สบส.เตือนผ่าตัดกระเพาะไม่ใช่ทางลดอ้วนเพื่อหุ่นเพรียว | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

สบส.เตือนผ่าตัดกระเพาะไม่ใช่ทางลดอ้วนเพื่อหุ่นเพรียว

สังคม
3 เม.ย. 66
12:12
293
Logo Thai PBS
สบส.เตือนผ่าตัดกระเพาะไม่ใช่ทางลดอ้วนเพื่อหุ่นเพรียว
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
สบส.เตือนผ่าตัดกระเพาะ ไม่ใช่ทางลัดลดน้ำหนัก เพิ่มความสวยงาม แพทย์พิจารณาใช้กับกลุ่ม BMI เกิน 32.5 กก./ตร.ม. แนะหนุ่ม-สาวที่อยากหุ่นเพรียว ใช้วิธีธรรมชาติอย่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพช่วยลดสัดส่วน

วันนี้ (3 เม.ย.2566) นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนทุกช่วงวัยต่างให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ร่างกาย และบุคลิกภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่ม-สาว ที่นอกจากจะมีความต้องการให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว รูปลักษณ์ทั้งใบหน้า ร่างกายก็ต้องมีความสวยงาม สมส่วน

อย่างไรก็ตาม แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ขาดการเอาใจใส่ต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน และไขมันสูง กินไม่เป็นเวลา และขาดการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันมากเกินกว่าการเผาผลาญจึงก่อให้เกิดโรคอ้วน

อาจมีประชาชนบางราย ที่ต้องการศัลยกรรม อย่างการผ่าตัดกระเพาะซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวถึงในสื่อโซเชียลมาช่วยในการลดน้ำหนัก สบส. ขอเตือนประชาชนว่าการผ่าตัดกระเพาะ มิใช่ทางลัดในการลดน้ำหนักแต่อย่างใด

นพ.สุระ กล่าวว่า การผ่าตัดกระเพาะนั้น เป็นการรักษารูปแบบหนึ่งสำหรับผู้เป็นโรคอ้วนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 32.5 กิโลกรัมต่อตร.ม.และผ่านการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร หรือการออกกำลังกายภายใต้การดูแลของแพทย์แล้วแต่ไม่เป็นผล จึงจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะอาหารได้ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ผู้ป่วยมีสุขภาพกายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มิได้ทำเพื่อความสวยงาม

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า การผ่าตัดกระเพาะ เป็นการศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่ใช้รักษาโรคเรื้อรัง ซึ่งจะต้องมีการปรึกษากับแพทย์ถึงความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และต้องกระทำในสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แต่แพทย์แนะนำการดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้เกิดไขมันสะสมจนเป็นโรคอ้วน  ทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม โดยการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที และควบคุมอาหาร ลดอาหารที่มีไขมันสูง ของทอดต่างๆ เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่มีเส้นใย เพื่อช่วยดูดซึมไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด และการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง