เลือกตั้ง2566 : “ก้าวไกล” ตั้งเป้ากวาด 160 ที่นั่ง นำจัดตั้งรัฐบาล ดัน “พิธา” เป็นนายกฯ

การเมือง
4 พ.ค. 66
12:00
4,993
Logo Thai PBS
เลือกตั้ง2566 : “ก้าวไกล” ตั้งเป้ากวาด 160 ที่นั่ง นำจัดตั้งรัฐบาล ดัน “พิธา” เป็นนายกฯ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงตั้งเป้ากวาด 160 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดัน “พิธา” นั่งนายกฯ เช็กโพลล่าสุด ขั้วรัฐบาลเดิมจะได้ไม่ถึง 180 ที่นั่ง โค้งสุดท้ายเตรียมปราศรัยใหญ่ที่ดินแดง 12 พ.ค.นี้

วันนี้ (4 พ.ค.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงที่ที่ทำการพรรคก้าวไกล บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะเลือกด้วยความหวัง ไม่ใช่ความกลัว เลือกเพื่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ย้อนกลับไปสู่อดีต ก้าวไกลต้องได้ ส.ส.จำนวน 160 ที่นั่ง เพื่อให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ตัวเลข 160 ที่นั่ง จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งคาดว่าทะลุ 35 คน ที่เหลือได้จาก 160 เขตยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ

ส่วนประเด็น “ชนะการเลือกตั้งแต่อาจแพ้จัดตั้งรัฐบาล” เลขาธิการพรรคก้าวไกลบอกว่า สถานการณ์ต่างกับปี 2562 หากดูแนวโน้มจากโพล โพลฝ่ายความมั่นคง และโพลจากพรรคการเมือง แนวโน้มชัดเจนว่าฝ่ายขั้วรัฐบาลเดิมจะไม่ได้ ส.ส.180 ที่นั่ง

ขณะที่สองพรรคฝ่ายค้านหลักคือ ก้าวไกลและเพื่อไทย เสียงรวมกันน่าจะได้ถึง 300 เสียง ดังนั้น อันดับหนึ่งของขั้วรัฐบาลเดิมจะห่างจากพรรคอันดับหนึ่งอย่างเพื่อไทยมาก ๆ

“ไม่ต้องกลัวเรื่องการตัดเสียงกันระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกล เพราะจากการสำรวจโพลต่าง ๆ เพื่อไทยกับก้าวไกลมีคะแนนเสียงเฉลี่ยรวมอยู่ที่ร้อยละ 70 ต่างจากปี 2562 ที่ได้เพียงร้อยละ 50 ดังนั้น เมื่อสองพรรครวมกันเกินร้อยละ 70 จะเกิดสถานการณ์เรือล่มในหนอง ไม่เกิดสถานการณ์ตาอยู่เอาไปกิน”

นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า ขณะนี้ช่องว่างระหว่างพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยห่างกันน้อยมาก เขามั่นใจว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงสิบวันสุดท้าย ดังนั้นพรรคจึงมีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

อย่าลืมว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคมีคะแนนนิยมขึ้นมา 80 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น 10 วันสุดท้าย คะแนนนิยมพรรคจะเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

เงื่อนไขการร่วมกับพรรคอื่น ๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ต้องทำข้อตกลงแบบ MOU ที่เปิดเผยต่อสาธารณะชนว่า มีข้อตกลงใหญ่ ๆ ในประเด็นอะไรบ้าง เช่น ต้องมีคำมั่นสัญญาว่าต้องจัดประชามติถามประชาชน เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

การทำประชามติถามประชาชนว่า จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศหรือไม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นนโยบายหลัก ๆ ของพรรคก้าวไกล

เลขาธิการพรรคก้าวไกลเชื่อว่า กระแสทั้งออนไลน์และออนกราวด์นั้น เป็นสองส่วนที่สอดคล้องกัน และจะนำไปสู่คะแนนเสียงในวันเลือกตั้งได้ ส่วนกระแสการตอบรับที่ดีในออนไลน์ไม่ใช่ไอโอหรือปฏิบัติการด้านข่าวสารของพรรค จนถึงวันนี้ พรรคยังไม่เคยซื้อโฆษณาบนเฟสบุ๊กสักบาท

นายชัยธวัช บอกว่า พรรคก้าวไกลเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย ท่ามกลางกระแสการตอบรับที่ล้นหลาม ทางพรรคจึงจัดคาราวานก้าวไกล ถนนทุกสาย มุ่งสู่ทำเนียบฯ แบ่งเป็น 5 สาย
ภาคเหนือ : สายมาเหนือ นำโดย ชัยธวัช ตุลาธน, พรรณิการ์ วานิช, และ กรุณพล เทียนสุวรรณ
ภาคใต้ : สายในใต้หล้า นำโดย รังสิมันต์ โรม, และ พริษฐ์ วัชรสินธุ
ภาคตะวันออก : สายบูรพาไม่แพ้ นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ศิริกัญญา ตันสกุล, เบญจา แสงจันทร์, และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
ภาคอีสาน : แบ่งออกเป็น 2 สาย คือ สายเลือดอีสาน นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, และอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และสายมิตรภาพ นำโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล, ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์, และ อภิชาติ ศิริสุนทร

เลขาธิการพรรคก้าวไกล บอกว่า คาราวานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้กาก้าวไกลทั้ง2 ใบเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ จากนั้นมาคาราวานแต่ละสายจะมาบรรจบเวทีปราศรัยใหญ่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ เพื่อส่งก้าวไกลสู่ทำเนียบรัฐบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง