จับเครือข่ายชาวเวียดนาม ล้วงกระเป๋าฉกบัตรเครดิตรูดซื้อของ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

จับเครือข่ายชาวเวียดนาม ล้วงกระเป๋าฉกบัตรเครดิตรูดซื้อของ

อาชญากรรม
15 ม.ค. 67
13:07
1,711
Logo Thai PBS
จับเครือข่ายชาวเวียดนาม ล้วงกระเป๋าฉกบัตรเครดิตรูดซื้อของ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตำรวจนครบาล แถลงผลจับเครือข่ายชาวเวียดนามตระเวนล้วงกระเป๋าลักทรัพย์ นำบัตรเครดิตไปรูดซื้อสินค้าผ่านเครื่องรูดเคลื่อนที่ ส่งเงินเข้าบัญชีปลายทางที่ประเทศเวียดนาม มูลค่าเสียหาย 400,000 บาท

วันนี้ (15 ม.ค.2567) ตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุมเครือข่ายชาวเวียดนาม 2 คน พร้อมของกลางเครื่องรูดบัตรเครดิตเคลื่อนที่เครื่อง หรือเครื่อง EDC (electronic data capture) มีดคัตเตอร์ แล้วเสื้อผ้าที่สวมใส่ใช้ในวันก่อเหตุ และโทรศัพท์มือถือ หลังตระเวนล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวในย่านแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยผู้เสียหายคนล่าสุดเป็นชายชาวญี่ปุ่น ถูกล้วงกระเป๋าในพื้นที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง เอกสารการเดินทาง และบัตรเครดิตจำนวน 3 ใบ ก่อนได้นำบัตรเครดิตไปรูดผ่านเครื่องรูดบัตรเคลื่อนที่ซื้อสินค้าเป็นเงินจำนวนกว่า 400,000 บาท

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าการติดตามจับชาวเวียดนามที่ก่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากมีผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.พระราชวัง จึงขยายผลติดตามจากภาพวงจรปิด พบว่าทั้งเครือข่ายที่ร่วมกันก่อเหตุมีอยู่ประมาณ 4 คน แต่จับกุมได้ 2 คนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือ

สำหรับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุจะแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน คนแรกทำทีเดินเข้าชนและชวนผู้เสียหายพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นคนที่ 2 จะเข้าไปใช้มีดคัตเตอร์กรีด หรือฉกกระเป๋าเงินของผู้เสียหาย เมื่อได้กระเป๋าเงินมาแล้ว จะรีบวิ่งไปให้คนที่ 3 ที่รออยู่ตามจุดนัดพบ และคนที่ 3 จะนำกระเป๋าเงินส่งไปให้คนที่ 4 โดยบุคคลนี้จะมีเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ รูดบัตรเคดิตรผู้เสียหายในลักษณะรูดซื้อสินค้า ส่วนเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีปลายทาง คาดว่าเป็นบัญชีของผู้ก่อเหตุที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งข้อมูลการสืบสวนยังพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุตระเวนก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ให้การภาคปฎิเสธ และตรวจสอบพบว่าเดินทางเข้ามาภายในประเทศอย่างถูกกฎหมาย ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นจำนวนหลายครั้ง

พล.ต.ต.นพศิลป์ ยังบอกอีกว่า จากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนเรื่องการใช้บัตรเครดิตแบบไม่เซ็นชื่อ เพราะถือว่าเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพนำไปใช้ก่อเหตุได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง