มวยล้ม ต้มกองเชียร์ คืนเก้าอี้ "ต่อศักดิ์" ให้ความหวัง "บิ๊กโจ๊ก"

อาชญากรรม
20 มิ.ย. 67
17:32
4,045
Logo Thai PBS
มวยล้ม ต้มกองเชียร์ คืนเก้าอี้ "ต่อศักดิ์" ให้ความหวัง "บิ๊กโจ๊ก"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

มวยล้ม ต้มกองเชียร์ สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุ่งปทุมวัน เมื่อผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่มีนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงคืนเก้าอี้ ผบ.ตร.ให้ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล พร้อมระบุว่า คำสั่งย้าย "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ออกจากราชการไม่ถูกต้อง และขณะนี้ยังไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ

ข้อสรุปดังกล่าว ไม่เพียงค้านสายตาชาวบ้านและทำให้สังคมคาใจเท่านั้น แต่การยอมรับว่า ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีปัญหาความขัดแย้งจริง มีคดีความร้องเรียนระหว่างทีมงานของ ผบ.ตร และรอง ผบ.ตร.เกิดขึ้นจริง จึงทำให้มีการร้องเรียนแจ้งความหากันหลายครั้งหลายครา และปฎิเสธไม่ได้ว่า หากไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ก็จะไม่มีใครทราบว่า ในวงการสีกากีมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง 

ไม่ใช่แค่คดีล่าสุด เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ หายไปจากท่าเรือสัตหีบ พร้อมน้ำมัน 3.3 แสนลิตร เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลา 5 วัน ตามกลับมาได้เหลือเพียง ลูกเรือ, เรือเปล่า และสุนัข 7 ตัว เท่านั้น แต่คนผิด ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังตามหาไม่เจอ มีเพียงแชตลับของตำรวจน้ำกับ "เสี่ยโจ้ ปัตตานี" เป็นหลักฐานให้เห็นความเชื่อมโยงของตำรวจและผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี

ยังไม่นับรวมกับ คดีเป้รักผู้การ 140 ล้านบาท คดีกำนันนก คดีมินนี่ คดีพนันออนไลน์บีเอ็นเค และคดีอื่น ๆ ที่มีนายตำรวจระดับต่าง ๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ทั้งหมดนี้ทางกฎหมายก็ยังไม่ได้รับชำระการสะสาง

"คณะกรรมการชุดนี้ ที่มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธานไม่ได้ชี้มูลว่าใครถูกใครผิด แต่ได้รายงานผลการสอบสวนให้นายกฯว่า เห็นความยุ่งยาก สับสน ระหว่างอำนาจสอบสวนของหลายหน่วยงาน ที่ไม่รู้ว่าอยู่ในอำนาจของใคร เช่น เรื่องไหนอยู่ในตำรวจ หรือ ป.ป.ช. เพราะคดีทุจริตมีเจ้าภาพมากเกินไป ซึ่งจริง ๆ เจ้าภาพใหญ่ คือ ป.ป.ช. แต่ละหน่วยงานอาจจะได้รับมอบหมายให้ทำรองๆ คณะกรรมการจึงเสนอแนะว่า ให้กระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะ กรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบให้ชัดว่า อำนาจหน้าที่อยู่ในอำนาจของใคร ต้องสอบสวนให้ถูกต้องว่าใครมีอำนาจกันแน่" นายวิษณุ กล่าวช่วงหนึ่งในการแถลงข่าว

และย้ำว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รับทราบรายงานทั้งหมดหมดแล้ว โยออกคำสั่งสำนักนายกฯให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ไปดำรงตำแหน่งเดิม โดยคำสั่งมีผลทันทีหลังนายกฯลงนาม ส่วนการดำเนินการอย่างอื่นให้ ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการว่าจะต้องสอบวินัยใครเพิ่มเติมหรือไม่

ส่วนกรณี "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น เป็นการออกคำสั่งตามมาตรา 132 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2505 ที่เคยทำกันมาในอดีต แต่ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ได้มีการเพิ่มมามาตราหนึ่งว่า ในกรณีที่สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วไปกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของบุคคลนั้น คำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน ต้องทำโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสอบสวน

แต่เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2567 มีการออกคำสั่งถึง 3 คำสั่งคือ สั่งให้กลับ สตช. สั่งตั้งกรรม การสอบวินัย และสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที ซึ่งเป็นปัญหา และมีการส่งไปหารือคณะกรรม การกฤษฎีกา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเห็นว่า การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนไปกระทบต่อสิทธิประโยชน์และหน้าที่ รวมทั้งสิทธิการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงต้องทำตามคำแนะนำของคณะกรรมการสอบสวน แต่เรื่องนี้ไม่ผ่านคณะกรรมการสอบสวน คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงเห็นว่า ไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม จึงให้ไปดำเนินการให้ถูกต้อง

สถานภาพของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขณะนี้ ถือว่าอยู่ระหว่างการรอนำความกราบบังคมทูลฯ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ต้องตรวจสอบว่าทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และขณะนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ไปฟ้องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.ตร.) แล้ว"

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่า หากกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังไม่หลุดออกจากตำแหน่ง ยังมีโอกาสลุ้นตำแหน่งผบ.ตร.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีครับ ใครก็มีโอกาสขึ้นมาทั้งนั้นที่เป็นรอง ผบ.ตร. หรือเทียบเท่า

แม้นายวิษณุ จะยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการซูเอี๋ย และไม่ใช่มวยล้มต้มคนดู และหากไม่ทำเช่นนั้น สตช. จะไม่มีหัวขบวน ในขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการแทน ผบ.ตร.จะรับงานไม่ไหว จำเป็นต้องมีกำลังเข้าไปช่วยเสริม โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องยาเสพติด การพนันออนไลน์ และหนี้นอกระบบ ซึ่งจำเป็นจะต้องจัดการให้ได้โดยเร็วที่สุด ขอให้ไปแบ่งหน้าที่กันทำ จึงจำเป็นต้องส่งกลับไป

ในช่วงเวลา 4 เดือนของคณะกรรมการชุดดังกล่าว กับข้อสรุปที่ถูกแถลงออกมา ทำให้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาตั้งคำถามว่า ข้อกล่าวหาที่มีตำรวจระดับสูงรับเงินจากเว็บพนันเป็นเรื่องที่ร้ายแรง และสังคมก็รอคอยคำตอบว่า จะมีความชัดเจนอย่างไร

"...เวลาผ่านไปหลายเดือน สังคมก็ยังไม่เห็นว่าความชัดเจนของการตรวจสอบคืออะไร จึงทำให้สงสัยว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่ ตกลงแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาผิดกันอย่างไร หากสุดท้าย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์จะกลับมา สังคมตั้งข้อสงสัยว่า จะจบแบบนี้ใช่หรือไม่ คือต่างฝ่ายต่างแยกย้าย แล้วเวลาที่ผ่านมาไม่มีความหมายใช่หรือไม่ ...ไม่ใช่เด็กทะเลาะกันแล้วมาจับแยก แล้วพูดว่า หาย ๆ กันไป หากทำแบบนั้นเป็นการจัดการที่ไม่มีวุฒิภาวะของรัฐบาล"

ตั้งโจทย์ไม่ตรงคำตอบ คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายชุดนี้ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการ สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม บอกว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่ผลสรุปจะออกมาในลักษณะดังกล่าว จริง ๆ ปัญหาความขัดแย้งในองค์กรตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ในอดีตเคยเกิดขึ้นกับ ผบ.ตร.คนอื่น ๆ ด้วย

"ข้อเท็จจริง ใครทำผิด คดีอะไร ก็แจ้งความดำเนินคดี ร้อง ปปช.สอบ หรืออะไรก็ต้องตรวจสอบกันไป ในทางคดีต้องเอาให้ชัด ๆ ใครผิดคดีฟอกเงิน คดีพนันออนไลน์ ใครเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการให้หมด ไม่ใช่มาบอกว่า เขามีความขัดแย้ง เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนบุคคล ...ถ้าจะบอกว่า เป็นการสอบเพื่อช่วยกัน ก็คงไม่ใช่การเข้าใจผิด เพราะไม่มีผลทางคดีความอะไรออกมาเลย นอกจากบอกให้กฤษฎีกาและกระทรวงยุติธรรม ไปดูว่า ใครรับผิดชอบเรื่องสอบอะไร ซึ่งเป็นคนละประเด็นที่สังคมต้องทราบ" พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว

ขณะที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้ออกมายกมือไหว้ขอโทษประชาชน ที่ไม่สามารถทำภารกิจในการตรวจสอบคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้สำเร็จ

"..เคยได้รับการติดต่อจากนักการเมืองระดับผู้ใหญ่ที่นับถือมาเสนอ "ดีลลับ" ที่จะให้หยุดดำเนินคดีต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ โดยแลกให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้กลับมาดำรงแหน่งเดิม แต่ผมปฏิเสธดีลนี้ไปแล้ว เพราะมาทำหน้าที่ในฐานะทนายประชาชน ไม่ได้อยู่ฝ่าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถึงแม้จะสนิทกันก็ตาม" ทนายษิทรา กล่าว

มวยล้ม ต้มกองเชียร์ หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ แต่ที่แน่ ๆ คือ ขณะนี้ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ก็ได้คืนรังกลับสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร.แล้ว ส่วนคดีความและข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับทั้องสองฝ่ายก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าในอนาคตจะจบลงอย่างไร

อ่านข่าว : บุกจับ 2 ผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลาง 17 ล้านบาท

ไม่ใช่ลิงลพบุรี! เดินชิลบนรางรถไฟฟ้าแถวสถานีบางหว้า

"บิ๊กเต่า" รับแชตไลน์ "โจ้ ปัตตานี" คุย "ตร.น้ำ" เป็นของจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง