"ทนายอนันต์ชัย" แจ้งจับพ่อค้าแม่ค้า รุกพื้นที่วัดพระธาตุพนม | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

"ทนายอนันต์ชัย" แจ้งจับพ่อค้าแม่ค้า รุกพื้นที่วัดพระธาตุพนม

ภูมิภาค
2 พ.ค. 66
18:00
784
Logo Thai PBS
"ทนายอนันต์ชัย" แจ้งจับพ่อค้าแม่ค้า รุกพื้นที่วัดพระธาตุพนม
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม เตรียมจัดระเบียบการค้าขายสินค้าภายในบริเวณวัด หลังเกิดความขัดแย้งและมีการโต้เถียงระหว่างพ่อค้าแม่ค้าและ "ทนายอนันต์ชัย" ในฐานะไวยาวัจกรวัดฯ ที่ยืนยันจะเอาผิดตามกฎหมายกับผู้ที่มาขายสินค้าในบริเวณหน้าวัด

วันนี้ (2 พ.ค.2566) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียง เรียกร้องตำรวจที่มารักษาการในบริเวณวัด ให้จับกุมบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงขายดอกไม้ธูปเทียน อยู่บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนม จนนำไปสู่การปะทะคารมกันระหว่างทนายอนันต์ชัยกับกลุ่มแม่ค้า

นายอนันต์ชัย ระบุว่า ตำรวจต้องจับกุมและยึดเอาสินค้าที่วางแผงขายมาเป็นของกลาง เนื่องจากเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการจะแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เนื่องจากเกรงเหตุการณ์จะปานปลาย


ด้านกลุ่มแม่ค้า เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องมาตั้งแผงขายของ บริเวณด้านหน้าวัดเนื่องจากแต่เดิมมีแผงขายในบริเวณวัดด้านในแต่ต่อมาถูกทางกรรมการวัดแจ้งให้ย้ายออกแล้วจะหาพื้นที่ให้ใหม่ แต่พื้นที่ที่หาให้ใหม่เป็นจุดที่ไม่มีนักท่องเที่ยวผ่านเลยจึงขายของไม่ได้จึงจำเป็นต้องมาขายหน้าวัดเพื่อให้มีรายได้

หลังเกิดเหตุทางกรรมการวัดพระธาตุพนม ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อหารือกรณีดังกล่าวและได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ทางวัดจะสร้างโดมขายของตรงบริเวณทางเดินเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าได้ขายของ ซึ่งจะกำหนดให้ขายของได้เพียงที่เดียวเท่านั้น 

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะมาขายของจะต้องลงทะเบียน โดยมอบหมายให้ทางนายอำเภอธาตุพนมเป็นผู้เจรจาพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ โดยให้ดำเนินการให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ทางวัดไม่มีเจตนารังแกพ่อค้าแม่ค้า แต่เป็นการจัดระเบียบตามกฎหมายและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยว ยืนยัน หากไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการตามกฏหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง