“เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.

สังคม
15:34
จำนวนผู้ชม 569
“เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.
ประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงรอยต่อของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพครั้งใหญ่ การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บิ๊กล็อต 61 จังหวัด รวม 4,196 แห่ง กำลังนำระบบสุขภาพปฐมภูมิ ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่

อบจ.สงขลา เป็น 1 ใน 6 พื้นที่นำร่อง ภายใต้โครงการการศึกษาและพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่ออภิบาลระบบสุขภาพท้องถิ่นภายใต้บริบทการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นแม่งาน สานพลังความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายใน จ.สงขลา ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

ภาพประกอบข่าว “เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.

นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ที่แห่งนี้ไม่เหมือนที่อื่น เพราะสงขลาให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในระดับอำเภอ ด้วยความเชื่อที่ว่า หากสร้างเอกภาพระหว่างแต่ละอำเภอให้เกิดขึ้นได้ การจะขับเคลื่อนภารกิจ รพ.สต. จะบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในอำเภอที่รับการถ่ายโอนฯ รพ.สต. มาทั้งอำเภอ

สถานการณ์ตอนนี้ อปท. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชน จะเข้าช่วยบริหารจัดการและแบ่งเบาภาระงานของภาครัฐ รวมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้โครงการของกระทรวงสาธารณสุข เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) หรือกระทั่ง รพ.สต. ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อให้ระบบบริการมีความเป็นเอกภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ฉะนั้นเมื่อต้องการสร้างเอกภาพ กระบวนการหลอมรวมจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องหาคำตอบ เพื่อให้เกิดความร่วมมือของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในจังหวัด จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือหรือกลไกเฉพาะ ซึ่งสงขลา มีฐานทุนเดิมมาก่อนแล้ว นั่นคือ "เติมสุขโมเดล"

ภาพประกอบข่าว “เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.

สำหรับเติมสุขโมเดล คือการเปิดพื้นที่กลางให้หลากหลายหน่วยงานเข้ามาบูรณาการความร่วมมือ ทั้งเชิงข้อมูล ทรัพยากร งบประมาณ ตลอดจนกำหนดทิศทางและวางเป้าหมายร่วมกันในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยมี อบจ.สงขลาเป็นแกนกลาง

ในภารกิจถ่ายโอนฯ ซึ่งปัจจุบัน อบจ.สงขลา รับการถ่ายโอน รพ.สต. มาแล้วรวมทั้งสิ้น 49 แห่ง (ปี 2566 จำนวน 23 แห่ง ปี 2567 จำนวน 26 แห่ง) เติมสุขโมเดลถูกนำเข้ามาสนับสนุนการจัดบริการสาธารณะด้านสุขภาพระดับปฐมภูมิด้วย

ในแง่วิชาการ เติมสุขโมเดลได้รับการสังเคราะห์-ถอดบทเรียนความสำเร็จออกมาให้เห็น โดย ผศ.ศดานนท์ วัตตธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา หนึ่งในทีมวิจัยโครงการฯ ที่ได้ศึกษาบริบทความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างอำนาจหน้าที่ อปท.เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือ ในพื้นที่นำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา

อาจารย์ศดานนท์ พบว่า เติมสุขโมเดลเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากถ่ายโอน รพ.สต. ในเบื้องต้น เช่น จำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอตามกรอบอัตรากำลัง เพราะบางแห่งมีพยาบาลวิชาชีพเพียงคนเดียว ฉะนั้นภายใต้โมเดลนี้ อบจ.สงขลา ก็มีการพยายามสร้างเครือข่ายในการดูแลสุขภาพขึ้นมา

ภาพประกอบข่าว “เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.

หรือในช่องว่างเรื่องทักษะของบุคลากรที่ถ่ายโอนฯ เพราะงานบางอย่างอาจไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่เดิม เช่น งานพัสดุ งานเอกสาร งานจัดซื้อจัดจ้าง ฯลฯ ซึ่งภายใต้โมเดลเดียวกันนี้ ทาง อบจ.สงขลา มีการอบรมให้คำปรึกษาแก่ รพ.สต.ที่ถ่ายโอน เกี่ยวกับแนวปฏิบัติแนวทางการดำเนินงาน หรือในประเด็นการมีเครื่องมือ ยา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างไม่เพียงพอ อบจ.สงขลา ก็ได้ประสานกับโรงพยาบาลแม่ข่ายในการอุดช่องว่างดังกล่าว

สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมา จะเป็นไปในทิศทางใดในรายละเอียดคนในท้องถิ่นจะต้องมาออกแบบร่วมกันต่อ โดย อบจ.สงขลา ตั้งงบประมาณก่อสร้างไว้ศูนย์ละ 5 แสน-1 ล้านบาท รวมถึงอนุมัติแผนการจัดทำเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้ รพ.สต.รำแดง อ.สิงหนคร และ รพ.สต.เกาะใหญ่ อ.ควนเนียง ที่อยู่ในพื้นที่นำร่องเป็นฐาน และสร้างกลุ่มเครือข่ายการให้บริการในชุมชน และที่ขาดไม่ได้เลย คือการจัดระเบียบข้อมูลของทุกหน่วยงานให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการ

นางฐิตารีย์ เชื้อพราหมณ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบจ.สงขลา เล่าว่า หลังจากที่หน่วยงานกว่า 30 แห่ง ของ 2 พื้นที่นำร่อง จ.สงขลา ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิจังหวัดสงขลา (MOU) เมื่อวันที่ 7-8 พ.ย. 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดย สช. และจัดทำแผนปฏิบัติการปีงบฯ 2567 เบื้องต้นแล้ว ก็จะเข้าสู่การทำแผนปฏิบัติการสุขภาพระดับพื้นที่ที่เข้มข้นต่อไป

ภาพประกอบข่าว “เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.
เราจะเลือกเติมเฉพาะที่เป็นช่องโหว่แต่ละพื้นที่ ซึ่งแต่ละที่อาจขึ้นรูปไม่เหมือนกัน เพราะมีสภาพปัญหาและต้นทุนทางสังคมที่แตกต่างกัน และหากแต่ละหน่วยงานช่วยกันเติมให้ตรงจุดมันจะเป็นภาพสมบูรณ์ ซึ่งการที่หน่วยงานในพื้นที่มาคุยกันจะตอบโจทย์พื้นที่ได้ไม่ยาก เพราะถ้าข้างล่างเชื่อมร้อยกันแน่นหนา ไม่ว่าข้างบนหรือส่วนกลางจะเป็นยังไง ข้างล่างเดินได้ภายใต้บริบทพื้นที่

ด้าน นายชาคริต โภชะเรือง มูลนิธิชุมชนสงขลา และประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา หนึ่งในผู้พัฒนาระบบเยี่ยมบ้านดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ทั้งจังหวัด ผ่านแอปพลิเคชัน imed @home บอกว่า หลังจากนี้จะผลักดันให้เกิด แผนสุขภาพรายบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วย

เขาจะร่วมกับ อบจ.สงขลา ใช้ imed @home ที่มีระบบในการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน และผู้ป่วย ให้เกิดดูแล ปรับพฤติกรรม รวมถึงคัดกรองโรคกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผู้ป่วยรู้ว่าสุขภาพตนเองดีขึ้นหรือไม่

ภาพประกอบข่าว “เติมสุขโมเดล” สร้างสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หลังถ่ายโอน รพ.สต.

ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าหากเป็นสมาชิกกับระบบนี้ก็จะได้เห็นข้อมูลเชิงสถิติว่า ในพื้นที่สุขภาพของใครเปลี่ยนไปอย่างไร โดยบทบาทตรงนี้ภาคประชาชนจะเป็นหน่วยงานหลัก และทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ สำหรับปรับสภาพแวดล้อมระบบบริการ และแผนสุขภาพในแต่ละระดับ

นอกจากนี้จะมีการเชื่อมเครือข่ายด้านสุขภาพ ที่ไม่ได้ทำงานกับ อบจ.สงขลา แต่เป็นพาร์ทเนอร์กับมูลนิธิชุมชนสงขลา เติมเข้าไปในพื้นที่นำร่อง เพื่อใช้เป็นฐานในการทำงานร่วมกัน

อ่านข่าวอื่นๆ

 คนท้องถิ่นชี้ “โครงการแลนด์บริดจ์” กระทบชุมชน-สิ่งแวดล้อม "ชุมพร-ระนอง"

ผู้ประกันตน "ม.33 - ม.39" ตรวจพบ "โรคมะเร็ง 20 ชนิด ใช้สิทธิรักษาฟรี

5 สมุนไพรผักพื้นบ้าน 1 ตำรับยาไทย พิชิตเบาหวาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง: