ในงาน “Ageing Thailand : International Day of Persons 2024” ภายในงานได้มีการจัดสัมมนา ถึงปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมเวทีได้แก่ นายวิทยา สินทราพรรณพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด,นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ นางธนิดา รัฐธนาวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการตลาด และ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัย
ผู้สูงอายุยึด 4 ด้านใช้ชีวิตอย่างมีสุข
นายวิทยา สินทราพรรณพร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ขณะที่ผู้สูงอายุที่มีอายุยืนมากขึ้นก็ควรที่จะมีสุขภาพและอายุสมองที่ยังคงดีต่อไป และควรที่จะอยู่อาศัยและอยู่ในชุมชน (Community) เหมาะสมต่อผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนเดิม ที่สำคัญควรมีความปลอดภัย สะดวกสบาย เหมาะสมกับช่วงวัย สามารถอยู่อาศัยได้ตลอดในระยะยาวโดยไม่ต้องแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงไป เช่น บ้านไม่ควรมีขั้นหรือสเต็ปที่มากเกินไป ไม่ควรมีขอบคม และมีปุ่มฉุกเฉิน
สิ่งสำคัญของคอมมูนิตี้ที่ผู้สูงอายุควรยึดไว้คือ 1.กายภาพดีเช่นการดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารดี ออกกำลังกาย 2.การดูแลอารมณ์งดเครียด ไม่กดดัน สร้างความสุขให้ตัวเอง 3.ผู้สูงอายุต้องมีเพื่อนมีสังคม และมีเพื่อนใหม่ ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้ และ 4.สมอง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม
"รัฐ-เอกชน" พัฒนาเทคโนโลยีให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตง่ายขึ้น
อ่านข่าว : สูตรลับชีวิตหลังเกษียณ! เตรียมวางแผนสุขภาพ-การเงิน-จิตใจ
ด้าน ธนิดา รัฐธนาวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการสื่อสารกับผู้สูงอายุ กล่าวว่า ผู้สูงอายุจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ 1.อายุตั้งแต่ 50-59 และ กลุ่ม 2 อายุ60-69 และ กลุ่ม 3.อายุ 70 ปีขึ้นไป โดยกลุ่ม50-59 ปีจะยังคงใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้ทั้ง เฟซบุ๊ก ยูทูป ไอจี และสามารถช้อปปิ้งในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ ขณะที่กลุ่มอายุ 60-69 การช้อปปิ้งทางออนไลน์อาจจะไม่สะดวกมากนัก
ขณะที่ อายุ 70 ปีขึ้นไป คือ การสื่อสารโดยรับข้อมูลจากโทรทัศน์และเพื่อน โดยทุกคนควรใส่ใจคนสูงวัยมากขึ้นซึ่งคนกลุ่มมนี้จะเป็นกลุ่มใหญ่ในอนาคต ภาคเอกชนและรัฐบาล ควรร่วมกันพัฒนาการสร้างการสื่อสารให้กับผู้สูงวัย ในการใส่ใจในการสร้างสรรค์บริการให้ผู้สูงอายุเช่น ในต่างประเทศ เช่น ในจีนมีการออกแคมเปญเป็น QR โค้ดให้ผู้สูงอายุมีเป็นรายบุคคลโดยเก็บในกระเป๋า ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุจะสามารถสแกนข้อมูลของผู้สูงอายุได้
นอกจากนี้ในส่วนของแอปพลิเคชันในการจับจ่ายใช้สอย ก็พบว่า มีการอำนวยความสะดวกเช่นภาพสินค้าที่สามารถขยายใหญ่ขึ้นได้ ตัวอักษรขนาดใหญ่ขึ้น หรือใช้เสียงในการค้นหาสินค้าหรือใช้รูปในการค้นหาในการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ
คนไทยอายุยืนมากขึ้น แต่บั้นปลายโรครุมเร้า
พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ ระบุว่า ขณะนี้จากข้อมูลคนไทยมีอายุเกิน 100 ปีของไทย ติดอันดับ 5 โลก หรือมีราว 40,000 คนทั่วประเทศ คนอายุยืนเกิน 60 ปีติดอันดับ 17 ของโลก เนื่องจากระบบสาธารณสุขไทยค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
แต่ปัญหาคือ คนไทยอายุยืนมากขึ้นแต่อายุยืนแบบป่วย คนไทยขณะนี้อายุขัย 70-80 ปี โดยอายุที่ยืนมากขึ้น แต่ช่วงวัยที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและมีอิสระไม่ได้เพิ่มตาม
โดยเฉลี่ยคนไทยอายุยืนขึ้นจริง แต่ได้ใช้ชีวิตช่วง 20 ปีสุดท้าย โดยต้องไปหาหมอ อยู่แบบมีอาการเจ็บป่วย ดังนั้นจึงมีศาสตร์ Longevity คือ ทำอย่างไรจึงจะมีอายุทียืนยาวขึ้น แต่ยังเป็นอิสระมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้น ผู้สูงอายุจะต้องรักษา 6 เสาหลัก อันได้แก่ 1.ลดความเครียด 2.การนอนที่ดี 3.การเคลื่อนไหวร่างกาย 4.การไม่ดื่มเหล้า และงดสูบบุหรี่ 5.การับประทานอาหารที่ดี 6.การมีสังคมที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งหากรักษา 6 เสาหลักได้ดี สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยได้ถึง 73 %
ขอให้ผู้สูงอายุทุกท่าน เชื่อมั่นว่า ทุกคนมีศักยภาพ ในการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี และดูแลตัวเองให้ไม่ต้องป่วยให้ได้
ผู้สูงอายุ ห้ามล้ม ล้มคนเดียวล้มทั้งบ้าน
ขณะที่ นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับผู้สูงอายุสิ่งสำคัญที่สุดคือ "อย่าล้ม" เพราะเมื่อผู้สูงอายุ 1 คนล้มเท่ากับคนทั้งบ้านล้ม โดยสาเหตุของการล้มนั้นมีหลายสาเหตุ คือ สติ แต่ที่เกี่ยวโยงกับโภชนาการคือ การขาดโปรตีน ขาดแคลเซียม
ดังนั้น ผู้สูงอายุควรรับประทานโปรตีนโดยแหล่งโปรตีนที่ผู้สูงอายุควรรับประทานนั้นควรมาจาก 1.ปลา เนื่องจากไขมันต่ำ กรดอะมิโนสูง 2.ไข่ 3.นม 4.เต้าหู้ ถั่ว จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และไม่หกล้ม 2.แคลเซียม และเมื่อโปรตีนมีเพียงพอ กล้ามเนื้อจะมาและเมื่อมีแคลเซียมก็จะมีสติทำให้ล้มยาก
ลดกินหวาน-มัน-เค็ม ลดเสี่ยงโรค
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรใส่ใจในการรับประทานอาหารควรต้อง ลด หวาน มัน เค็ม เช่น เมื่อก่อนเคยรับประทานทุเรียนครั้งละ 2 -3 พู ก็ลดเหลือ 1 พู น้ำหวาน ขนมควรลดลง หรือผลไม้รสหวานควรลดลง และหันมารับประทานผลไม้รสหวานปานกลาง และรสหวานน้อย ผลไม้รสหวานน้อยที่ควรรับประทานคือ ส้มโอ ฝรั่ง แอปเปิล แก้มมังกร ลูกพีช ลูกแพร
นอกจากนี้ อาหารทอดและผัดควรที่จะลดและรับประทานให้น้อยลง และหันไปรับประทานอาหารย่าง อบ นึ่งแทน โดยไขมันไม่ควรเกินวันละ 6 ช้อน น้ำมันวันละไม่เกิน 6 ช้อน และเกลือไม่ควรเกิน 1 ช้อนชา
การรับประทานเค็มนั้นเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุอย่างมาก คือ ความดันโลหิตสูง ไตทำงานหนัก
แนะทานอาหารสัดส่วน 2 :1:1 ช่วยสุขภาพดี
นอกจากนี้ ปัญหาของผู้สูงอายุคือ ระบบขับถ่ายที่มีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นควรรับประทานผักเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีคูณค่าสูงมีความเป็นสมุนไพร และย่อยง่าย โดยมีประโยชน์ 3 ทาง คือ 1.สร้างภูมิคุ้มกัน 2.ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง 3.ผักช่วยดีท็อก
นายสง่า ยังแนะนำสูตรในการรับประทานอาหารให้เหมาะสมตามสัดส่วน 2 : 1 : 1 โดยเมื่อแบ่งสัดส่วนจานข้างอาหารออกเป็น 4 ส่วน โดยสัดสัดส่วนครึ่งจานหรือ 2.ส่วนเป็นผักต้มผักนึ่ง อีก 1 ส่วนคือข้าวกล้อง หรือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และอีก 1 ส่วนคือ ปลา เต้าหู้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และผลไม้ ควรรับประทานเช่นนี้ทุกมื้อและทุกวันจะทำให้ผู้สูงอายุสุขภาพดี
You are what you eat กินอะไรได้อย่างนั้น กินปลาก็รูปร่างดี กินผักก็ดี ชีวิตคนเราจะอยู่ได้ถึงไหนช่างมัน เป็นเรื่องอนาคต ก็ขอให้ทุกคนทำวันนี้ให้ดีที่สุด
อ่านข่าว : "ผู้สูงอายุ" เป้าหมายใหม่มิจฉาชีพ ช่องโหว่เงินออมเยอะ-อยู่คนเดียว
ครม.เคาะ 416 ล้านจ่ายค่าทำศพผู้สูงอายุค้างจ่าย 1.38 แสนคน
"วราวุธ" เปิดงานวันผู้สูงอายุสากล ระบุไทยเข้าสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











