บุกค้นโกดัง "พัสดุทิพย์" หลอกเก็บเงินปลายทาง เสียหายรวม 20 ล้าน | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

บุกค้นโกดัง "พัสดุทิพย์" หลอกเก็บเงินปลายทาง เสียหายรวม 20 ล้าน

อาชญากรรม
25 เม.ย. 66
07:19
2,539
Logo Thai PBS
บุกค้นโกดัง "พัสดุทิพย์" หลอกเก็บเงินปลายทาง เสียหายรวม 20 ล้าน
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตำรวจ สอท. บุกโกดังเก็บพัสดุย่านบางนา หลังพบเป็นเครือข่ายส่งพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทาง มีรอส่งนับหมื่นชิ้น เร่งขยายผลนายทุนจีน คาดเงินหมุนเวียนหลอกประชาชน 20 ล้านบาท

วันที่ 24 เม.ย.2566 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. นำกำลัง บก.สอท. 2 ปิดล้อมตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่บางนา หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีพัสดุเก็บเงินปลายทางมาส่ง ทำให้หลงเชื่อว่าอาจมีคนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานเป็นคนสั่ง ทำให้มีผู้หลงเชื่อชำระเงินไปเป็นจำนวนมาก

จุดที่น่าสนใจเป็นการเข้าตรวจค้นโกดังเก็บของรับของ 2 แห่ง ภายในซอยบางนาตราด 17 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กทม. ลักษณะเป็นโกดังให้เช่า โดยโกดังแห่งแรกเป็นโกดังเก็บพัสดุสินค้า

จากการตรวจสอบพบพัสดุสินค้าหลายรายการ เช่น เครื่องสำอาง รองเท้า เสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังพบกล่องพัสดุเปล่าที่เตรียมแพ็กของสุ่มส่งลูกค้าและสติกเกอร์รายชื่ิอที่อยู่ของผู้เสียหายที่ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งตรวจค้นในสำนักงานพบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีรายชื่อของผู้รับถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด และยังมีสินค้าตีกลับอีกนับหมื่นรายการ

โกดังที่ 2 เป็นโกดังสำหรับแพ็กพัสดุที่รอส่ง พบชั้นวางกล่องพัสดุที่ถูกตีกลับ และกระสอบใส่กล่องพัสดุที่ถูกตีกลับกว่าหมื่นกล่อง รวมทั้งบาร์โค้ดที่ใช้สำหรับส่งของพัสดุ

นอกจากนี้ ได้ควบคุมผู้ดูแล คือ น.ส.สุรีพร โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และอีก 1 คน คือ นายตู่ ทำหน้าที่แพ็กสินค้า

สอบสวนเบื้องต้นทั้ง 2 อ้างว่า ไม่รู้ไม่เห็นว่าเป็นพฤติกรรมการหลอกลวงส่งของเก็บเงินปลายทาง ทั้งในส่วนบาร์โค้ด รายชื่อลูกค้า และโลโก้บริษัทส่งของต่าง ๆ อ้างเพียงถูกจ้างมาแพ็กของติดชื่อส่งพัสดุไปยังผู้รับ ซึ่งรายชื่อปลายทางที่ต้องส่งจะมีอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว โดยรับค่าจ้างรายเดือนจากเจ้าของกิจการซึ่งเป็นคนจีน ส่วนสินค้าเหล่านี้ผู้ต้องหา ให้ข้อมูลว่า นำเข้าจากจีนทั้งหมด แต่ไม่ทราบวิธีการนำเข้า

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า บก.สอท.2 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจำนวนมากว่าได้สั่งซื้อสินค้าผ่านเพจเฟชบุ๊ก Wdecd-US แต่ได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามที่สั่ง และกรณีที่ผู้เสียหายได้รับสินค้าที่ไม่ได้สั่งซื้อโดยเรียกเก็บเงินปลายทาง จึงแจ้งความไว้ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ หลังรับเรื่องได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีลักษณะเป็นขบวนการ จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายค้นและหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ส่วนผู้เช่าอาคารโกดัง ชุดสืบสวนได้รู้ตัวแล้ว เป็นคนจีน โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับเพิ่มเติม

ขณะที่พฤติกรรมของขบวนการนี้มี 2 รูปแบบ คือ จะส่งสินค้าที่ไม่ตรงปกและส่งสินค้าทั้งที่ไม่ได้สั่ง พร้อมเรียกเก็บเงินปลายทาง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพและละเมิดลิขสิทธิ์ หากผู้รับปฏิเสธไม่จ่ายเงินปลายทาง ก็จะสามารถตีกลับคืนไปยังต้นทางได้ทันที

ส่วนรายใดที่เผลอรับหรือจ่ายเงินปลายทาง ถือเป็นรายได้ของขบวนการมิจฉาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มีรายชื่อระบุหน้ากล่องจะรู้ตัวเองว่าไม่ได้สั่ง แต่คนในบ้าน ซึ่งเป็นญาติพี่น้องจะไม่รู้และเผลอจ่ายเงินปลายทาง ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากทั่วประเทศ คาดว่า ขบวนการนี้ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 เดือน มีเงินหมุนเวียนจากการที่หลอกลวงประชาชน 20 ล้านบาท

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลในรายชื่อ พบรายชื่อผู้เสียหายกว่า 25,000 รายชื่อ ส่งสำเร็จ 16,000 รายชื่อ และตีกลับ 7,000 รายชื่อ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง