กิน “ทุเรียน” แค่ไหนจึงไม่อันตราย?

สังคม
10:10
จำนวนผู้ชม 9,202
กิน “ทุเรียน” แค่ไหนจึงไม่อันตราย?
ถึงฤดูกาลผลไม้ของโปรดของคนไทย “ทุเรียน” นับเป็นผลไม้ที่คนไทยรอคอย และเมื่อมีผลผลิตออกมาในแต่ละปี ทำให้หลายคนกินในปริมาณที่มาก เท่าที่ใจต้องการ แต่ด้วยสภาพร่างกายของแต่ละคน สภาพอากาศของบ้านเรา ทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายตามมา

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ระบุว่า หากคนที่ไม่มีโรคประจำตัว สามารถกินทุเรียนได้วันละ 1-3 เม็ด แต่คนที่ต้องระมัดระวังในการกินทุเรียน เช่น คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วนลงพุง ซึ่งต้องระวังน้ำตาลในทุเรียน หรือคนที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ ต้องระวัง เพราะทุเรียนมีโพแทสเซียมสูง มีผลต่อการทำงานของหัวใจ และผู้ป่วยโรคไตที่ต้องจำกัดโพแทสเซียมต้องระวังอย่างมาก

ไม่ควรกินทุเรียน 1 ลูกโตๆ ถือว่าเยอะเกินไป จะทำให้น้ำตาลพุ่ง ไปกระตุ้นให้ตับอ่อนทำงานหนัก โดยการสร้างอินซูลิน ถ้ากินวันละ 1 ลูกจะมีความเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลิน นำไปสู่ความเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคอ้วนลงพุง

ทุเรียนไม่ควรกินกับอะไร?

นพ.กฤษดา ระบุว่า ทุเรียนมีน้ำตาล ไขมันสูง ไม่ควรกินกับของหวาน เช่น คาร์โบไฮเดรตสูง ไขมันสูงร่วมกัน รวมทั้งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ทำให้เกิดการอักเสบง่าย ไม่ควรกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดความร้อน อาจจะทำให้เกิดภาวะร่างกายอักเสบและแก่เร็ว

กินทุเรียนกับเหล้าขาว หรือกินกับเบียร์ทำให้เสียชีวิต เกิดขึ้นจริง เพราะทุเรียนเป็นของร้อนเมื่อกินร่วมกับแอลกอฮอล์ พวกนี้เป็นของร้อนที่ขับน้ำออกไป เพิ่มการอักเสบในร่างกาย อาจจะทำให้ร่างกายอักเสบมากเกินไป ทั้งทุเรียนทั้งเหล้าก็ทำให้เผาร่างกายจนพัง

นอกจากนี้ทุเรียนไม่ควรกินคู่กับผลไม้ที่มีรสชาติหวาน เช่น ลำไย ขนุน มะม่วงสุก ส่วนมังคุดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น สามารถกินคู่กับทุเรียนได้ เพราะมีสารต้านการอักเสบ

ภาพประกอบข่าว กิน “ทุเรียน” แค่ไหนจึงไม่อันตราย?

ทุเรียนมีสารอาหารและประโยชน์

นพ.กฤษดา ระบุว่า ทุเรียนมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ คือ ซัลเฟอร์หรือกำมะถัน สารอาหารเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย รวมทั้งทุเรียนยังมีวิตามินเอ วิตามินซี รวมไปถึงแร่ธาตุ เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม มีความจำเป็นต่อกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ส่วนซิงค์ สังกะสี ช่วยการเจริญเติบโตของเส้นผม

ทุเรียนหนึ่งลูกมีคุณค่าสมกับเป็นราชาแห่งผลไม้และราชาแห่งสุขภาพ ถ้าเรากินให้ถูกต้อง

ทุเรียนอ่อนแป้งเยอะ กลายเป็นน้ำตาลในร่างกาย

นพ.กฤษดา ระบุว่า “ทุเรียนอ่อน” นอกจากจะไม่อร่อย ไม่ควรกิน ยังมีส่วนของแป้งเยอะเกินไป และทำให้มีประโยชน์น้อย ส่วนทุเรียนที่สุกกำลังดีในงานวิจัยพบสารชะลอวัย

การกินทุเรียนอ่อน นอกจากเสียเงิน อาจจะได้ประโยชน์ ไม่คุ้มกับการชะลอวัย
ภาพประกอบข่าว กิน “ทุเรียน” แค่ไหนจึงไม่อันตราย?

ไม่ควรเทียบพลังงานของทุเรียน

นพ.กฤษดา ระบุว่า องค์ประกอบหลักของทุเรียนคือน้ำตาล เมื่อถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานจะให้พลังงานสูง นอกจากนี้ยังมีไขมันที่สูงด้วย แต่ไขมันของทุเรียนเป็นไขมันดี หลายคนมักจะเปรียบเทียบการให้พลังงานของทุเรียนที่เปรียบเทียบทุเรียน 4-6 พู เท่ากับข้าวมันไก่ทอด 1 จาน แต่ความจริงแล้ว ไขมันที่ได้จากข้าวมันไก่ทอดกับทุเรียนไม่เหมือนกัน เพราะไขมันที่ได้จากข้าวมันไก่ทอดเป็นไขมันไม่ดี ส่วนทุเรียนมีไขมันดีสูง

ควรเทียบทุเรียนกับผลไม้ เช่น อะโวคาโด ซึ่งเป็นผลไม้สุขภาพ ถ้าเทียบแบบนี้ถึงจะจับคู่ถูก

ทุเรียนลดไขมันได้จริงหรือ?

นพ.กฤษดา ระบุว่า มีการศึกษาในงานวิจัยหลายชิ้น ในทุเรียนพบสารต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่า โพลีฟีนอล สารตัวนี้สามารถลดคอเลสเตอรอลได้ แต่ยังอยู่ในงานวิจัย ในคนยังไม่มีการระบุว่าการกินทุเรียนจะทำให้ลดไขมันในเลือด แต่ตามหลักการโพลีฟีนอล มีส่วนช่วยลดไขมันได้

ไม่ควรกินทุเรียนเพื่อจุดประสงค์การลดไขมัน แต่กินทุเรียนให้มีความสุขและได้สารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับสารต้านอนุมูลอิสระ

วิภา ปิ่นแก้ว รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาชีพ "วิ่งทุเรียน" สร้างรายได้งาม แตะเดือน 4 หมื่นบาท

บุฟเฟต์ "ทุเรียน" คึกคัก รับนักท่องเที่ยววันหยุดยาว

 

ร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างชู "ทุเรียน" จุดขายชดเชยต้นทุนพุ่ง