"ตำรวจน้ำ" ยันแกลลอนท้ายกระบะไม่ใช่น้ำมันของกลางจากเรือ 3 ลำ

อาชญากรรม
15 มิ.ย. 67
19:15
396
Logo Thai PBS
"ตำรวจน้ำ" ยันแกลลอนท้ายกระบะไม่ใช่น้ำมันของกลางจากเรือ 3 ลำ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตำรวจน้ำสัตหีบพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า จนท.มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำน้ำมันของกลางออกไป และรับสินบนจากลูกเรือประมงลำละ 6 ล้านบาทเพื่อให้หลบหนี

กรณีมีการเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิดที่พบว่า มีกระบะสีดำบรรทุกแกลลอน 1 ลิตรเข้าไปในสะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ สัตหีบ และมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการลักลอบเข้าไปเพื่อนำน้ำมันของกลางออกมาใช้หรือไม่

วันนี้ (15 มิ.ย.2567) ตำรวจน้ำสัตหีบ พาทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่า วันดังกล่าวเป็นการนำน้ำมาส่ง ไม่ใช้การมาสูบน้ำมันของกลาง ส่วนที่ต้องใช้รถกระบะในการขนน้ำและน้ำมัน เนื่องจากตัวท่อส่งน้ำมันและน้ำเกิดชำรุดมาแล้วกว่า 10 ปี ไม่สามารถใช้งานได้

ส่วนข้อสังเกต เลขผ้าคลุมแกลลอนน้ำมันที่เป็นหมายเลข 815 แต่รถกระบะที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดกลับไม่จอดเทียบท่าเรือหมายเลข 815 แต่ไปจอดที่เรือหมายเลข 633 แทนนั้น

ตำรวจชี้แจงว่า ผ้าคลุมดังกล่าวเป็นเพียงผ้าคลุมกันความร้อนเท่านั้น ไม่ได้กำหนดว่าต้องคลุมที่แกลลอนให้ตรงตามหมายเลขของเรือ นอกจากนี้ยังพาไปตรวจสอบจุดที่เก็บแกลลอนน้ำมันระหว่างที่พักของตำรวจน้ำสัตหีบ เพื่อให้เห็นว่าการขนน้ำอุปโภคและน้ำมันไปส่งในเรือเป็นภารกิจปกติของตำรวจน้ำ

อ่านข่าว : แจงปม "กระบะดำ" ขับเข้าท่าเรือเป็นรถตำรวจน้ำ-เร่งหาเรือของกลาง

ส่วนกรณีที่ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมคณะ เดินทางไปกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อหารือและขอความร่วมมือในการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำที่หายไป ล่าสุดทีมข่าวสอบถามกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าไม่พบเรือบรรทุกน้ำมันทั้ง 3 ลำในกัมพูชา คาดว่าอาจหลบหนีไปประเทศที่ 3 ส่วนจะมีการถ่ายน้ำมันและทำลายเรือหรือไม่นั้นยังไม่พบข้อมูล

กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากเรือลักลอบบรรทุกน้ำมันทั้ง 3 ลำหนีออกไปน่านน้ำสากล กฏหมายไทยไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ต้องรอให้เรือลักลอบบรรทุกน้ำมันทั้ง 3 ลำ เข้ามาในน่านน้ำไทย หรือเข้าน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ประสานไว้จึงจะสามารถบังคับใช้กฎหมาย และควบคุมตัวลูกเรือประมงทั้งหมดมาดำเนินคดีได้

ส่วนกระแสข่าวว่า ลูกเรือประมงทั้ง 3 ลำติดสินบนเจ้าหน้าที่ลำละ 6 ล้านบาทเพื่อให้หลบหนี พล.ต.ต.เกียรติ มองว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด แต่ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่บกพร่องในหน้าที่มากกว่า แต่หากตรวจสอบแล้วพบมีการกระทำดังกล่าวจริงก็จะดำเนินการคดีตามกฏหมาย

อ่านข่าว

เปิดภาพก่อน "เรือน้ำมันเถื่อน" หายปริศนา 3 ลำ

"บิ๊กเต่า" คาดเรือน้ำมันเถื่อนของกลางหลบหนีไปประเทศที่ 3 แล้ว

ใต้เงาอิทธิพล "เสี่ยโจ้" คนหนีคดียังล่องหน "เรือขนน้ำมันหาย"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง