ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

ภูมิภาค
09:39
จำนวนผู้ชม 2,928
ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566
Botnoi Voice
ทั้ง 4 สมาคมแป้งมันสำปะหลัง พร้อมหน่วยงานภาครัฐ เปิดข้อมูลการผลิตมันสำปะหลังและผลกระทบจากโรคใบด่าง ปีการผลิต 2566-2567 คาดผลผลิตจะเหลือเพียง 24 ล้านตัน ลดลงจากปีที่แล้วที่ได้ประมาณ 26 ล้านตัน

ขณะที่ความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศคือ คือ 40 ล้านตัน นี่กำลังเป็นปัญหาที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก ที่มีมูลค่าปีละกว่า 1 แสนล้านบาท

สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลัง ทั้ง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ,สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ,สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ได้ดำเนินการสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2566/67 โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมสังเกตการณ์

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ ช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2566 ทั้ง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลัง จำนวน 53 จังหวัด สรุปผลการสำรวจได้ดังนี้

• พื้นที่เก็บเกี่ยวคาดว่า ลดลง จากปี 65/66 จาก 9 ล้านไร่ เป็น 8 ล้านไร่ หรือร้อยละ 3.96
• ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่คาดว่า ลดลง จากปี 65/66 จาก 2.9 ตัน เป็น 2.8 ตัน หรือร้อยละ 3.69
• ผลผลิตรวมคาดว่า ลดลง จากปี 65/66 จาก 26.6 ล้านตัน เป็น 24.6 ล้านตัน หรือร้อยละ 7.52

สาเหตุสำคัญเกิดจากสภาวะภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้นมันสำปะหลังยืนต้นตาย พบเกษตรกรใช้ท่อนพันธุ์ไม่สมบูรณ์ ไม่ครบอายุและติดโรคใบด่างมาปลูก ทำให้การเจริญเติบโตของต้นมันสำปะหลังไม่สมบูรณ์ และพบว่า มีการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังเพิ่มมากขึ้น

รวมถึงการเกิดโรคพุ่มแจ้และโรคไรแดง ในบางพื้นที่ ประกอบกับราคาที่จูงใจทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลังก่อนครบอายุออกมาจำหน่าย นอกจากนี้ปัญหาขาดแคลนท่อนพันธุ์ทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้นยูคา แทนพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

วิกฤตโรคใบด่างมันสำปะหลัง

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ใน จ.นครราชสีมา ที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 1 ล้าน 2 แสนไร่ มากที่สุดในประเทศ จากการสำรวจของสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่า มีการระบาดทั่วทั้งจังหวัดแล้ว เป็นพื้นที่สีแดงที่ห้ามเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ ป้องกันการแพร่ระบาดไปยังจังหวัดอื่น ๆ

ตอนนี้เกษตรกรที่เคยได้ผลผลิต ไร่ละ 4-5 ตัน เริ่มสำรวจต้นมัน และประเมินว่า การเก็บผลผลิตปลายปีนี้ จะลดลงเหลือเพียง 1-2 ตันต่อไร่ จากภัยแล้งและโรคใบด่าง รวมทั้งศัตรูพืช จากวิกฤติของเกษตรกร กำลังจะกลายเป็นวิกฤติของอุตสาหกรรมแป้งมัน

นายธีระ เอื้ออภิธร นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุว่าจากการประเมินการแพร่ระบาดปี 2566 จะรุนแรงจนส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกที่สูงถึงกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ผู้ประกอบการโรงแป้งมันหลายแห่งต้องหยุดรับออร์เดอร์การส่งออก เนื่องจากไม่มั่นใจว่าผลผลิตมันสำปะหลังจะเพียงพอสำหรับการแปรรูป

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

ลำดับเวลาการระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

-ปี 2561 เริ่มระบาดในประเทศ ระบาดโดยท่อนพันธุ์ที่มีโรค และแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ ไม่มียาหรือวิธีรักษาเนื่องจากเป็นเชื้อไวรัส ผลผลิตหัวมันสดลดลงร้อยละ 40-80

- ปี 2564 ครม.อนุมัติงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท แก้ปัญหาโรคใบด่าง จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ทำลายต้นมันที่เป็นโรค ไร่ละ 2,160 บาท และมาตรการอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหา

- ปี 2565 กรมส่งเสริมการเกษตร แถลงควบคุมการระบาดได้ และได้รับรางวัลเลิศรัฐระดับดีในการแก้วิกฤตศัตรูอุบัติใหม่ใบด่างมันสำปะหลัง โดยกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

- เดือนพฤศจิกายน 2565 สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ขอสนับสนุนงบประมาณ 420 ล้านบาทจากภาครัฐ แก้ไขปัญหาโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง ที่กำลังแพร่ระบาดรุนแรง ไปเกือบทั่วพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั้งประเทศ อย่างเร่งด่วน 

เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเกษตรกรกว่า 7 แสนครัวเรือน โดยเสนอของบประมาณเพื่อดำเนินการ ดังนี้

1.จัดซื้อท่อนพันธุ์สะอาด 150 ล้านบาท
2.สนับสนุนการทำแปลงขยายพันธุ์ทนทานไว้ในพื้นที่ปลอดโรคไวรัสใบด่าง งบประมาณ 150 ล้านบาท
3.ให้สถาบันวิชาการพัฒนาสายพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรค และมาตรการเฝ้าระวัง ติดตามการแพร่ระบาดของโรคใบด่างโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย งบประมาณ 120 ล้านบาท

แต่ยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณ 

- ปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานตัวเลขพื้นที่การระบาดเพียง 6 หมื่นไร่ (9 ส.ค.66) ขณะที่ข้อมูลของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.ได้ประเมินการระบาดโรคใบด่างในปี 2566 ว่ามีพื้นที่แพร่ระบาด 3 ล้านกว่าไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 11,000 ล้านบาท

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน

ปี 2564 คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการควบคุมและแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง วงเงิน 1,329 ล้านบาท เป้าหมายช่วยเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังทุกจังหวัด ระยะเวลาตั้งแต่เดือน ธ.ค.2563 - ก.ย.2564 โดยดำเนินการ ดังนี้


1.กำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างและจ่ายค่าทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในอัตราไร่ละ 2,160 บาท
2.ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่าง โดยการสนับสนุนท่อนพันธุ์ 500 ลำต่อไร่
3.ใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 ในกรณีเกษตรกรไม่ยินยอมให้ทำลายต้นมันสำปะหลังที่ติดโรค เพื่อกำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในทุกพื้นที่และตัดวงจรการระบาดของโรค

การใช้งบประมาณแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้
1.ให้กรมส่งเสริมการเกษตรเบิกจ่ายงบฯ ปี 2564 งบกลาง 1,264.20 ล้านบาท แบ่งเป็น
- ค่าชดเชยการทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรค (2,160 บาท/ไร่) 864 ล้านบาท
- ค่าส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ที่ทนทาน 400 ล้านบาท
- ค่าธรรมเนียมโอนเงินของ ธ.ก.ส.(5 บาท/ราย) 200,000 บาท
2.งบดำเนินงาน 65 ล้านบาท เป็นค่าบริหารจัดการโครงการ เช่น การสำรวจต้นมันสำปะหลังเป็นโรค การสร้างการรับรู้โครงการ เป็นต้น

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

ความสำเร็จ-ล้มเหลวโครงการแก้โรคใบด่างมันสำปะหลัง 

ปี 2565 ภาครัฐยืนยันความสำเร็จการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง แต่เพราะเหตุใด ในปี 2566 กลับมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเครือข่ายเกษตรกร

คาดการณ์ว่า การดำเนินโครงการควบคุมและแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง วงเงิน 1,329 ล้านบาท อาจไม่เกิดประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้โรคใบด่างมันสำปะหลังยังคงแพร่ระบาด และรุนแรงมากขึ้นในปี 2566

สำหรับการกำจัดต้นมันสำปะหลัง ที่เป็นโรคใบด่าง และจ่ายค่าทำลายต้นมันสำปะหลัง ที่เป็นโรคในอัตราไร่ละ 2,160 บาท มีข้อมูลว่า เกษตรกรส่วนหนึ่งไม่ได้แจ้งข้อมูล และบางส่วนไม่ได้ทำลายต้นมันที่เป็นโรค มีการขายท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคไปปลูกพื้นที่อื่น โดยขายทางออนไลน์ จนเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง

ภาพประกอบข่าว ชำแหละงบฯ แก้โรคใบด่างมัน 1,300 ล้าน ก่อนระบาดหนักปี 2566

สาเหตุสำคัญที่เกษตรกรไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า มันสำปะหลังเป็นโรคใบด่าง มีทั้งคนที่ไม่รู้จักโรค และคนที่รู้ว่าเป็นโรค แต่หากแจ้งก็จะต้องทำลาย ซึ่งเงินเยียวยาอัตราไร่ละ 2,160 บาท ได้น้อยกว่าการขุดมันไปขาย เพราะช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาหัวมันสดปรับสูงขึ้น

เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ยังเรียกร้องให้ภาครัฐถอดบทเรียนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคใบด่างในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ว่ามีจุดอ่อนอย่างไร เพื่อเร่งแก้ไขในปีนี้

รวมทั้งขอให้มีการชี้แจงความคืบหน้า การใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ที่ทนทาน 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณ1,329 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโรคใบด่าง ว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างไร

เพราะแนวโน้มปัญหาสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีการผลิต 2566-2567 คือ เกษตรกรจะขาดแคลนท่อนพันธุ์ หลังบางพื้นที่ราคาท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ปรับเพิ่มจากต้นละ 1 บาท ในปี 2565 เป็น 4-5 บาทในปี 2566

และคาดว่าในปี 2567 อาจสูงมากกว่านี้ กระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ที่อาจหันไปปลูกพืชชนิดอื่น หากผลผลิตมันสำปะหลังลดลงก็จะกระทบต่ออุตสาหกรรมแปรรูปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“โรคใบด่าง” มันสำปะหลัง ระบาดหนัก 3 ล้านไร่

รายงาน : พลอยไพฑูรย์ ธุระพันธุ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส