“ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

ภูมิภาค
13:48
จำนวนผู้ชม 808
“ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์
กลุ่มราษฎรบ้านห้วยต้าใต้ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ บนเกาะกลางอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ สานต่อพระราชดำริ ผ่านโครงการศิลปาชีพ ยกระดับฝีมือทอผ้า แกะสลักไม้ วาดภาพ จักสาน พัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าทันสมัย สร้างรายได้เสริมให้ชุมชนอย่างมั่นคง

นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ โดยมีนายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ร่วมติดตาม

ภาพประกอบข่าว “ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

นางปภาวรินท์ อภิยะ ประธานวิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านห้วยต้าใต้ หมู่ 4 ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า บ้านห้วยต้า เคยเป็นชุมชนทุรกันดาร ที่เดินทางเข้าถึงได้ยาก ต้องใช้เรือในการสัญจร แต่วันนี้มีไฟฟ้า ถนน และอาชีพเสริมจากศิลปาชีพ ซึ่งชาวบ้านได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านห้วยต้าใต้

ภาพประกอบข่าว “ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

สามารถสร้างรายได้จากการทอผ้าลายพระราชทาน “ลายลูกแก้ว” เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรา และพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าทันสมัย เช่น ผ้าพันคอ ผ้าตีนจก ผ้าผืนตัดชุดเดรส มีรายได้เฉลี่ยปีละกว่า 100,000 บาท ต่อคน

ด้าน นายบุญสืบ สิงเต ราษฎรผู้วาดภาพสีน้ำมันห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า หลังผ่านการอบรมวาดภาพสีน้ำมันที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันสามารถผลิตผลงานแนวธรรมชาติ ส่งขายได้ราคาตั้งแต่ภาพละ 2,000 – 7,000 บาท นับเป็นรายได้เสริมที่ดี ในช่วงว่างเว้นจากงานทำนา

ภาพประกอบข่าว “ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านห้วยต้า หมู่ 4 ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เป็นศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ ที่อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบ้านห้วยต้า ซึ่งเป็นผู้เสียสละพื้นที่บางส่วนในการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ จัดตั้งตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี 2537 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรที่เสียสละพื้นที่ในครั้งนั้น

ภาพประกอบข่าว “ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

โดยส่งเสริมฝึกอบรมอาชีพ ทั้งทอผ้า แกะสลักไม้ วาดภาพและจักสาน เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากอาชีพหลักคือ ทำนา ทำสวน และทำไร่ พร้อมพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารข้าวขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านยืมข้าวไปรับประทาน ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกข้าว แล้วนำมาคืนหลังการเก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกแล้ว ทำให้ชาวบ้านมีข้าวกินโดยไม่ต้องซื้อ

ภาพประกอบข่าว “ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

บ้านห้วยต้าเป็นชุมชนดั้งเดิม บนเกาะกลางแม่น้ำน่าน เหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีการทอผ้าไหมมาตั้งแต่อดีต เอกลักษณ์ของผ้าทอบ้านห้วยต้า “ลายลูกแก้ว” หรือ “ลวดลายพระราชทาน” ใช้วิธีการทอยกและเหยียบตะกอ (4 ตะกอเป็นหลัก) เพื่อสร้างลวดลายนูน ลายลูกแก้วเป็นกรอบสี่เหลี่ยมซ้อน 2 ชั้น ครอบลวดลายดอกกลางที่ดูเป็นทรงกลมกระจก โดยมีลายย่อย เช่น ลายลูกหวาย, ลายก้างปลา และลายเม็ดพริกไทย ขึ้นอยู่กับวิธีจัดตะกอ

สำหรับลวดลายลูกแก้วนี้ แสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ถ่ายทอดความประณีตของช่างทอ นับเป็นส่วนหนึ่งของงานทอมือที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น สร้างรายได้ให้ชุมชน นับเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ชาวบ้านห้วยต้า ให้เป็นที่รู้จักมาจวบจนปัจจุบัน

ภาพประกอบข่าว “ผ้าทอลายลูกแก้ว” รายได้จากศิลปาชีพ ฟื้นชีวิตชาวบ้านห้วยต้าใต้ ชุมนุมหลังเขื่อนสิริกิติ์

ในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้ส่งสินค้าไปยังสวนจิตรลดามีรายได้ จากงานทอผ้า ประมาณ 240,000 บาท และงานแกะสลัก ประมาณ 210,000 บาท การนี้ องคมนตรี ได้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่สมาชิกของกลุ่มศิลปาชีพบ้านห้วยต้าด้วย

อ่านข่าว : มทภ.2 เตือนอย่าเชื่อเฟกนิวส์ถอนกำลัง ยันทหารตรึงชายแดน 24 ชม.

เสื่อมศรัทธา - แต่ไม่ผิดกฎหมาย? เสียงเรียกร้องให้มีกฎหมายเอาผิดพระพลาดวินัย

ไทยโต้กัมพูชา ปมฟ้องยูเนสโก อ้างวัดภูม่านฟ้าเลียนแบบนครวัด