ทหาร จ.นครพนม ร้อง กู้เงินสหกรณ์ 2.5 แสน แต่กลายเป็นหนี้ 8.5 แสน | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ทหาร จ.นครพนม ร้อง กู้เงินสหกรณ์ 2.5 แสน แต่กลายเป็นหนี้ 8.5 แสน

ภูมิภาค
29 พ.ย. 66
14:46
1,754
Logo Thai PBS
ทหาร จ.นครพนม ร้อง กู้เงินสหกรณ์ 2.5 แสน แต่กลายเป็นหนี้ 8.5 แสน
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ทหารยศ ส.อ. ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ต้องเป็นหนี้ 8.5 แสนบาท หลังกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ มทบ.เพียง 2.5 แสนบาท แต่ถูกเจ้าหน้าที่เปลี่ยนยอดเงินกู้ สุดท้ายปล่อยให้เจ้าตัวไปฟ้องแพ่งเอาเอง

วันที่ 28 พ.ย.2566 ส.อ.ชิษณุพงศ์ สัตตะโส อายุ 53 ปี ตำแหน่ง พลสารวัตรร้อย สารวัตรทหาร มณฑลทหารบก ที่ 210 (มทบ.210) ร้องเรียนไทยพีบีเอสว่า ตนรับราชการเป็นทหารตำแหน่ง พลสารวัตรร้อย ส.ห. มทบ.210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง อ.เมือง จ.นครพนม

กระทั่งปี 2559 ตนกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ มทบ.210 เป็นเงิน 100,000 บาท ต่อมาปี 2560-2561 ตนมีความจำเป็นต้องซ่อมรถยนต์ที่ใช้อยู่ จึงขอกู้เพิ่มอีก 120,000 บาท รวมสองครั้ง เป็นเงิน 220,000 บาท หลังจากนั้นได้กู้เงินฉุกเฉินอีก 10,000 บาท รวมเป็นเงินที่กู้ 230,000 บาท

โดยเงินจำนวนนี้สหกรณ์ให้ตนเซ็นชื่อรับเงินไว้บนกระดาษ A4 เป็นหลักฐาน และส่งเรื่องให้ทางการเงินหักเงินเดือน เพื่อชำระหนี้มาทุก ๆ เดือน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และไม่เคยกู้เงินเพิ่มอีกเลย

ส.อ.ชิษณุพงศ์ กล่าวว่า กระทั่งปลายเดือน ส.ค.2566 ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ มทบ.210 ประกาศให้สมาชิกสหกรณ์ไปตรวจสอบสถานะทางการเงิน หลังตรวจสอบแล้วพบว่า ตนเป็นหนี้สหกรณ์ออกทรัพย์ มทบ.210 อยู่ถึงจำนวน 850,000 บาท ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนเงินที่ได้กู้ไปจริง เพราะมียอดเพิ่มขึ้น 650,000 บาท ตนจึงไม่เซ็นรับสภาพหนี้ยอดดังกล่าว พร้อมขอถ่ายสัญญาเงินกู้ที่ทำไว้กับทางสหกรณ์

ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่สหกรณ์ ได้นำสัญญาเงินกู้ เลขที่ 59/65 ลงวันที่ 31 พ.ค.2565 มาให้ดูทำให้ตนรู้ทันทีว่า มีการกรอกตัวเลขเงินกู้ขึ้นมาใหม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ให้ตนเซ็นชื่อไว้ในแบบฟอร์มสัญญาเงินกู้เปล่า ๆ โดยยังไม่ได้กรอกข้อความใด ๆ ด้วยความไว้ใจกันเนื่องจากเห็นว่า เป็นเจ้าหน้าที่จึงได้เซ็นไว้ให้ โดยไม่คิดว่า จะมีการกรอกตัวเลขเงินกู้เพิ่ม จากที่กู้จริงภายหลัง

ซึ่งหากมีการกู้เงินจากสหกรณ์จริงตามสัญญา ก็ต้องมีการหักเงินเดือน เพื่อชำระหนี้คืนให้กับสหกรณ์ตั้งแต่ปี 2565 แล้ว แต่ทางสหกรณ์เพิ่งมาหักเงินเดือนตนเพิ่ม จากหนี้เดิมในเดือน ต.ค.2566 ซึ่งเป็นเวลากว่า 1 ปี นับจากที่กู้ตามสัญญาเงินกู้ ที่ลงวันที่ 31 พ.ค.2565

ส.อ.ชิษณุพงศ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นมีการประชุมสมาชิกสหกรณ์อีก 2-3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะมีเสนาธิการ มทบ. 210 เป็นประธาน และได้ข้อสรุปในที่ประชุมว่า ให้ลูกหนี้ที่มีชื่ออยู่ในสัญญาเงินกู้ ต้องยินยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้กับสหกรณ์ และสหกรณ์จะขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปให้อีก 300 งวด

หลังจากนั้นมีการเริ่มหักเงินเดือนของผมเพิ่มทันที จากที่เคยถูกหักเดือนละ 5,170 บาท ถูกหักเพิ่มเป็นเดือนละ 12,580 บาท ทำให้ตนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ กับเงินเดือนที่เหลือเพียง 3,000 กว่าบาทเท่านั้น

หรือหากจะมีการขยายเวลาออกเป็น 300 งวด ตนก็ต้องเป็นหนี้ต่อไปอีกถึง 25 ปี ตนเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย มีรายได้จากเงินเดือนไม่กี่บาท ก็พยายามวางแผนทางด้านการเงินและใช้จ่ายตามฐานะ โดยพยายามกู้เงินแต่พอเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ผมขอยืนยันว่า ไม่ได้กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ มทบ.210 ยอดสูงถึงแปดแสนบาท แต่อย่างใด และถ้าจะต้องถูกหักเงินเดือนถึงเดือนละ 12,580 บาท เพื่อชำระหนี้ที่ตนไม่ได้กู้ ตนก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขได้อย่างแน่นอน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2566 ให้เอาผิดกับนางจีระนันท์ เจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ มทบ.210 และผู้ร่วมขบวนการในการปลอมแปลงเอกสาร ที่เป็นสัญญาเงินกู้ดังกล่าว โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ส.อ.ชิษณุพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนทราบข่าวจากเพื่อนสมาชิกสหกรณ์ด้วยกันว่า ยังมีกรณีแบบตนเกิดขึ้นอีกนับสิบราย บางรายไม่ได้กู้เงินเลย แต่กลับมีสัญญาเงินกู้ถึงสองฉบับ แต่ละรายมียอดกู้สูงถึง 5-6 แสนบาท ซึ่งเท่าที่ทราบตอนนี้ มูลค่าความเสียหายน่าจะมากกว่า 10 ล้านบาท

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไป ที่ทำการสหกรณ์ออมทรัพย์ทหารบก มณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม พบกับ พ.อ.สุดเขตต์ พลยะเรศ เสธ.มทบ.210 ในฐานะเป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ทหารบกจังหวัดนครพนม ให้สัมภาษณ์ว่า ทันทีที่ทราบเรื่องร้องเรียน ทางคณะกรรมการของสหกรณ์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ

ได้ร่วมกับนายทหารพระธรรมนูญ เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในสำนักงานสหกรณ์ฯ พร้อมทั้งสมาชิกที่ร้องทุกข์ เพื่อสอบข้อเท็จจริงทันที

พบว่า มีเจ้าหน้าที่บางคนในสหกรณ์ได้บันทึกข้อมูล แก้ไขข้อความอันเป็นเท็จ ส่อทุจริตต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดคนดังกล่าว ได้ยอมรับสารภาพ จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการรวบรวมเอกสารการกระทำผิดต่าง ๆ เพื่อยื่นแจ้งความดำเนินคดีภายใน 20 ธ.ค.2566 ข้อหายักยอกฉ้อโกงทรัพย์ต่อเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ออมทรัพย์รายดังกล่าว

สำหรับ ส.อ.ชิษณุพงศ์ จากการตรวจสอบลายเซ็นในเอกสารต่าง ๆ ไม่มีการปลอมแปลงแต่อย่างใด พบเพียงในเอกสารมีรายการแก้ไขข้อมูล รวมถึงกรอกข้อมูลรายละเอียดบางรายการอันเป็นเท็จ และไม่ได้เซ็นกำกับไว้แต่อย่างใด

โดยทางสหกรณ์ได้อธิบายให้กับ ส.อ.ชิษณุพงศ์ หรือชื่อเดิม รังสรรค์ จนเป็นที่เข้าใจแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ทางผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้ยืดขยายสัญญาการผ่อนชำระหนี้ ให้จาก 200 งวด ออกเป็น 300 งวด เพื่อให้มีสภาพคล่องต่อการดำรงชีพตามสมควร

อย่างไรก็ตามสำหรับเงินกู้จำนวน 8 แสนบาท ส.อ.ชิษณุพงศ์ จะต้องฟ้องร้องทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่สหกรณ์คนดังกล่าวด้วยตนเอง เนื่องจากการทำธุรกรรมนี้ นางจีระนันทน์ยอมรับว่าดำเนินการแก้ไขตัวเลขเงินกู้โดยพลการ เมื่อทางผู้บริหารพบการกระทำผิดจึงให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยตนเชื่อว่าเหตุการณ์นี้น่าจะมีการรับรู้กันทั้งสองฝ่าย แต่เมื่ออีกฝ่ายต้องรับผิดชอบใช้หนี้คนเดียว จึงออกมาร้องเรียนดังกล่าว

อ่านข่าวอื่นๆ

โดน “หมูเถื่อน” กัดจมเขี้ยว เงื่อนปมเด้ง "อธิบดีดีเอสไอ"

สตม.จับบ่อนหรูย่านงามวงศ์วาน รวบ 26 นักพนันชาวจีน ยึดเงิน 3.5 ล้าน

เปิดอัตราเงินเดือนข้าราชการใหม่ หลัง ครม.เคาะปรับขึ้น 10%

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง