ครั้งแรก! "ไบเดน" ร่วมประท้วงขึ้นค่าแรง หวังคะแนนเสียงเลือกตั้งสมัยหน้า

ต่างประเทศ
07:31
จำนวนผู้ชม 597
ครั้งแรก! "ไบเดน" ร่วมประท้วงขึ้นค่าแรง หวังคะแนนเสียงเลือกตั้งสมัยหน้า
Botnoi Voice
เวลานี้ในสหรัฐฯ เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวการปูทางสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้าแล้ว ตัวเก็งตัวแทนพรรคชิงเก้าอี้ ปธน. จากทั้งฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันต่างเริ่มเดินสาย รวมถึง "โจ ไบเดน" ปธน.สหรัฐฯ เองที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ด้วยการร่วมประท้วงกับกลุ่ม UAW

ไบเดนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งด้วยการเข้าร่วมการหยุดงานประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงานยานยนต์ที่รัฐมิชิแกน ถือเป็นความพยายามกวาดคะแนนเสียงตั้งแต่เนิ่นๆ และตัดหน้าคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตรียมไปปราศรัยในพื้นที่เดียวกันในวันถัดไป

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2566 โจ ไบเดน ปธน.สหรัฐฯ จับมือทักทายกลุ่มแรงงานที่เข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งจัดโดยสหภาพแรงงานยานยนต์ในสหรัฐฯ ใกล้ศูนย์กระจายอะไหล่ของ General Motors

ไบเดนสวมหมวก UAW ตัวย่อสหภาพแรงงาน ก่อนจับโทรโข่งร่วมปราศรัยในการเคลื่อนไหว พร้อมระบุว่า ในอดีตกลุ่มแรงงานเคยกอบกู้ธุรกิจยานยนต์มาในช่วงเผชิญวิกฤต ก่อนปี 2551 และเสียสละมาแล้วมากมายในช่วงที่บริษัทประสบปัญหา แต่ตอนนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างทำกำไรได้เป็นอย่างดี แรงงานจึงควรได้มีชีวิตทีดีเช่นกัน

ภาพประกอบข่าว ครั้งแรก!

งานประท้วงดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 เพื่อเรียกร้องขอขึ้นค่าตอบแทนร้อยละ 40 ซึ่งกลุ่มแรงงานมองว่า พวกเขาคือคนที่รับภาระหนัก ทำงานจริง ไม่ใช่บรรดา CEO หรือผู้บริหารทั้งหลาย ซึ่งการปรากฏตัวของไบเดนนับเป็นการสนับสนุนจุดยืนนี้ ซึ่งเขาระบุว่า กลุ่มแรงงานสมควรจะได้รับผลตอบแทบมากกว่าในปัจจุบันอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเข้าร่วมงานประท้วงครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

ความเคลื่อนไหวนี้ของไบเดนเกิดขึ้นเพียง 1 วัน ก่อนกำหนดการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีต ปธน.สหรัฐฯ และตัวเก็งคู่ชิงเก้าอี้ ปธน. ในการเลือกตั้งสมัยหน้าของ ไบเดน จะขึ้นเวทีปราศรัยในเมืองดีทรอยต์ กับกลุ่มแรงงานในธุรกิจยานยนต์เช่นกัน สะท้อนถึงความสำคัญของกลุ่มดังกล่าว

สหภาพแรงงานยานยนต์ หรือ UAW นี้ยังไม่ประกาศสนับสนุนพรรคใดในการเลือกตั้งปีหน้า และถือเป็นสหภาพแรงงานแห่งเดียวที่ยังไม่หนุนหลังไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 นี้

ภาพประกอบข่าว ครั้งแรก!

ความเคลื่อนไหวของผู้นำสหรัฐฯ เกิดขึ้นระหว่างที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ กำลังขยับเข้าใกล้ภาวะชัตดาวน์ หรือการหยุดทำการชั่วคราว ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ หากสมาชิกสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงผ่านร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้นออกมาทันเวลา

อ่านข่าวอื่น :

สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนักทั่วไทย เตือน ปชช.เดินทางด้วยความระมัดระวัง

E = mc² คืออะไร รู้จักสมมูลมวล-พลังงาน