พนังกั้นน้ำชีแตก น้ำทะลักท่วม 2 อำเภอในกาฬสินธุ์
ชาวบ้านในอำเภอกมลาไสยและอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ กว่า 1,500 ครัวเรือน ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง หลังพนังกั้นน้ำชีในตำบลธัญญา อำเภอกมลาไสย ถูกกระแสน้ำเซาะจนพังทลายเพิ่มอีก 2 จุดในวันนี้ (21 ต.ค.) หลังจากเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) พังทลายไปแล้ว 4 จุด ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ขณะที่นาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายไปแล้วกว่า 100,000 ไร่
ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารนำเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่องมาติดตั้งริมแก่งสะพือ เพื่อผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้โดยเร็ว เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลกลับมาสูงขึ้นอีก จากฝนที่ตกในพื้นที่และน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบ
ขณะที่นักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยเทคนิค จังหวัดพิษณุโลก เร่งผลิตเรือท้องแบนขนาดเล็ก เพื่อเตรียมส่งให้กับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นำไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วม คาดว่าจะเร่งผลิตได้ 100 ลำก่อนถึงวันที่ 25 ต.ค.นี้
ที่จังหวัดพิจิตร พระสงฆ์วัดใหม่โพธิ์ศรี ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ยังคงดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก หลังแม่น้ำยมที่ไหลเข้าท่วมยังไม่ลดระดับ ทำให้การปฏิบัติศาสนกิจเป็นไปอย่างยากลำบาก
ส่วนที่จังหวัดสมุทรปราการ ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออก 5 แห่งสุดท้าย คือ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน กรุงเทพมหานคร, นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร, นิคมอุตสาหกรรมเวลโกร์ล จังหวัดฉะเชิงเทรา, นิคมอุตสาหกรรมบางพลี และนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าหารือกับ รมว.อุตสาหกรรม ถึงความพร้อมในการเตรียมรับมวลน้ำจากจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานครในช่วง 1-2 วันนี้ โดย รมว.อุตสาหกรรมรัฐมนตรี เน้นย้ำให้แต่ละนิคมฯ เร่งเสริมคันกั้นน้ำให้แข็งแรงกว่าเดิม พร้อมให้กวดขันโรงงานที่มีสารเคมีซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปูให้ย้ายหรือเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
เช่นเดียวกับที่จังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งจะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องรับมวลน้ำจากกรุงเทพมหานคร ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งให้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่องไปติดตั้งที่คลองวังขื่อและคลองต้นโพธิ์ เพื่อเตรียมสูบน้ำเข้าคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ขณะที่โรงงานในนิคมอุตสหกรรมเวลโกร์ลหยุดเดินเครื่องไปแล้วกว่าร้อยละ 30
ส่วนภาคใต้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้แจ้งเตือนทุกพื้นที่เสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้แจ้งสมาชิกอาสาสมัครมิสเตอร์เตือนภัยให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ระยะนี้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลจีนใต้ อ่าวไทย และภาคใต้ จะส่งผลให้มีฝนตกชุก จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระวังอันตรายจากน้ำป่าและดินโคลนถล่ม
