เปิดใจ แรงงานไทย ฝ่ากระแสสงคราม กลับไปทำงานอิสราเอล | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

เปิดใจ แรงงานไทย ฝ่ากระแสสงคราม กลับไปทำงานอิสราเอล

สังคม
18 ธ.ค. 66
16:18
1,135
Logo Thai PBS
 เปิดใจ แรงงานไทย ฝ่ากระแสสงคราม กลับไปทำงานอิสราเอล
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ไม่รอสงครามสงบ แรงงานไทยจำนวนหนึ่ง "เหินฟ้า" กลับไปทำงานที่อิสราเอลกันแล้ว หนึ่งในนั้น เปิดใจ อยู่ไทยไม่มีอนาคต ฝั่งนายจ้างเผย แรงงานไทย เป็นที่หนึ่งในใจเสมอมาพร้อมอ้าแขนรับ

"คงไม่กลับง่ายๆแล้ว ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง" แรงงานไทยวัย 37 ปี บอกกับไทยพีบีเอสแบบนี้ หลังกลับไปทำงานกับนายจ้างคนเดิมที่อิสราเอลตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา

โมชาฟที่เขาทำงานเป็นฟาร์มเกษตร ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ อยู่ในเขตตอนกลางของอิสราเอล (central district) ห่างจากเมืองนาตาเนีย (Netanya) ประมาณ 3 ถึง 4 กิโลเมตร และ ห่างจากเมืองเทลอาวีฟ ประมาณ 30 กิโลเมตร

การกลับไปทำงานอีกครั้งในวันที่สถานการณ์สู้รบยังดำเนินอยู่ จึงไม่ใช่สิ่งที่เขากังวล

แล้วแต่พื้นที่ อย่างที่ผมทำงานอยู่ก็ห่างเยอะมาก เหตุการณ์ไม่เหมือนพวกกาซา เลบานอน ตอนนั้นที่กลับก็เพราะเหตุสงคราม คุยกับทางบ้านว่าให้กลับไทยก่อน  มีคุยกับนายจ้างไว้เหมือนกันว่า อยากกลับมาก็ตกลงกันไว้ว่ากลับมาได้ นายจ้างคนเดิม

ความหวังวันที่ได้กลับบ้าน

 

เขากลับถึงประเทศไทยด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำของรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 พ.ย. หลังจากไปทำงานที่อิสราเอล ผ่านโครงการความร่วมมือไทย – อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน หรือ TIC project ได้ประมาณ 7 เดือน

กลับมาบ้านไม่ถึงสัปดาห์หน้า เขาสมัครเรียนภาษาเกาหลีเพราะตั้งเป้าหมายจะไปเป็นแรงงานที่ประเทศเกาหลีใต้ และ ยังเดินเรื่องกู้เงิน 150,000 บาท จากธนาคารที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือแรงงานคืนถิ่น

แน่นอนว่า เขาเป็นคนหนึ่งได้รับ เงินสงเคราะห์ 15,000 บาท ที่รัฐเยียวยาให้แรงงานที่กลับจากอิสราเอล และ ทำเรื่องขอคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดหางาน กรณีกลับมาจากอิสราเอลเป็นการถาวร เพราะตอนนั้นยังไม่มีความคิดจะกลับไปอีก เขาบอกว่า น่าจะได้เงินคืนประมาณ 16000 บาท เพราะอยู่ในกลุ่มที่ทำงานไม่เกิน 18 เดือน   แต่พอกลับมาอยู่บ้านได้ระยะหนึ่ง ความคิดก็เปลี่ยนไป

เขากำหนดอายุ 18 ถึง 39 ผมอายุจะเกินแล้ว ถึงสอบภาษาเกาหลีผ่าน แต่ไม่ได้หมายความว่า นายจ้างจะเลือกผมไปทำงาน มีตั้งเยอะที่สอบผ่านแต่นายจ้างไม่เลือก ยิ่งผมมีครอบครัว มีลูก มีหนี้สิน ก็ต้องคิดเยอะ ราคาซื้อขายควายตอนนี้ก็ไม่ใช่จะดี

เริ่มต้นใหม่ กลับไป “อิสราเอล”

“ตัดสินใจกลับเพราะไม่มีรายได้” คำตอบสั้นๆ หลังจากถามว่าทำไมเขาตัดสินใจแบบนี้

3 สัปดาห์ที่วนเวียนอยู่กับการเรียนภาษาเกาหลี และยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งทั้งที่เป็นหัวหน้าครอบครัว  เขาเริ่มติดต่อกับนายจ้างคนเดิมที่อิสราเอล หารือถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกครั้ง

แผนการกลับไปทำงานที่อิสราเอลคืบหน้าอย่างรวดเร็วเพราะวีซาทำงานยังไม่หมดอายุ  ปลายเดือน พ.ย. เขาได้รับแจ้งจากนายจ้างว่า ดำเนินการออก วีซาขอกลับเข้าประเทศ หรือ Inter Visa ให้เรียบร้อยแล้ว วันเดินทางจึงถูกกำหนดขึ้นทันที

สิ่งที่เขาทำก่อนเดินทาง กฺ็คือ แจ้งสำนักงานจัดหาจังหวัด ขอยกเลิกเรื่องขอคืนค่าธรรมเนียมบางส่วนกรณีทำงานที่อิสราเอลไม่เกิน 18 เดือน และ ยกเลิกการขอกู้เงินสินเชื่อคืนถิ่นแรงงานไทย (อิสราเอล) กับธนาคาร

ผมยกเลิกไปหมดแล้ว ไม่เอาอะไรแล้ว ไม่มีอะไรผูกพัน ตัวเงินที่รัฐบาลบอกให้กู้ได้กับ ออมสิน กับ ธ.ก.ส. ผมยื่นไปผมก็ยกเลิกเหมือนกัน รอบครั้งนี้ที่มา อินเตอร์วีซ่าที่นายจ้างออกให้ พาสปอร์ตที่ยังมีวีซ่าอยู่ ตั๋วเครื่องบินที่เราเป็นคนจอง

วันที่บินไปอิสราเอล เขาเจอคนไทยที่สนามบินประมาณ 20 คน นั่งเครื่องบิน 11 ชั่วโมงด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายไปตามฟาร์มเกษตรต่างๆ เมื่อถึงอิสราเอล

"ก็โอเคเหมือนเดิม ค่าแรงเพิ่มขึ้น เจอเพื่อน นายจ้างเก่า"  อนาคตของลูก ความมั่นคงของครอบครัว คือ เป้าหมายของการกลับไปทำงานอิสราเอลครั้งนี้ 

เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อรวมกับค่าล่วงเวลา เขามีรายได้ วันละประมาณ 3,000 บาท แต่ก็ต้องแลกกับการทำงานวันละ 11 ชั่วโมง  และ ในอนาคต หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น เขาก็จะไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยที่นี่

แรงงานไทย ที่หนึ่งในใจ นายจ้างอิสราเอล

กว่า 20 ปีที่จ้างแรงงานไทยทำงานในฟาร์มเกษตร ทำให้นายจ้างชาวอิสราเอลคนนี้ พูดได้เต็มปากว่า คนไทยเป็นแรงงานที่ดีที่สุด และ ทำงานกันอย่างมีความสุขมาตลอด

เขาเล่าว่า มีแรงงานไทย 12 คนอยู่ในฟาร์มเกษตรที่อยู่ทางตอนกลางของอิสราเอล ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามมากเท่าไร เพราะการสู้รบส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศ

เมื่อการสู้รบเริ่มขึ้น มันมีความตื่นตระหนกเกิดขึ้นในหมู่คนไทย สถานทูตไทย ขอให้คนไทยทั้งหมดออกจากอิสราเอล และอย่างที่ทราบนั่นแหละ คนไทยจำนวนมากก็ออกจากอิสราเอล ฟาร์มของผมก็มีคนไทย 5 คนเดินทางกลับประเทศ

“มันเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ในภาคเกษตรกรรมของอิสราเอล” นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของนายจ้างคนนี้ เขาบอกว่า แม้จะทำทุกวิถีทาง ทั้งอ้อนวอน ขอร้อง ขึ้นค่าแรง ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้แรงงานไทย 12 คนในฟาร์มรู้สึกปลอดภัย และอยู่ทำงานต่อ แต่ก็ยังมี 5 คนตัดสินใจกลับบ้านไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม

อยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานได้สักพัก วันนี้ แรงงานไทย 2 คนกลับมาทำงานแล้วเพราะเห็นว่า สถานการณ์ในพื้นที่ทำงานไม่ได้แย่และมีความปลอดภัย ทำให้ฟาร์มของเขามีแรงงานเพิ่มเป็น 9 คน แต่ความเสียหายอย่างรุนแรงในภาคเกษตรกรรมของอิสราเอลที่เกิดจากการหายไปของแรงงานไทยนับหมื่นคนยังไม่อาจฟื้นตัวในภาพรวม

นายจ้างอธิบายเพิ่มเติมว่า ณ ตอนนี้รัฐบาลไทยยังไม่อนุญาตให้คนไทยกลับไปอิสราเอล แต่สำหรับคนที่ออกจากประเทศไปในช่วงที่มีการสู้รบและต้องการกลับเข้ามา ต้องใช้ “วีซ่าขอกลับเข้าประเทศ (Inter-VISA)”เพราะพวกเขามีวีซ่าในหนังสือเดินทางแล้ว พวกเขาไม่ใช่แรงงานใหม่ แต่เป็นคนที่จะกลับมาทำงานเดิม จึงกลับมาได้  "แต่สำหรับคนไทยที่ต้องการเข้ามาใหม่ จนถึงตอนนี้ยังทำไม่ได้"

ส่องนโยบายรัฐช่วยแรงงานไทยกลับบ้าน

ตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่มีการอพยพแรงงานไทยชุดแรกกลับจากอิสราเอล กระทรวงแรงงานออกมาตรการช่วยเหลือแรงงานกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง หลักๆ มี 4 แนวทาง ได้แก่ การเยียวยา  การหางานใหม่  การฝึกทักษะฝีมือ รองรับอาชีพใหม่  และดูแลสิทธิประโยชน์ และค่าจ้างค้างจ่าย

15,000 บาท คือเงินสงเคราะห์ที่แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ทุกคนจะได้รับเมื่อกลับมาถึงประเทศไทย และ หากยังมีค่าจ้างที่ค้างจ่าย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำประเทศอิสราเอล จะดูแลสิทธิประโยชน์ และ ช่วยประสานกับนายจ้าง ให้ดำเนินการจ่ายให้

สำหรับแรงงานไทยที่ต้องการหางานใหม่ เป็นหน้าที่ของสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ โดยกระทรวงแรงงานยืนยัน มีงานรองรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

เบื้องต้น มีข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า กำลังมีแผนส่งแรงงานไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ในโครงการวีซ่า E8 ซึ่งแรงงานไม่ต้องสอบภาษา เพียงแต่มีความรู้ ความสามารถภาคการเกษตร เพราะมีความต้องการแรงงานภาคเกษตรจำนวนมาก แต่ยังไม่ระบุเวลารับสมัครที่แน่ชัด

12 ธ.ค. ครม. อนุมัติโครงการเงินเยียวยา 50,000 บาท บรรเทาความเดือดร้อนแรงงานไทยจากการขาดรายได้จากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล คาดว่า จะมีแรงงานที่เข้าเงื่อนไข ได้รับเงินประมาณ 15,000 คน

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า กระทรวงแรงงานจะมีคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐาน โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชีให้ผู้มีสิทธิหรือทายาทผู้มีสิทธิ (กรณีเสียชีวิต) ภายใน 7 – 10 วัน ผู้ยื่นคำร้องสามารถตรวจสอบสถานะคำร้องได้โดยการสแกน QR CODE ที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้อง

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานเมื่อปลายเดือน พ.ย. ระบุมี แรงงานไทยกลับจากอิสราเอลประมาณ 15,000 คน และ มีรายงานคนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางกลับไปทำงานที่อิสราเอลแล้วโดยไม่ผ่านกระทรวงแรงงาน ขณะเดียวกัน มีอีกประมาณร้อยละ 60 ที่แจ้งความจำนงไว้ว่า ขอกลับไปทำงานที่อิสราเอลเมื่อเหตุการณ์สงบซึ่งยังไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง