วันนี้ (11 ก.ค. 2568) ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้ จ.น่าน และ จ.อุตรดิตถ์ เผชิญน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ประชาชนได้รับผลกระทบ ขณะที่หลายหน่วยงานต่างเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็ม
ที่บ้านต้นฝาย ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน เกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านเรือนหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งมีผู้อยู่อาศัย 3 คน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า โชคดีที่เกิดในช่วงเช้ามืด คนในบ้านตื่นแล้วและมาทำความสะอาดบ้าน จึงหนีออกมาได้ทัน
ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า น้ำป่าไหลหลากครั้งนี้เป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายปี แม้จะมีการแจ้งเตือนจากผู้นำหมู่บ้าน ให้ย้ายและอพยพไปอยู่บนพื้นที่สูง แต่ก็ถูกน้ำพัดข้าวของเสียหาย
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ระบุว่า เหตุน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ในพื้นที่ อ.เวียงสา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 8 ตำบล โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ ต.น้ำมวบ มี 5 หมู่บ้าน ที่ได้รับผลกระทบ โดยทาง จ.น่าน อยู่ระหว่างการช่วยเหลือและสำรวจความหาย
"อุตรดิตถ์" น้ำท่วม "หน่วยงานราชการ-ที่ว่าการอำเภอ"
ส่วนที่ จ.อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ และ หลายหน่วยงานต่างเร่งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ หลังฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ บริเวณที่ว่าการอำเภอฟากท่า บ้านพักข้าราชการ และ สำนักงานหน่วยงานต่างๆ จมอยู่ใต้น้ำ รวมทั้งบ้านพักนายอำเภอ ส่วนถนนทางหลวงหมายเลข 117 ฟากท่า - บ้านโคก ก็ถูกน้ำท่วมเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จนไม่สามารถสัญจรผ่านได้เช่นกัน
ขณะที่ เมื่อเวลา 17.15 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ รายงานว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เย็นวาน จนถึงเช้าวันนี้ ประชาชนได้รับผลกระทบ 83 หลังคาเรือน ขณะที่ทางจังหวัด ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลตำบลฟากท่า ซึ่งได้รับผลกระทบประมาณ 120 ครัวเรือน หมู่ 3 บ้านบุ่ง ต.สองคอน และหมู่ 9 บ้านวังขวัญ ต.ฟากท่า ระดับน้ำสูงประมาณ 1.50 เมตร ประชาชนบางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่เทศบาลฟากท่า ซึ่งเทศบาลตำบลฟากท่าได้จัดตั้งเป็นศูนย์อพยพสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ 70 คน และหากไม่เพียงพอ จะมีโรงเรียนอนุบาลฟากท่าซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับเทศบาลตำบลฟากท่า สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้อย่างไม่จำกัด คาดว่าเพียงพออย่างแน่นอน
ส่วนอีกจุดหนึ่งที่น่ากังวลคือบ้านกกต้อง มีสะพานตัดขาด ผู้ประสบภัย 83 ครัวเรือน ได้อพยพไปอยู่ที่ อบต.ฟากท่า ประมาณ 10 คน เนื่องจากกระแสน้ำแรง ต้องใช้เรือเร็วจาก มทบ.35 และกู้ภัยอุตรดิตถ์เข้าช่วยเหลือ
ปภ. เตือน 16 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ถึง 13 ก.ค.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือน 16 จังหวัด ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 10 -13 กรกฎาคม 2568 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฝ้าระวัง ดังนี้
- ภาคเหนือ จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตรดิตถ์ และสุโขทัย
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม
ปภ.ได้ประสานแจ้งจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวัง ติดตาม และเตรียมพร้อมรับมือ โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยง รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นเสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และให้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัยขึ้นในพื้นที่
อ่านข่าว : "ไผ่ ลิกค์" ยันการเมืองไม่ถึงทางตัน โยน 3 สส.ภท.แจงปมโหวตสวน
"อนุดิษฐ์" นำ "กล้าธรรม" ลุยเลือกตั้ง ฝ่าวิกฤตศรัทธาการเมืองไทย
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ลาสิกขา ปมโยง "สีกา ก."
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











