ชูวิทย์ เรียกร้อง ผบ.ตร. สั่งการคดี ตู้ห่าว ด้วยตนเอง

อาชญากรรม
10:18
จำนวนผู้ชม 707
Thai PBS
ชูวิทย์ เรียกร้อง ผบ.ตร. สั่งการคดี ตู้ห่าว ด้วยตนเอง
สัปดาห์หน้าตำรวจชุดคลี่คลายคดีจะเรียก อดีตผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าพบ สอบสวนกรณีถูกพาดพิงว่าอนุมัติวีซาให้กลุ่มทุนจีน ส่วนการปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 53 จุด 18 จังหวัด พบความผิดปกติจำนวนมาก ทางด้าน "ชูวิทย์" เรียกร้อง ผบ.ตร.สั่งการเอง

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2565 ที่บ้านของนาย นี่ ยี่โป เอเยนต์รับต่อวีซาให้กลุ่มชาวจีนด้วยการขอวีซ่าประเภทมูลนิธิผ่านมูลนิธิครีเอทิง บาลานซ์ ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ตำรวจให้ความสำคัญ โดยปฏิบัติการขยายผลที่เกี่ยวข้องทุนจีน 53 จุด ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ

กรณีมูลนิธิและสถานศึกษา ตรวจยึดเอกสารการสมัครเรียนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบความผิดปกติจำนวนมาก ส่วนสถานบันเทิงเบบี้เฟส ซูเปอร์คลับ เอกมัย ตรวจยึดและอายัดทรัพย์ ซึ่งจะมีการตรวจสอบถึงเจ้าของ หรือผู้เปิดมูลนิธิ หรือสถานที่เหล่านี้ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยว่า ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนจีนสีเทาหรือไม่

ทางด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายตู้ห่าวว่า ตำรวจได้เชิญ พ.ต.อ.หญิง ที่เป็นภรรยาของนายตู้ห่าวมาให้ปากคำแล้ว โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินของนายตู้ห่าว

ส่วนกรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ให้ข้อมูลว่า 3 นายพลตำรวจ อดีต ผบก.ตม. ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์นั้น ยืนยันว่า แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นก็ไม่มียกเว้นและมีคำสั่งให้เรียกมาให้ถ้อยคำในสัปดาห์หน้า หลังถูกพาดพิงเรื่องเอื้อวีซาทุนจีน

กรณีนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งตั้งจเรตำรวจและคณะกรรมการรวม 10 คน ขึ้นมาตรวจสอบแล้ว ซึ่งหากพบความผิดก็มีโทษสูงสุดคือให้ออกจากราชการ

ขณะที่ นายชูวิทย์ ผู้เปิดประเด็นและให้ข้อมูลกรณีทุนจีนสีเทา เรียกร้องให้ ผบ.ตร. ลงมาสั่งการจริงจัง เพราะเกรงว่าคดีจะอ่อนและหลุดในชั้นศาล พร้อมเรียกร้อง รมว.กระทรวงยุติธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ และให้อัยการสูงสุดสั่งการด้วยตัวเองด้วย