สวนไผ่รวก และ ไผ่บงหวาน เนื้อที่หลายไร่ คือ แปลงปลูกไผ่ที่จิระเดช ใจก๋า เจ้าของศูนย์เรียนรู้การทำไม้ไผ่ครบวงจร ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ตั้งใจปลูกเพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้การปลูกไผ่
ไผ่รวก และไผ่บงหวาน เป็นพันธุ์ไผ่ที่ให้ทั้งหน่อสำหรับบริโภค และยังเหมาะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ หรือ งานโครงสร้างบ้านเรือน ถือเป็นไม้ที่ดูแลไม่ยากเพราะปลูกง่ายไม่ค่อยมีศัตรูพืช และ แทบไม่ต้องให้น้ำ เพราะอาศัยเพียงแค่น้ำฝนตามฤดูกาลก็เพียงพอ แต่ชาวสวนต้องคอยดูแลและให้ปุ๋ย ไผ่จึงจะงาม และ ให้ลำไม้ไผ่ที่มีคุณภาพ
จิระเดช เล่าว่า สืบทอดอาชีพการปลูกและแปรรูปไม้ไผ่มาตั้งแต่รุ่นพ่อ และ อาศัยที่ตัวเองเป็นคนชอบเรียนรู้สนใจการสร้างชิ้นงานจากลำไม้ไผ่ ไม่ว่าจะเป็นงานจักสาน หรือ เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ เมื่อสินค้าจากฝีมือของตนเองเป็นที่สนใจของลูกค้า จึงเดินทางไปร่วมออกร้านตามงานแสดงสินค้า หรือ งานโอท๊อป ต่างๆ และ มีลูกค้าสั่งซื้องานไม้ไผ่เป็นจำนวนมากจนผลิตไม่ทัน
ทำให้มีแนวคิดอยากจะขยายงานให้ชาวบ้านเริ่มต้นนำกลุ่มผู้สูงอายุ 4-5 คนในหมู่บ้านมาเรียนรู้การแปรรูปไผ่ และ ขยายไปยังหมู่บ้าน ตำบลใกล้เคียง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ และ ขยายการอบรมไปยังที่ต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ส่วนหนึ่งก็เพราะงานไม้ไผ่มีอุปสรรคสำคัญ คือ ค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง เช่น โคมไฟไม้ไผ่ ซึ่งเป็นชิ้นงานที่มีน้ำหนักเบา แต่ค่าขนส่งประมาณตัวละเกือบ 200 บาท จึงต้องใช้การสร้างเครือข่ายผู้ผลิตเพื่อจะตอบสนองคำสั่งซื้อของลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีทั้งภาคอีสาน ภาคกลาง และ ภาคภาคใต้
เนื้อหาการอบรม มีทั้งหมด 5 หมวดหมู่ เริ่มจากการปลูกเผาเพื่อเป็นอาหาร คือ หน่อไม้กินสด หรือ หน่อไม้ดอง หน่อไม้แห้ง สารพัดในเมนูอาหาร ส่วนที่ 2 คือ ของใช้ประเภทต่าง ๆ ส่วนที่ 3 คือ งานจักสาน ส่วนที่ 4 คือ งานเครื่องเรือน งานโต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ แคร่ ส่วนที่ 5 คือ งานโครงสร้าง ไม้จะเป็นกระท่อม บ้าน หรือ อาคาร
ภายในศูนย์เรียนรู้การทำไม้ไผ่ครบวงจรมีชิ้นงานที่สร้างขึ้นสำหรับขายจริงหลายร้อยชิ้น ไม่ว่าจะเป็นชะลอมราคาหลักสิบ ตระกร้าราคาหลักร้อย แผ่นไม้ไผ่สาน หลังคาไม้ไผ่ ถาดใส่อาหาร หรือต้นแบบงานสานไม้ไผ่ลายต่างๆ
สำหรับเคล็ดลับสำคัญในการสร้างชิ้นงาน คือ ยืดอายุการใช้งานของไม้ไผ่ด้วยการแช่น้ำยา และ ตากให้แห้ง เพื่อไม่ให้แมลงรบกวน ทำให้ไม้ไผ่สามารถใช้งานได้มากว่า 50 ปี ถึงร้อยปี
ปัจจุบันงานโครงสร้างที่สร้างจากไม้ไผ่ จึงเป็นที่นิยม ไม่เพียงเพราะเป็นไม้ที่แข็งแรง ราคาไม่แพง แต่ยังมีความสวยงาม ร้านคาเฟ่ราคากว่า 20-30 ล้านบาทบางแห่ง หันมาเลือกใช้ไผ่เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง
จิระเดช บอกว่าบางคนถามว่าไม้ไผ่ทำอะไรได้บ้าง แต่สำหรับตัวเอง กลับสงสัยว่าไม้ไผ่ทำอะไรไม่ได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารก็ทำได้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มก็ทำได้ เครื่องเรือน ที่อยู่อาศัย ก็ทำได้ทุกอย่าง เพียงแต่เราจะปรับเปลี่ยนให้มันเข้ากับยุคสมัยได้ยังไงเท่านั้นเอง
ไผ่เป็นไม้ที่ปลูกแล้วต้องเรียนรู้อะไรเยอะกว่าพืชอื่นๆ ไม่เหมือนการปลูกข้าว ที่ได้ข้าวก็ส่งขาย หรือ ปลูกยางพารา กรีดยางเสร็จ ก็ส่งไปแปรรูปที่อื่น แต่สำหรับไม้ไผ่ เมื่อปลูกแล้ว ยังต้องมาเรียนรู้ในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
ในการปลูกไผ่จากกิ่งพันธุ์ 10 กิ่ง ปลูกไปราว 2 ปี สามารถขยายไปอีก 10 ไร่ จากหลักร้อย กลายเป็นหลักพัน มันขยายพันธุ์ได้ไวอย่างนั้นเลย ปลูกปีนี้ ปีหน้าก็ขายหน่อได้แล้ว หรือ ไผ่อายุ 3 - 4 ปี ก็ตัดขายได้แล้ว สำหรับผมไม่ได้จะบอกว่าไม้ไผ่ดี แต่มันตอบโจทย์สำหรับชีวิต สำหรับคนที่ไม่มีงานทำ เพราะสร้างอาชีพได้ในระยะเวลาอันสั้น
จิระเดช เปิดอบรมการปลูก และ แปรรูปไม้ไผ่ แก่ผู้สนใจ ทั้งที่ศูนย์เรียนรู้การทำไม้ไผ่ครบวงจร อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และ เดินทางไปเปิดการอบรมในที่ต่างๆ ทั่วประเทศรวม กว่า 400 รุ่น มีลูกศิษย์เกือบ 1 หมื่นคน
สำหรับประชาชน หรือ องค์กร ที่สนใจอยากเข้าอบรม ที่ศูนย์เรียนรู้ทำไผ่ครบวงจร ติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 089-950-2128 และ 065-441-1286
อ่านข่าว : “สุริยะ” ชงครม.เปิด “มอเตอร์เวย์” วิ่งฟรี 7 วันรับสงกรานต์ 68
บ่วงพรากชีวิต "พลายงาเดียว" ช้างป่าเขาใหญ่
เร่งด่วนอันดับ 1 ช่วยชีวิตคนงาน อันดับ 2 คลี่ปมเหตุตึก สตง.ถล่ม
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
