ตรวจสอบเส้นทางคดี "ต่างชาติซื้อบริการเด็กพัทยา" | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ตรวจสอบเส้นทางคดี "ต่างชาติซื้อบริการเด็กพัทยา"

อาชญากรรม
4 ธ.ค. 66
20:53
1,407
Logo Thai PBS
ตรวจสอบเส้นทางคดี "ต่างชาติซื้อบริการเด็กพัทยา"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
คดีซื้อบริการเด็กในพัทยา ผู้ต้องหาชาวเยอรมันอ้างจ่ายสินบนกว่า 1 ล้านบาทแล้วหลบหนีไปต่างประเทศ ล่าสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยพบตำรวจระดับ "ผู้กำกับ" เอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องหา เตรียมออกหมายแดงตามจับผู้ต้องหาต่างชาติ 2 คนมาดำเนินคดีในไทย

วันนี้ (4 ธ.ค.2566) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีค้าบริการทางเพศเด็กที่พัทยา มีผู้ต้องหาหลัก 4 คน โดยในวันที่ 10 ก.ย.2565 ตำรวจจับกุมเจ้าของร้านบาร์เบียร์ที่ซอยบัวขาว พัทยา ภรรยาชาวไทย และสามีชาวอังกฤษ แจ้งข้อหานำเด็กค้าบริการ

ต่อมาวันที่ 24 ก.ย.2565 ตำรวจขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ซื้อบริการเด็ก 2 คน คนแรกคือ นายเจน เป็นชาวเยอรมัน จับได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง และคนที่ 2 คือ นายไมเคิล เป็นชาวอังกฤษ ถูกแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

ระหว่างนั้นผู้ต้องหายื่นขอประกันตัว มีหลักฐานเป็นคำสั่งศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 7 พ.ย.2565 โดยศาลอนุญาตให้ นายเจน ผู้ต้องหาชาวเยอรมันเดินทางออกนอกประเทศ

สาระสำคัญระบุว่า ศาลเห็นว่าผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในไทย มีธุรกิจที่ไทย มีภรรยาเป็นคนไทยและประสงค์ต่อสู้คดี ผู้ต้องหามีเหตุผลต้องไปต่างประเทศ ตามเอกสารของธนาคารและหุ้นส่วนทางธุรกิจ จึงอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสด 500,000 บาท

ข้อมูลของตำรวจ พบว่า ผู้ต้องหาชาวเยอรมันได้ออกนอกประเทศไทยทันทีในวันที่ 7 พ.ย.2565 (วันที่ศาลอนุญาต) โดยออกทางสนามบินสุวรรณภูมิ มีกำหนดรายงานตัวในวันที่ 14 พ.ย.2565 แต่ผู้ต้องหาไม่มารายงานตัว ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.2565 ตำรวจส่งฟ้องคดีต่ออัยการ ส่วนคดีล่าสุดอัยการสั่งฟ้องต่อศาลแล้ว

มีข้อสังเกตว่า ข้อมูลของตำรวจพยายามชี้ให้เห็นว่า ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวและอนุญาตออกนอกประเทศตามคำสั่งศาล จึงไม่มีเหตุผลให้ติดสินบน และตั้งข้อสังเกตว่าสินบนที่ผู้ต้องหาอ้าง อาจเป็นค่าประกันตัวและค่าดำเนินการของทนายความหรือไม่

"บิ๊กโจ๊ก" เผยมีตำรวจยศ "ผกก." เอื้อประโยชน์ผู้ต้องหา

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระบุว่า มีตำรวจยศ "ผู้กำกับการ" ในเวลานั้น ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและเอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องหาหลบหนี

ปกติการจับกุมชาวต่างชาติจะมีขั้นตอนคือ 1. มีหนังสือแจ้งการจับกุมไปที่กองบังคับการต่างประเทศ เพื่อแจ้งไปยังสถานทูตของผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดในประเทศไทย

2. ต้องมีหนังสือแจ้งไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อให้เพิกถอนวีซา เมื่อนำผู้ต้องหาไปฝากขังแล้ว หากศาลให้ประกันตัวจะต้องนำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่ห้องกักของ ตม. เพื่อป้องกันการหลบหนี

การตรวจสอบพบว่าตำรวจไม่ได้ทำหนังสือแจ้งใดๆ และไม่คัดค้านการประกันตัว ยิ่งเอื้อให้ผู้ต้องหาหลบหนีได้ เมื่อตำรวจไม่คัดค้านประกันตัว ศาลก็พิจารณาให้ประกันตัว ทั้งนี้ศาลมีหนังสือแจ้งไปที่ ตม.ว่าผู้ต้องหา 2 คนมีเงื่อนไขประกันตัว ห้ามออกนอกประเทศ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ติดต่อทนายความให้ยื่นคำร้องต่อศาลว่าจะขอกลับไปทำธุระที่ประเทศบ้านเกิด ศาลจึงพิจารณาให้ผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ตำรวจมีความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษ "ปลดออก" หรือ "ไล่ออกจากราชการ" ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าผู้ต้องหาได้จ่ายเงินให้กับตำรวจหรือไม่ หากพบจะเป็นความผิดทางอาญาทันที ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจะทำเรื่องอนุมัติหมายแดงส่งไปที่ประเทศเยอรมันและอังกฤษ เพื่อนำตัวผู้ต้องหามารับโทษที่ไทย

ผบช.ภ.2 เผยไม่พบผู้ต้องหาโอนเงินให้บุคคลใด

ขณะที่ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ยืนยันว่า การตรวจสอบไม่พบผู้ต้องหาชาวเยอรมันได้โอนเงินให้กับใคร ขณะนี้ต้องการหลักฐานจากผู้ที่เผยแพร่ข้อมูล เพื่อดำเนินการกับผู้ที่ถูกพาดพิง

มีรายงานว่า ตำรวจภูธรเมืองพัทยาได้เชิญตัว "ทนายความ" ของผู้ต้องหาชาวเยอรมันมาสอบถามรายละเอียด ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้านนายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า หลังจากผู้ต้องหาชาวเยอรมันไม่มารายงานตัวตามกำหนดและทนายความได้ขอขยายเวลาหนึ่งครั้ง ซึ่งศาลอนุญาต แต่สุดท้ายผู้ต้องหาไม่ได้มาตามนัด จึงออกหมายจับในเดือน ธ.ค.2565 ต่อมาอัยการได้สั่งฟ้องต่อศาลและทนายไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาแสดงต่อศาล ศาลจังหวัดพัทยาจึงได้ออกหมายจับใหม่ ดังนั้นขั้นตอนจึงอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหามาส่งศาล เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ฯ ชี้ต่างชาติรู้ช่องทางสู้คดี

นายศุภกร โนจา ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด (บ้านครูจา) มองว่า คดีชาวต่างชาติล่วงละเมิดทางเพศเด็กในไทย จะรู้วิธีล้มคดี จัดหาทนายความคนไทยช่วยสู้คดี เพื่อให้ได้ประกันตัว แล้วหาวิธีหลบหนีกลับประเทศ

อีกทางหนึ่ง เลือกเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย โดยทนายจะพาเด็กและครอบครัวย้ายที่อยู่ ไม่ให้ครอบครัวได้รับเอกสารจากศาล พร้อมจ่ายค่าดูแล เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี

ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ฯ กล่าวว่า บางคดีเจ้าหน้าที่ขอหมายจับสากล ดำเนินคดีกับผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กและขึ้นศาลในต่างประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าดำเนินการหรือไม่

นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มชาวต่างชาติได้ตั้งกลุ่มซื้อบริการทางเพศเด็ก โดยมีคนไทยเป็นธุระจัดหาและจะรวมกลุ่มกันตามบาร์เบียร์ในเมืองพัทยา ย่านหาดดงตาล ซอยบัวขาว หลังตึกคอมพัทยาใต้ และจะมีการแสดงสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่มด้วย จึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้เรื่องนี้ไม่ให้เด็กตกเป็นผู้เสียหายอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อเยอรมนี "ตีแผ่" ต่างชาติจ่ายเงินหนีคดีค้าประเวณีเด็ก

ผบช.ภ.2 สั่งสอบปมเรียกรับสินบนชาวเยอรมัน คดีค้าบริการเด็ก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง