ทลายเครือข่ายทุนจีน-เวียดนามค้าไม้ข้ามชาติ ยึด "ไม้ประดู่" มูลค่า 14 ล้าน

สิ่งแวดล้อม
15:25
จำนวนผู้ชม 1,465
ทลายเครือข่ายทุนจีน-เวียดนามค้าไม้ข้ามชาติ ยึด "ไม้ประดู่" มูลค่า 14 ล้าน
กรมอุทยานฯ ผนึกกำลัง DSI และจังหวัดหนองคาย ทลายเครือข่ายนายทุนจีน-เวียดนาม ค้าไม้ข้ามชาติรายใหญ่ ยึดไม้ประดู่มูลค่า 14 ล้านบาท เตรียมขยายผลจับกุมผู้บงการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (18 ก.ย.2568) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการเข้าตรวจสอบโกดังของบริษัท เฉินไท้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในพื้นที่ ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย ซึ่งมีกลุ่มทุนต่างประเทศเป็นเจ้าของ

ภาพประกอบข่าว ทลายเครือข่ายทุนจีน-เวียดนามค้าไม้ข้ามชาติ ยึด

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย, เจ้าหน้าที่ ตชด., กรมศุลกากร, และฝ่ายปกครอง โดยขยายผลการสืบสวนเครือข่ายลักลอบค้าไม้เถื่อนข้ามชาติ ที่เริ่มต้นจากคดีในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อหลายเดือนก่อน

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบไม้ประดู่ที่ถูกลักลอบตัดจากป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 378 ท่อน/แผ่น/ปุ่ม รวมปริมาตร 32.547 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 28,000 กิโลกรัม หากประเมินตามราคาตลาด ไม้ของกลางที่ยึดได้มีมูลค่าสูงถึง 14 ล้านบาท

ภาพประกอบข่าว ทลายเครือข่ายทุนจีน-เวียดนามค้าไม้ข้ามชาติ ยึด

ทั้งนี้ การสืบสวนลับและติดตามพฤติกรรมของขบวนการดังกล่าว พบว่ามีวิธีการทำงานที่ซับซ้อน เริ่มจากการใช้รถกระบะขนาดเล็กเข้าไปลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ป่าลึกในภาคเหนือ ก่อนจะลำเลียงมาเก็บที่โกดังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นจุดรวบรวมและซื้อขาย โดยมีนายทุนจากต่างประเทศเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและสนับสนุนเงินทุน จากนั้นขนไม้ด้วยรถบรรทุกสิบล้อ หรือใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ส่งออกทางท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อส่งต่อไปยังประเทศลาว

ภาพประกอบข่าว ทลายเครือข่ายทุนจีน-เวียดนามค้าไม้ข้ามชาติ ยึด

การตรวจสอบเอกสารการค้าในโกดัง เจ้าหน้าที่ประเมินว่าขบวนการนี้ส่งออกไม้ไปยังประเทศจีนและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดหลักสำหรับเฟอร์นิเจอร์หรู คิดเป็นปริมาตรรวมทั้งหมด 2,052.83 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 1,233 ล้านบาท

นอกจากนี้ การสืบสวนพบว่า มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐจากหลายหน่วยงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกให้กระทำผิดกฎหมาย

นายอรรถพล ยืนยันว่า กรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งขยายผลการสืบสวนและจับกุมผู้เกี่ยวข้องทุกระดับอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นผู้บงการ ผู้ดำเนินการ หรือผู้ให้ความช่วยเหลือ โดยจะไม่มีการละเว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจับกุม แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความจริงจังในการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศของประเทศ

ภาพประกอบข่าว ทลายเครือข่ายทุนจีน-เวียดนามค้าไม้ข้ามชาติ ยึด

สำหรับคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและความจำเป็นในการมีมาตรการป้องกันและปราบปรามที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐเองที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องในกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ การสูญเสียป่าไม้จากการลักลอบตัดไม้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในระยะยาว

อ่านข่าว : ช่วย "ลิงเขาหน่อ" 15 ตัว หลังกล้องดักถ่ายจับภาพชายลอบล่า 

ตรวจกรงเสือ-สิงโต พบตกมาตรฐาน สั่งแก้ 23 ข้อบกพร่องภายใน 30 วัน 

ทส.ขึ้นทะเบียนซากดึกดำบรรพ์ "หอยขมเหมืองแม่เมาะ" อายุ 13 ล้านปี