพระ และ อ.แม่สอด

มีรายงานเจ้าของร้าน เป็นคนชอบฝึกยิงปืน ที่ผ่านมาเคยได้รับถ้วยรางวัลจากการแข่งขังยิงปืน และปืนที่ครอบครอง ก็ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในโลกออนไลน์ก็พากันแสดงความเห็นว่า ปืนที่ใช้เป็นรุ่นเดียวกับ ที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่อง จอห์น วิค 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ปล้นทอง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ