วันนี้ (7 ธ.ค.2566) นิตยสารไทม์ ยกย่องให้ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังระดับโลก เจ้าของรางวัลแกรมมี 12 รางวัล และอเมริกันมิวสิกอวอร์ดอีก 40 รางวัล หลังจากเพิ่งได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินที่ถูกสตรีมมากที่สุดบนแพลตฟอร์ม Spotify และผลงานตลอดปีของเธอ โดยเฉพาะคอนเสิร์ต The Eras Tour ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
เทย์เลอร์ สวิฟต์ กล่าวหลังได้รับเลือกเป็นบุคคลแห่งปีว่า "รู้สึกภูมิใจและมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยมีมา"
นักร้องสาวยังให้สัมภาษณ์กับไทม์ ด้วยว่า คอนเสิร์ต The Eras Tour แต่ละรอบมีความยาว 180 นาที ทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทางกายอย่างหนัก หลังจากการแสดงจบลง ฉันไม่ลุกจากเตียงเลย นอกจากเพื่อไปหาอาหาร และพามันกลับมาที่เตียงและทานมันที่นั่น นอกจากนี้ฉันแทบพูดไม่ได้ เพราะต้องร้องเพลง 3 โชว์ติดต่อกัน
สำหรับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในปีนี้ มีทั้ง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน, ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และยังมีนักแสดงและนักเขียนฮอลลีวูด แต่ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ก็กลายเป็นบุคคลที่คว้ารางวัลนี้ไปครอง
ป๊อปสตาร์-ไอคอนดนตรีโลก
ไทม์บอกว่า ปี 2023 เป็นปีที่น่าทึ่งของสวิฟต์ โดยเฉพาะคอนเสิร์ต The Eras Tour ที่ทำรายได้ประมาณ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการขายตั๋วในอเมริกาเหนือเพียงอย่างเดียว ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัย QuestionPro นอกจากนี้ เมื่อวันพุธที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา StubHub ยังเผยแพร่รายงาน "Year in Live Experiences" ประจำปี 2023 โดยเปิดเผยว่า "The Eras Tour" เป็นการทัวร์ครั้งใหญ่ที่สุด
สวิฟต์ไม่เพียงแต่ครองสนามกีฬาขนาดเท่าซูเปอร์โบวล์เท่านั้น แต่ยังครองโรงภาพยนตร์อีกด้วย เธอมีผลงานภาพยนตร์คอนเสิร์ต "Taylor Swift : The Eras Tour" ซึ่งกวาดรายได้ไปประมาณ 96 ล้านเหรียญสหรัฐ ในบ็อกซ์ออฟฟิศ ของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทำให้เป็นภาพยนตร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่เปิดตัว
เหนือสิ่งอื่นใดป๊อปสตาร์สาวคนนี้ ยังทำลายสถิติ Spotify ของตัวเธอเอง ด้วยการเป็นศิลปินที่มียอดสตรีมมากที่สุดในวันเดียวในประวัติศาสตร์ของสตรีมเมอร์ ในขณะที่ "1989 (Taylor's Version)" กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดสตรีมมากที่สุดของ Spotify ในวันเดียวในปีนี้
ไม่เฉพาะ ปี 2023 เท่านั้นที่เป็นปีสุดปังของเธอ ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการดนตรี สวิฟต์ คว้ารางวัลการันตีผลงานตัวเองไว้อีกมากมาย เช่น
- รางวัลแกรมมี : อัลบั้มแห่งปี Fearless และ 1989
- รางวัล Best Country Album, Best Pop Vocal Album, Best Music Video
- รางวัลเพลงอเมริกัน : American Music Awards หลายรางวัล, ศิลปินหญิงแนวป๊อป/ร็อคแห่งปี, ศิลปินหญิงแนวคันทรียอดนิยม
- Billboard Music Awards : Top Artist และ Top Female Artist
- MTV วิดีโอมิวสิกอวอร์ด : รับรางวัล MTV VMA, วิดีโอหญิงยอดเยี่ยม, วิดีโอแห่งปี
- Brit Awards : รางวัล International Female Solo Artist และ Global Icon awards
- รางวัลเอ็มมี : "AMEX Unstaged : Taylor Swift Experience"
- รางวัลการแต่งเพลง: ได้รางวัลจาก Nashville Songwriters Association และ Songwriters Hall of Fame
- รางวัลด้านมนุษยธรรม: รางวัล Ripple of Hope Award จากศูนย์ความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี
เส้นทาง ป๊อปสตาร์-ไอคอนดนตรีโลก
เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์ เกิดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.1989 ในเมืองเรดดิง รัฐเพนซิลวาเนีย เธอเข้าสู่วงการดนตรีตั้งแต่อายุ 14 ปี โดยเริ่มแสดงในงานเทศกาลท้องถิ่น เมื่ออายุ 16 ปี เธอได้เซ็นสัญญาเพลงครั้งแรก และนั่นคือจุดเริ่มต้นอาชีพและการเดินทางที่ไม่ธรรมดาของเธอ
รางวัลบุคคลแห่งปี 2023 น่าจะเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดของปีที่ 34 ในชีวิตเทย์เลอร์ สวิฟต์
เริ่มแรกเธอเป็นศิลปินแนวเพลงคันทรี หรือ แนวเพลงลูกทุ่งของอเมริกา แต่พอปี 2014 ก็เปลี่ยนมาทำเพลงป๊อป และเปิดตัวด้วยอัลบั้ม "1989" มีซิงเกิลฮิตอย่าง "Shake It Off" และ "Blank Space" ที่ทำให้เธอโด่งดังไปทั่วโลกและยังมีอีกหลายซิงเกิลที่ติดชาร์ตอันดับ 1 ในสหรัฐฯ และทั่วโลก อาทิ You Belong with Me, Love Story, Mean, We Are Never Ever Getting Back Together, I knew You Were Trouble, Bad Blood เป็นต้น
เหล่าสวิฟตี้ หรือผู้ที่ชื่นชอบในตัว สวิฟต์ จะคุ้นเคยกับ การเป็นคนยิ้มง่าย มีอารมณ์ขัน เข้าถึงง่าย คุยเก่ง ของศิลปินสาวผู้นี้ ส่วนหนึ่งมาจากการชื่นชมผลงานและทักษะการแต่งเพลง ที่สร้างสรรค์เนื้อเพลงที่จริงใจและโดนใจแฟนๆ ทุกวัย มักเป็นที่รู้กันว่า สวิฟต์มักใช้เรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของเธอมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง เช่น
- Love Story และ Forever and always : มาจากเรื่องราวความรักของ เทย์เลอร์ และ โจ โจนัส ศิลปินหนุ่มจากวง Jonas Brothers ซึ่งต้องเลิกรากันไป สาเหตุจากพ่อของฝ่ายสาวไม่ถูกใจฝ่ายชาย
That you were Romeo, you were throwin' pebble. And my daddy said, "Stay away from Juliet" And I was cryin' on the staircase Beggin' you, "Please don't go ...
- Back to December : เรื่องราวความสัมพันธ์ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ และ นักแสดงหนุ่ม เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ มีรายละเอียดที่พูดถึงเลาต์เนอร์อย่างเช่นท่อน "I miss your tan skin" และ เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ก็ออกมาคอนเฟิร์มว่า เพลงนี้เป็นเรื่องราวของเขาเอง
- We are never ever getting back together : ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับความชอบเพลงอินดี้ของชายหนุ่มในเนื้อเพลง และ พร็อปหลายชิ้นของมิวสิก วิดีโอ หลายคนมองว่าเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นให้ เจค จิลเลนฮาล นักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ผู้เคยเป็นคนรักของ สวิฟต์ และยังถือว่าเป็นเพลงเปลี่ยนชีวิต สวิฟต์ อีกด้วยเพราะเป็นเพลงแรกของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่ได้ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตบิลบอร์ด ฮอต 100
Taylor Swift Economy
เป็นคำใหม่ที่นิยมพูดกันมาในช่วงปี 2023 เมื่อ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ไปจัดทัวร์คอนเสิร์ต นอกจากจะมีแฟนๆ ทั่วโลก รอจองบัตรคอนเสิร์ตที่ขายเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาที เธอยังทำให้เศรษฐกิจโดยรอบคึกคักขึ้นมากตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม การบิน หรือ เศรษฐกิจท้องถิ่น
Bloomberg ระบุว่า บนถนนสายดนตรีเกือบ 2 ทศวรรษส่งให้ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" กลายเป็น "มหาเศรษฐีพันล้าน" หรือ Billionair ที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็น 1 ในศิลปินไม่กี่คน ที่สร้างรายได้มหาศาลจากการทำงานเพลงเพียงอย่างเดียว Bloomberg Economics ประมาณการเม็ดเงินจากการแสดงคอนเสิร์ตของสวิฟต์กว่า 53 ครั้งในสหรัฐฯ ในปีนี้ว่า มีมูลค่าเทียบเท่า GDP ของประเทศขนาดเล็กเลยทีเดียว
ที่มา BBC, CNN, Bloomberg
อ่านข่าวอื่น ๆ
เมื่อ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" คือผู้สะท้อน การเมือง เศรษฐกิจ สังคม










