ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

น้ำลดแต่เครียดพุ่ง! มธ.เตือน Survivor's Guilt คนรู้สึกผิดที่รอดชีวิต

ภัยพิบัติ
16:29
60
น้ำลดแต่เครียดพุ่ง! มธ.เตือน Survivor's Guilt คนรู้สึกผิดที่รอดชีวิต
นักวิชาการ มธ.ชี้ น้ำท่วมหาดใหญ่ลดแต่ความเครียดยังวิกฤต เสนอบูรณาการช่วยเหลือจิตใจ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ช็อก-ซึมเศร้า-Survivor's Guilt จากเสพข่าวมาก

วันนี้ (30 พ.ย.2568) แม้ระดับน้ำใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะลดลงแล้ว แต่ระดับความเครียดของประชาชนยังอยู่ในภาวะวิกฤต รศ.ดร.ชานนท์ โกมลมาลย์ อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มาตรการเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีคือการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ประสบภัย โดยภาครัฐและเอกชนควรออกแบบระบบบูรณาการดูแลสุขภาพจิตในช่วงวิกฤต ประกอบด้วย 3 หน่วยหลัก คือ

  1. ด่านหน้า
  2. หน่วยรองรับการส่งต่อ
  3. นักสังงานสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และทีมแพทย์

เริ่มจากหน่วยด่านหน้า ซึ่งคือเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและแจกถุงยังชีพ โดยสังเกตสัญญาณความเสี่ยงทางจิตใจจากพฤติกรรม เช่น ซึมเศร้า เหม่อลอย แล้วรีบประสานไปหน่วยรองรับการส่งต่อ เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือกองสาธารณสุของค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. เทศบาล) เพื่อให้คำปรึกษาเร่งด่วน หากพบความเสี่ยงฆ่าตัวตาย ต้องใช้ระบบ Fast Track ส่งต่อไปหน่วยที่ 3 ทันที

รศ.ดร.ชานนท์ กล่าวเพิ่มว่า การดูแลต้องมีฐานข้อมูลแยกจากปัญหาน้ำท่วม โดยแบ่งระดับความเร่งด่วนเป็น

  • แดง (ด่วนมาก)
  • เหลือง (ด่วน)
  • เขียว (ปกติ)

และในศูนย์พักพิงชั่วคราวก็ควรจัดลำดับช่วยเหลือเช่นกัน

ผู้เสี่ยงสุขภาพจิตแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก

  1. กลุ่มผู้ติดค้างรอช่วยเหลือ ซึ่งสูญเสียรุนแรงและยังช็อกตื่นตระหนกแม้น้ำลด
  2. กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุติดเตียง ผู้พิการ เด็กเล็ก ที่รู้สึกไม่มั่นคงมากกว่าคนทั่วไป
  3. กลุ่มผู้อยู่ในศูนย์พักพิง ซึ่งระยะแรกอาจปกติ แต่ถ้านานเข้าเครียดจากความต้องการเพิ่ม เช่น อยากกลับบ้าน รวมกลุ่มต่อรองบริจาค จนอาจโกลาหล

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสี่ยงจากความกังวลอนาคต เช่น รถจมแต่ผ่อนไม่หมด บ้าน-เฟอร์นิเจอร์เสียหาย หนี้สินพอกพูน ซึ่งอาจนำไปสู่ซึมเศร้าหรือฆ่าตัวตาย โดยบางรายล้มแล้วลุกยากหรือไม่ฟื้น ต้องฟื้นฟูระยะยาวหนักหน่วง

รศ.ดร.ชานนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากผู้ประสบภัย ยังมีประชาชนทั่วไปที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Survivor's Guilt หรือรู้สึกผิดที่ตัวเองรอดแต่คนอื่นไม่รอด โดยเฉพาะผู้ที่เสพข่าวมาก จะรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงและรอดมา จะเห็นอกเห็นใจเกินพอดี นักวิชาการแนะนำควรเสพสื่ออย่างมีสติ และเปลี่ยนความรู้สึกผิดเป็นการช่วยเหลือจริง เช่น ทำถุงยังชีพ ขนของบริจาค หรือช่วยโรงพยาบาลผู้ประสบภัย เพื่อลดความเครียด

ผศ.ดร.วสิศ ลิ้มประเสริฐ อาจารย์หลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล วิทยาลัยสหวิทยาการ มธ. กล่าวว่า น้ำท่วมภาคใต้สะท้อนความล้มเหลวบริหารจัดการ 3 ประเด็น คือ

  1. ระบบเตือนภัยอย่าง Cell Broadcast ต้องแม่นยำ-เจาะจงพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวดี
  2. แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แม้มีมาตรการขั้นตอนการปฏิบัติการในสถานการณ์น้ำท่วม (Safety Operation Procedure - SOP) แต่ต้องเพิ่มสื่อสารชุมชน ซ้อมรับสถานการณ์ และติดตามใช้จริง
  3. การเยียวยา ที่ทำโดยไม่เข้าใจสถานการณ์จริง

ผศ.ดร.วสิศ มองว่า ปัญหาหลักมาจากขาดข้อมูลเชิงระบบ ทาง มธ. จึงร่วมกับวุฒิสภา คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน และอนุกรรมาธิการภัยพิบัติแห่งชาติ รวบรวมข้อมูล เช่น ปริมาณน้ำแต่ละพื้นที่ รายชื่อผู้พักพิง 7,000 คน คำร้องเรียน 20,000 ราย ตั้งแต่ 19 พ.ย.2568 และต่อเนื่องไปถึงหลังสถานการณ์คลี่คลายลง 3 สัปดาห์ เพื่อวิเคราะห์ต้นตอปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ พร้อมกับสนับสนุนให้เกิดข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ทั้งเรื่องการเตือนภัยที่เฉพาะเจาะจง การปรับปรุง SOP ใหม่ ตลอดจนการเยียวยาที่ตรงตามความต้องการของประชาชน เพื่อป้องกันการใช้งบประมาณสูญเปล่า

ผศ.ดร.วสิศ กล่าวว่า ไทยมีโครงการข้อมูลใหญ่แต่ไม่ตอบโจทย์เหตุการณ์ เพราะต่างคนต่างเก็บ แต่ครั้งนี้ มธ. ได้การสนับสนุนจากอนุกรรมาธิการวุฒิสภา เข้าถึงข้อมูลจาก Traffy Fondue, GISTDA, ม.อ., มูลนิธิกระจกเงา, กรมชลประทาน ทีมวิจัยเอกชน และนักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูล มธ. ที่ช่วยพัฒนาระบบ

ข้อมูลนี้จะวิเคราะห์แก้ปัญหาได้จริง สนับสนุนนโยบายตาม Sendai Framework และ CBDRM เพื่อการจัดการที่ดีขึ้น ลดการสูญเสียชีวิต-ทรัพย์สินในอนาคต และเมื่อเสร็จจะพัฒนาระบบโดย มธ. และเปิดเป็นสาธารณะ ใช้รับมือภัยพิบัติ ฝุ่น PM2.5 ภัยแล้ง ไฟป่า ดินถล่ม

อ่านข่าวอื่น :

ตร.ภาค 9 ขอโทษใช้แบคโฮดันรถเปิดทางหาดใหญ่ ยอมชดใช้ค่าเสียหาย

คพ.ลุยจัดการ "ขยะ-น้ำเสีย" หลังน้ำท่วมสงขลา หาที่พักขยะก่อนกำจัด