ตรวจพิสูจน์ DNA “คนไทย” ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ในมาเลเซีย

ภูมิภาค
21:33
จำนวนผู้ชม 694
ตรวจพิสูจน์ DNA “คนไทย” ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ในมาเลเซีย
รอยยิ้มแรกเกิดขึ้นกับครอบครัวซาและ ชาว จ.นราธิวาส ซึ่งสมาชิกในครอบครัว 4 คนไม่มีบัตรประชาชน หลังพ่อมาทำงานในมาเลเซีย และพี่น้องบางคนก็คลอดที่นี่ จึงไม่มีการรับรองสถานะทางทะเบียน การใช้ชีวิตจึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ

“ตั้งแต่เกิดมา หลายคนในครอบครัวลำบากมาก พ่อมาทำงานที่มาเลย์ พี่น้องหลายคนก็คลอดที่นี่ ก็ไม่ได้แจ้งเกิด เพราะไม่ได้กลับไทย เวลาล่วงเลยมาก็เป็นเรื่องยากแล้ว เวลาทำงานในมาเลย์ ก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เรียนหนังสือก็เรียนไม่ได้ เวลาป่วยก็ต้องหาซื้อยากินเอง เพราะไปโรงพยาบาลไม่ได้” น.ส.สารีนา ซาและ กล่าว

ครอบครัวซาและเป็น 1 ในหลายครอบครัว ที่ร่วมโครงการตรวจสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ เพื่อช่วยเหลือคนไทยในมาเลเซีย ที่มีสถานะตกหล่นทางทะเบียน ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ภาพประกอบข่าว ตรวจพิสูจน์ DNA “คนไทย” ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ในมาเลเซีย
หลายคนที่มารับจ้างทำงานในสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน หรือ แม้แต่แรงงานในร้านอาหารต้มยำกุ้ง ต่างก็มีความหวังว่า จะมีตัวตนในสถานะคนไทยหลังจากนี้ โดยเฉพาะบางคนอายุมากกว่า 60 ปีก็ยังไม่มีบัตรประชาชน

นายวรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า โครงการนี้ รัฐจะออกค่าใช้จ่ายการตรวจดีเอ็นเอให้ทั้งหมด ซึ่งปกติจะตกที่คนละ 2,500 บาท จนถึง 10,000 บาท โดยพบว่า มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ที่ผลตรวจตรวจไม่ตรงกัน และการออกบัตรประจำตัวประชาชน ก็ทำได้หลังการตรวจแล้วเกือบร้อยละ 80

ภาพประกอบข่าว ตรวจพิสูจน์ DNA “คนไทย” ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ในมาเลเซีย
ในประเทศไทยมีผู้ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คาดว่าจะมีมากกว่า 990,000 คน แต่สำหรับคนไทยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และที่อาศัยในมาเลเซีย เราตั้งเป้าว่า ปัญหานี้จะทุเลาลงภายใน 3 ปี และภายใน 5 ปีจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้เกือบทั้งหมด
ภาพประกอบข่าว ตรวจพิสูจน์ DNA “คนไทย” ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ในมาเลเซีย

โครงการนี้ดำเนินการมา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2560 มีผู้เข้าร่วม 74 คน ปี 2561 มีผู้เข้าร่วม 90 คน ปี 2562 จำนวน 92 คน แต่ในช่วงปี 2563-2565 ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ได้ชะลอการดำเนินการออกไป

จนในปี 2566 มีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น 97 คน โดย 70 คน สามารถออกบัตรประชาชนได้ทันที ซึ่งการเริ่มไว้วางใจของชาวบ้านที่หวาดกลัวในช่วงแรก ว่าจะถูกดำเนินคดี และการทำงานเชิงรุกทำให้ปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการมากขึ้นเป็น 235 คน

“ผมคาดหวังว่า โครงการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาคนไทยไร้สัญชาติได้ มากพอสมควร และสร้างความเชื่อถือ ความไว้วางใจระหว่างคนในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ กับรัฐได้มากขึ้น ซึ่งเราต้องทำต่อเนื่อง” นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู กล่าว

ภาพประกอบข่าว ตรวจพิสูจน์ DNA “คนไทย” ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ในมาเลเซีย

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็น 3 หน่วยงานหลักที่ผลักดันโครงการ แต่เงื่อนไขที่จะต้องให้กลับไปทำบัตรประชาชนใบแรกในไทย หลังได้รับผลตรวจดีเอ็นเอ และได้สูติบัตรแล้ว ทำให้หลายคนยังต้องใช้ช่องทางธรรมชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อปรับแนวปฏิบัติหรือกฎเกณฑ์ให้เอื้อต่อชาวบ้านมากขึ้น

รายงาน : ติชิลา พุทธสาระพันธ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคใต้

อ่านข่าว : กกต.ปรับรูปแบบบัตรเลือก สว.รอบไขว้ ขจัดความสับสน

กกต.เปิดตัวเลข "ผู้สมัคร สว." ไม่ผ่านคุณสมบัติ 2,020 คน

สวมสิทธิชาวนา! ปลอมชื่อซื้อ “พันธุ์ข้าว” ราคาถูกไปขายแพง