จับผู้ค้า "ปะการัง-กัลปังหา" ของกลางนับร้อยชิ้นอ้างรากไม้

สิ่งแวดล้อม
11:32
จำนวนผู้ชม 2,662
จับผู้ค้า "ปะการัง-กัลปังหา" ของกลางนับร้อยชิ้นอ้างรากไม้
ทช.จับผู้ลักลอบขายกัลปังหา ดอกไม้ทะเล ซากปะการังใน จ.ตราดขายผ่านออนไลน์ ได้ของกลางเป็นกำไล แหวนและซากที่ยังไม่แปรรูปเกือบ 100 ชิ้น ถูกแจ้งข้อหาล่า และครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโทษทั้งจำคุกและปรับ

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2566 นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่าสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตราดว่ามีการซื้อ-ขาย กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ซากปะการัง ในพื้นที่ จ.ตราด 

โดยพบการประกาศขายในเพจชื่อ เครื่องรางทนสิทธิ์ แปลก หายาก และเพจเครื่องรางของขลังจากธรรมชาติทุกชนิด กะลา กาฝาก ไม้ไผ่  ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2562 โดยระบุข้อความ ปังขาว ปังแดง ฟองน้ำทะเล เพื่อเอาไว้แต่งตู้ปลา

ภาพประกอบข่าว จับผู้ค้า

พบของกลางนับร้อยชิ้น 

เจ้าหน้าที่ ทช.นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งใน อ.เขาสมิง จ.ตราด จากการตรวจค้นพบชากกัลปังหา แปรสภาพเป็นแหวน กำไล 30 ชิ้น ซากกัลปังหา บรรจุกล่องพร้อมส่ง 47 ชิ้น ซากกัลปังหา อยู่ในภาชนะกาละมัง 20 ชิ้นซากกัลปังหา 22 ชิ้น ซากกัลปังหาแข็ง 6 ชิ้น ซึ่งนายภูมิศักดิ์ จีนะศิริเจ้าของบ้าน ยอมรับว่าขายจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นกัลปังหา เข้าใจว่ามันคือรากหิน

เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขบวนการนี้มาเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการร้องเรียนจากกลุ่มนักอนุรักษ์ว่ามีการประกาศขายกำไล และแหวนที่ทำจากกัลปังหาผ่านทางเฟซบุ๊ก 

สำหรับ "กัลปังหา" เป็นสัตว์ใต้ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับปะการัง เติบโตค่อนข้างช้า บางชนิดอาจจะใช้เวลาเป็นร้อยปีในการเติบโตเพียงแค่ 1 ฟุตเท่านั้น มักถูกลักลอบนำมาค้าขายเป็นเครื่องประดับ เครื่องราง หรือนำมาทำเป็นยารักษาโรคตามความเชื่อ

ภาพประกอบข่าว จับผู้ค้า

เจ้าหน้าที่จึงพาตัวเจ้าของบ้านและภรรยาที่โพสต์ขาย มาแจ้งข้อกล่าวหา ฐานค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2562 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดฐานค้าฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ