การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2

ภูมิภาค
17:18
จำนวนผู้ชม 881
การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2
การค้าชายแดนทางฝั่งจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับรัฐฉาน ประเทศเมียนมา จุดนี้จะได้รับผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาหรือไม่

วันที่ 6 ก.ค.2567 ไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ ได้พูดถึงผลกระทบการค้าชายแดนไทย-เมียนมา การจากสู้รบในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอนไปแล้ว

อีกหนึ่งจุดที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการค้าชายแดนทางฝั่งจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับรัฐฉาน ประเทศเมียนมา จุดนี้จะได้รับผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาหรือไม่

ภาพประกอบข่าว การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2

ทีมข่าวไทยพีบีเอสลงพื้นที่พูดคุยกับรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ถึงสถานการณ์การค้าชายแดนในปัจจุบัน

"เชียงราย" เมืองการค้าชายแดนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภาพประกอบข่าว การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2

นางผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย บอกว่า แม้ว่าสถานการณ์ของเมียนมายังไม่สงบ แต่ว่าไม่ได้มีการสู้รบกันทางฝั่งนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดทางภาคตะวันตกของเมียนมา ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน หรือ จ.เมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก

ส่วนบริเวณแม่สายกับรัฐฉาน ยังมีการค้าขายได้ปกติ และก็ชาวเมียนมาเองก็นิยมที่จะข้ามมาซื้อสินค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภค-บริโภค ประกอบกับขณะนี้มีการลงทุนมากในฝั่งตรงข้ามจังหวัดเชียงราย

ไม่ว่าจะในจังหวัดท่าขี้เหล็ก หรือในส่วนของอาณาจักรคิงโรมัน ฝั่งประเทศลาว ที่มีการลงทุนในพื้นที่จากชาวจีน ส่งผลทำให้สินค้าไทยไปได้ดี เพราะว่าไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ต้องใช้สินค้าจากไทย

ภาพประกอบข่าว การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2

จ.เชียงราย มีด่านพรมแดนหลายจุด โดยจุดที่สำคัญคือ ด่านเชียงของเป็นด่านทางบก ด่านเชียงแสนเป็นด่านทางน้ำคือแม่น้ำโขง ด่านแม่สายเป็นด่านทางบกเหมือนกันและจะเป็นด่านถาวรเข้าไปสู่รัฐฉาน สุดท้ายคือด่านทางอากาศผ่านทางสนามบินแม่ฟ้าหลวง ซึ่งสามารถเลือกเดินทางไปสู่ประเทศอื่นๆ ได้ และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้น

เนื่องจากรัฐบาลเมียนมา มีแนวโน้มเปิดสนามบินเชียงตุง ให้เป็นสนามบินนานาชาติ เชื่อมต่อกับเชียงตุง-เชียงราย หรือเชียงตุง-เชียงรุ้ง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกันได้ 3 ประเทศ ในอนาคตตรงนี้ก็น่าจะไปได้ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยทุกด่านยังคงสามารถค้าขายได้ตามปกติ

ภาพประกอบข่าว การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2
สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐดำเนินการ คือ ผลักดันเชียงราย โดยเฉพาะอำเภอแม่สาย เป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินโดยไม่ต้องเดินทางไปมา เพราะการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ หรือต้องเดินทางไปที่เชียงใหม่ ทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสในการทำธุรกิจ นอกจากนั้นการขอเอกสารต่าง ๆ ควรมาตั้งที่ชายแดน หรือควรเป็น One Stop Service เพื่อให้เอื้อต่อการทำธุรกิจในอนาคต

นี่คือคำบอกเล่าของทางรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ที่เธอเห็นว่า การค้าชายแดนผ่านทางจังหวัดเชียงรายในอนาคต จะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ภาพประกอบข่าว การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2

สิ่งที่น่าจับตามองคือ ในอนาคตประเทศจีน อาจจะอนุญาตให้บุคคลเข้าทางท่าเรือได้ ดังนั้นด่านเชียงแสน จึงถือว่าได้เปรียบเป็นอย่างยิ่ง ในการขนส่งสินค้าผ่านทางแม่น้ำโขง ภาคธุรกิจใน จ.เชียงราย จึงกำลังมองเรื่องการส่งสินค้าจากไทย ไปยังตอนเหนือของประเทศจีน

เนื่องจากเป็นพื้นที่ไม่ติดทะเล หรือที่เรียกว่า Landlock โดยเฉพาะมณฑลยูนนาน กุ้ยโจ และเสฉวน ที่มีประชากรไม่ต่ำกว่า 160 ล้านคน ในการส่งพืชผัก ผลไม้ อาหารแช่แข็ง รวมถึงอาหารทะเล ไปยังประเทศจีนในอนาคต

ภาพประกอบข่าว การค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตอนที่ 2

รศ.นิสิต พันธมิตร หัวหน้าศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความเห็นว่า การค้าไทยและเมียนมา ต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน เมื่อมีสงครามเกิดขึ้น มันเลยส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนของการขนส่งสินค้า

โดยเฉพาะการขนส่งจากเมืองชายแดนของไทยฝั่งที่มีสงคราม เข้าไปยังตัวเมืองชั้นในพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ส่งผลต่อราคาสินค้าในเมียนมาสูงขึ้นตามไปด้วย

จุดนี้เองเมื่อสินค้าเข้าไปยังในประเทศเมียนมาตอนในแล้ว ผู้ประกอบการของไทยเองไม่สามารถตั้งราคาสินค้าได้ ทำให้เกิดความผันผวนด้านราคาเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เกิดสงครามหรือสงครามเพิ่งสิ้นสุด

อย่างไรก็ตามความต้องการในประเทศเมียนมายังคงมี การอุปโภคบริโภคยังจำเป็นต้องใช้ ทำให้สินค้าต่าง ๆ ก็จะไปทางช่องทางอื่นแทน

เนื่องจากความต้องการใช้สินค้ายังมีจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค- บริโภค หากสินค้าเข้าทางพื้นที่ที่เกิดสงครามไม่ได้ ก็จะไปทางอื่นแทน เช่นทางอากาศ ทางเรือ หรือช่องทางที่ไม่เกิดสงคราม อาจมีต้นทุนการส่งสินค้าที่แพงขึ้น แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ไป

และรับรองว่า ปลอดภัยถึงปลายทางแน่นอน ผมเรียกว่า การค้าดำเนินสะดวก คือที่ไหนสะดวกก็ไปทางนั้น และการค้ากับเมียนมาจะยังคงมีต่อไป ต่อให้ภาวะสงครามในเมียนมายังไม่จบลงก็ตาม

ประไทยและเมียนมาถือเป็นประเทศที่มีการค้าชายแดนเป็นอันดับ 3 ของประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ปีที่ผ่านมา ไทยและเมียนมามีการค้าร่วมกันมากถึง 257,620 ล้านบาทต่อปี สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไทยเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันปาล์ม ขณะที่สินค้านำเข้า ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ธัญพืช และสัตว์น้ำ

รายงาน:ทีมศูนย์ข่าวภาคเหนือ

ติดตามตอนอื่น :
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341037
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341334
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341061
https://www.thaipbs.or.th/news/content/340824
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341289
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341316
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341774
https://www.thaipbs.or.th/news/content/341777
https://fb.watch/tb2HUjHqfN/
https://fb.watch/tb2x0fv5PX/