คาดพฤติกรรมผู้ต้องหาฆาตกรรมลูกอาจเชื่อมโยงปมวัยเด็ก

อาชญากรรม
20:03
จำนวนผู้ชม 1,001
คาดพฤติกรรมผู้ต้องหาฆาตกรรมลูกอาจเชื่อมโยงปมวัยเด็ก
Botnoi Voice
มุมของนักอาชญาวิทยา สะท้อนว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุฆาตกรรมลูก อาจจะเป็นโรคจิตชนิดเฉียบพลัน โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบว่าเป็นภาวะนี้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปมในวัยเด็ก

จากกรณีคดีพ่อฆ่าฝังศพลูก 2 ขวบ ในมุมของนายกัณฐ์ศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันต์ จอมพลัง ซึ่งได้เข้าไปประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือเด็กที่ถูกทำร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จนนำมาสู่ความจริงในการฆาตกรรมเด็กอีกหลายคน ซึ่งนายกัณฐ์ศ ไม่เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุจะป่วยจิตเวช เพราะมีการวางแผนมาอย่างดี

ภาพประกอบข่าว คาดพฤติกรรมผู้ต้องหาฆาตกรรมลูกอาจเชื่อมโยงปมวัยเด็ก
หากอ้างว่าป่วยเป็นจิตเวช ขณะที่ลูกป่วยอยู่ที่กรุงเทพฯ ขับรถไปกำแพงเพชรได้ ขุดหลุมได้ ซื้อปูนได้ ฉาบได้เรียบ พร้อมยัดใส่ถุง 3 ชั้น และเรียกหาทนายอย่างเดียว นี่บอกได้เลยว่า เจ้าเล่ห์ หัวหมอ

ขณะที่ในมุมของ ผศ.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล อดีตประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ป.เอก (นานาชาติ) นักอาชญาวิทยา สะท้อนว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ อาจจะเป็นโรคจิตชนิดเฉียบพลัน โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบว่าเป็นภาวะนี้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปมในวัยเด็ก

ภาพประกอบข่าว คาดพฤติกรรมผู้ต้องหาฆาตกรรมลูกอาจเชื่อมโยงปมวัยเด็ก
คือเป็นโรคจิตแบบเฉียบพลัน ซึ่งพวกนี้จะมีปัญหาในครอบครัว คือ ถ้าตรวจลงลึกไปจะพบว่า จะมาจากครอบครัวที่แตกแยกมีบาดแผลทางใจ และ ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่มากระตุ้นจังหวะพอดี เขาก็อาจขาดความยั้งคิด ก็ลงมือ ซึ่งเด็กไม่มีทางสู้ จึงฆ่าลูก คำว่า เฉียบพลัน คือ ณ เวลาที่เขาฆ่า อันนี้คือโรคจิตเฉียบพลัน 

อีกด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต อธิบายถึงกรณีหากผู้ก่อเหตุใช้ยาเสพติด อาจเข้าไปกระตุ้นสมองทำให้การควบคุมความคิดนั้นไม่ปกติ การยับยั้งชั่งใจลดลง นำไปสู่การใช้ความรุนแรง การโกหก การลักขโมย และหากใช้ยาเสพติดมากขึ้นอาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมหลงผิด ซึ่งครอบครัวต้องสังเกตพฤติกรรมและต้องรีบเข้าสู่กระบวนการรักษา

ภาพประกอบข่าว คาดพฤติกรรมผู้ต้องหาฆาตกรรมลูกอาจเชื่อมโยงปมวัยเด็ก
ถ้าการเสพยามันหนักขึ้นไปอีก มันก็จะทำลายสมองไปอีกขั้นหนึ่ง นอกจากจะทำให้เกิดพฤติกรรมเสพติดแล้ว จะทำให้เกิดอาการหลงผิด หรือ ประสาทหลอน เช่น หวาดระแวง ใช้ความรุนแรงทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาการประสาทหลอนมันก็จะยิ่งหนักกว่าพฤติกรรมเสพติด ฉะนั้นเสพติดนี่คือโรคสมองติดยา ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

ทั้งจิตแพทย์ และนักอาชญาวิทยา บอกตรงกันว่า การดำเนินคดีกับผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างใกล้ชิด และหากพบอาการก็ต้องเข้ารับการบำบัดรักษา ก่อนได้รับโทษตามกฎหมาย 

อ่านข่าว

พ่อสารภาพฆ่าลูก 2 ขวบ ฝังโบกปูนที่บ้านกำแพงเพชร

ตร.สอบขยายผลผู้ต้องหาฆ่าลูก พบเคยก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง  

ตร.เร่งค้นหาเด็กหายอีก 2 คน เชื่อมโยงคดีพ่อฆ่าลูก 2 ขวบ