วันนี้ (30 ก.ย.2568) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน พบว่า มีผู้ป่วยและญาติทยอยเดินทางเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล แต่เวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา แม้ว่าบางแผนกของโรงพยาบาลจะเปิดให้บริการในช่วงเวลา 07.00 น. แต่พบว่ามีผู้ป่วยบางส่วนเดินทางมาก่อนเวลา เพื่อรอคิวและหลีกเลี่ยงการจราจรที่อาจติดขัดในช่วงสาย
นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตดุสิต ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัว เปิดเผยว่า สิ่งที่กังวลนอกจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาลจะมีผู้ป่วยมาใช้บริการประมาณ 3,000-4,000 คนแล้ว วันนี้ (30 ก.ย.) ยังเป็นวันแรกที่จะมีการใช้รถบรรทุกขนทรายเข้าไปถมลงในหลุมถนนที่ทรุดตัว
เบื้องต้นแนะนำให้ผู้ป่วยที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยโรงพยาบาลได้จัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยและญาติไว้ 3 เส้นทาง คือ บริเวณสี่แยกศรีย่าน, ซอยสามเสน 13 (ลานจอดรถมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช) และสถานีรถไฟฟ้าสิรินธร โดยสามารถขึ้นรถได้ที่อาคารทีปังกรรัศมีโชติ และศูนย์อาหารของโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 ต.ค.นี้ คาดการณ์ว่าเป็นวันที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล มีผู้ป่วยนัดสูงสุดประมาณ 5,000 คน หลังจากมีการเลื่อนคิวจากสัปดาห์ก่อนมาในสัปดาห์นี้ จึงขอให้ผู้ป่วยวางแผนและเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้า รวมถึงเดินทางด้วยรถสาธารณะเพื่อลดความแออัดของการจราจร
ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ได้พักการปฏิบัติงานบริเวณจุดเกิดเหตุถนนทรุดตัว เพื่อรอให้เข้าสู่ขั้นตอนการถมถุงทราย ดินและหินคลุก
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยว่า การซ่อมแซมมีความคืบหน้าเป็นไปตามกำหนดการ โดยผู้รับเหมาได้เร่งเก็บซากวัสดุที่ตกค้างภายในหลุม เช่น เสาไฟท่อประปา จนเสร็จสิ้น
และวันนี้ (30 ก.ย.) จะเริ่มถมทรายซีเมนต์ ซึ่งจะใช้ทรายซีเมนต์ทั้งหมดประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยใช้รถบรรทุกประมาณ 120 คันเวียนสลับกันขนเข้ามาถมในหลุม อาจส่งผลกระทบด้านการจราจร จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณโดยรอบถนนสามเสน
นอกจากการถมทรายแล้ว จะมีการเสริมกำลังด้านล่างของตัวอุโมงค์ ซึ่งเป็นจุดที่บางคนอาจมองไม่เห็น โดยผู้รับเหมาเป็นผู้ดำเนินการด้วยการเสริมแรงผนังดินให้มั่นคง เช่น การใช้กระสอบทรายเข้าไปเสริมผนังดินให้แข็งแรง ตามด้วยการนำทรายอัดเข้าไป โดยผู้รับเหมาและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาเสาเข็ม
ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องฝนตกหนัก เบื้องต้นได้วางปั๊มน้ำขนาด 0.25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กช่วยสูบน้ำในหลุม จึงไม่น่ากังวล โดยเฉพาะเมื่อปิดรอยแตกของอุโมงค์แล้ว โอกาสที่น้ำจะพาดินทรุดลงไปในอุโมงค์จึงเป็นไปได้ยาก เพราะสิ่งที่จะเกิดมีเพียงแอ่งน้ำธรรมดาที่น้ำจะช่วยพยุงดินด้วย
ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดจะทำควบคู่ไปกับการดูแลความมั่นคงปลอดภัยของ สน.สามเสน คาดว่าทุกอย่างจะดำเนินการตามแผนและสามารถเปิดการจราจรได้ในวันที่ 8 ต.ค.นี้
อ่านข่าว
จนท.เร่งรื้อถอน - เคลียร์ซาก ก่อนเดินหน้าปรับพื้นผิวถนนยุบ
กทม.ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย "รพ.วชิรพยาบาล-สน.สามเสน"
สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนหนัก 70-80% พื้นที่ 16 จว.เสี่ยงน้ำท่วม











