ACT เปิดข้อมูล "10 ปีคดีโกง" ของนักการเมือง ส่งสัญญาณ ปชช.รับเลือกตั้ง | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ACT เปิดข้อมูล "10 ปีคดีโกง" ของนักการเมือง ส่งสัญญาณ ปชช.รับเลือกตั้ง

การเมือง
17 เม.ย. 66
15:43
3,823
Logo Thai PBS
ACT เปิดข้อมูล "10 ปีคดีโกง" ของนักการเมือง ส่งสัญญาณ ปชช.รับเลือกตั้ง
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ACT เปิดข้อมูลคดีคอร์รัปชันของนักการเมืองในรอบ 10 ปี พบ 61 คดี และมีนักการเมืองกระทำผิด 68 คนทั้งจากพรรคใหญ่และเล็ก ทำกันเป็นเครือข่ายร่วมกับข้าราชการประจำ หวังสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนเจ็บแล้วต้องจำ ไม่เลือกคนทุจริตบริหารบ้านเมือง

วันนี้ (17 เม.ย.2566) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้เผยแพร่ "รายงาน 10 ปีคดีโกงของนักการเมืองไทย" รวบรวมข้อมูลจากการนำเสนอข่าวโดยสื่อมวลชน

เฉพาะคดีที่มีการชี้มูลความผิดโดย ป.ป.ช. การตัดสินคดีโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ระหว่าง พ.ศ.2555 ถึงปัจจุบัน พบว่า มี 61 คดี และมีนักการเมืองกระทำผิด 68 คน

มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการ ACT เปิดเผยถึงจำนวน 61 คดีว่า สามารถจำแนกตามลักษณะความผิด ดังนี้

  1. โกงเลือกตั้ง 25 คดี
  2. ยื่นบัญชีทรัพย์ สินเท็จ 9 คดี
  3. โกงจัดซื้อจัดจ้างและฮั้วประมูล 8 คดี
  4. เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง 8 คดี
  5. ประพฤติมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 3 คดี
  6. แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ 2 คดี
  7. ร่ำรวยผิดปกติ 2 คดี
  8. บุกรุกที่ดินหลวง 2 คดี
  9. เรียกรับสินบน 1 คดี
  10. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 1 คดี

และสำหรับนักการเมือง 68 คนในที่นี้หมายถึง ส.ส., ส.ว., สนช., รัฐมนตรี ทั้งจากพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

ข้อมูลนี้คือบทเรียนความเสียหายของแผ่นดินที่เกิดจากคอร์รัปชันโดยนักการเมือง องค์กรฯ จัดทำขึ้นด้วยเจตนาสุจริต ไม่ได้ต้องการจงใจใส่ร้ายผู้ใด

ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนักว่า อย่าลืมความเสียหาย อย่ายอมรับความหายนะอีกต่อไป การโกงซับ โกงซ้อน โกงซ่อนเงื่อน การพลิกแพลงกฎหมายและใช้โวหารจอมปลอมของนักการเมืองทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับประชาชนที่จะรู้เท่าทัน

ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องต้องเรียนรู้ร่วมกันเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ กล่าว

โดยทั่วไปคดีคอร์รัปชันโครงการขนาดใหญ่มักมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ทำกันเป็นเครือข่ายและมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าส่วนใหญ่มีแต่ข้าราชการที่ถูกดำเนินคดี เช่น

  • คดีถุงมือยาง (ความเสียหาย 2,000 ล้านบาท)
  • คดีสร้างโรงพัก (มูลค่า 5,848 ล้านบาท)
  • คดีแฟลตตำรวจทั่วประเทศ (มูลค่า 3,700 ล้านบาท)

เว้นแต่คดีนั้นมีหลักฐานแน่นหนาว่าโดยนักการเมือง เช่น

  • คดีสนามฟุตซอล (มูลค่า 4,450 ล้านบาท)
  • คดีรุกป่า

ทั้งนี้ คดีที่ระบุได้ว่าสร้างความเสียหายให้ประเทศมูลค่าสุงสุดในรอบ 10 ปี ได้แก่

  • คดีโครงการจำนำข้าว (มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท)
  • คดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน (มูลค่า 2.49 หมื่นล้านบาท)

ไม่เพียงเท่านั้น เฉพาะ 8 คดีที่เกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง และฮั้วประมูล มีมูลค่าความเสียหายรวมกัน ราว 5.2 หมื่นล้านบาท

ในแต่ละปีเกิดเรื่องอื้อฉาวและเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และยื่นฟ้องต่อศาลจำนวนมาก แต่มีเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นที่ถูกชี้มูลและศาลตัดสินว่าผิดจริง

คดีอื้อฉาวจำนวนมากใช้เวลาดำเนินคดีมากกว่า 10 ปี - 30 ปี ก็มี บางคดีผ่านไป 20 ปี เพิ่งแจ้งข้อกล่าวหา บางคดีเอาผิดใครไม่ได้เพราะหมดอายุความ

ความผิดมีโอกาสเกิดขึ้นในทุกกระทรวงและหน่วยงานรัฐพอๆ กัน โดยไม่จำกัดว่าคนผิดต้องเป็นรัฐมนตรีที่มีอำนาจบริหารเท่านั้น แต่ ส.ส., กรรมาธิการ และเครือข่าย ก็สามารถเชื่อมโยงกัน ทำร้ายบ้านเมืองได้ และนักการเมืองทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง ก็มีโอกาสคอร์รัปชันได้พอกัน นายมานะกล่าว

รายงานนี้ยังระบุข้อมูลที่น่าสนใจด้วยว่า ในปี 2564 ไม่ปรากฏว่ามีคดีที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนักการเมืองเลย และในการเลือกตั้งครั้ง 2566 นี้ มีนักการเมืองหลายคนที่ถูกดำเนินคดีคอร์รัปชันกลับลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งที่รู้กันดีว่า ผู้ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีคอร์รัปชันจะหมดสิทธิ์การเป็น ส.ส. แล้วเลือกตั้งใหม่ทันที

นอกจากนั้น ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการดำเนินคดีนักการเมืองข้อหาร่ำรวยผิดปรกติน้อยมาก ทั้งที่พบว่านักการเมืองแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ให้ร่ำรวยมากขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปรกติจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมประหลาดของนักการเมืองเมื่อเกิดคดีความ หรือส่อว่าจะมีคดี เช่น จดทะเบียนหย่าจากคู่สมรส, เปลี่ยนชื่อ – นามสกุล เป็นต้น และมีคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี แม้เสียชีวิตไปแล้ว ทายาทยังต้องชดค่าเสียหายให้แก่รัฐ

สำหรับการประเมินมูลค่าความเสียหายจากคอร์รัปชันนั้น เลขาธิการ ACT กล่าวว่า ยากที่จะประเมินเพราะไม่สามารถคำนวณความเสียหายต่อเนื่องที่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานและประชาชนได้

ปัญหาคุณภาพชีวิตและปัญหาปากท้อง ชัดเจนอย่างที่สุดว่าคอร์รัปชันเป็นตัวการตอกย้ำซ้ำเติมให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม

เช่น การที่รัฐซื้อของแพงได้ของไม่ดีหรือล่าช้า ย่อมส่งผลให้เกิดอุปสรรคหรือด้อยคุณภาพในการให้บริการประชาชนด้วยเช่นกัน รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ เกิดความไม่เป็นธรรมทางการค้า หรือความขัดแย้งในสังคมตามมา

จากรายงานนี้ยิ่งเห็นชัดว่าหากเราเลือกนักการเมืองทุจริตเข้ามา ประเทศอาจล่มจมได้และนี่คือบทเรียน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง