ชาวดัตช์รับมือน้ำท่วมหลัง Watersnoodramp

ศิลปะ-บันเทิง
15:01
จำนวนผู้ชม 48
Thai PBS
ชาวดัตช์รับมือน้ำท่วมหลัง Watersnoodramp

การรับมือกับเหตุน้ำท่วมโดยไม่ได้ตั้งตัวของเนเธอร์แลนด์เมื่อ 58 ปีที่แล้ว กลายเป็นความสูญเสียที่สร้างรอยแผลให้กับชาติจนวันนี้ ซึ่งชาวดัชต์ได้นำบทเรียนครั้งนั้นมาสู่แผนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ให้มนุษย์และน้ำสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

ภาพชีวิตของแม่ลูกอ่อนที่ออกตามหาลูกชายวัยแบเบาะซึ่งติดอยู่ในบ้านระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วมทะเลเหนือใน De Storm ผลงานภาพยนตร์ปี 2009 ถือเป็นสิ่งย้ำเตือนความทรงจำของชาวดัชต์ทุกคนถึงเหตุการณ์ Watersnoodramp อุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในศตววรรษที่ 20 ของเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 1953 ที่ทำให้ชาติซึ่งพื้นที่ร้อยละ 25 ของอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ความรุนแรงของเหตุน้ำท่วมครั้งนั้นเป็นผลมาจากน้ำทะเลที่ขึ้นสูงผิดปกติและคลื่นชายฝั่งยกตัวสูงจากพายุเมื่อช่วงรุ่งสางอันหนาวเหน็บของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปี 1953 ในยุคนั้นสถานีพยากรณ์อากาศและสถานีวิทยุท้องถิ่นไม่เปิดทำการในตอนกลางคืน ทำให้ชาวเมืองชายฝั่งซึ่งมั่นใจในมาตรการรับมือของทางการต้องเผชิญชะตากรรมอย่างไม่ตั้งตัว ปริมาณน้ำที่สูงกว่า 16 ฟุตเข้าทำลายพื้นที่ในหลายประเทศของยุโรปทั้ง เนเธอร์แลนด์, เบลเยี่ยม, อังกฤษ และสก็อตแลนด์ ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,835 ราย ประชาชนกว่า 70,000 คนต้องถูกอพยพ สัตว์กว่า 30,000 ตัวต้องจมน้ำตาย พื้นที่ร้อยละ 9 ของเนเธอแลนด์ต้องจมอยู่ใต้น้ำ อาคารบ้านเรือนเกือบ 50,000 หลังต้องเสียหายกว่า 10,000 หลังไม่อาจซ่อมแซมได้

บทเรียนของเนเธอร์แลนด์ครั้งนั้น กลายเป็นที่มาของโครงการ เดลตาเวิกส์ ที่ได้รับการยกย่องเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน กับแผนการปกป้องดินแดนทางตอนใต้ของประเทศจากน้ำทะเล ด้วยการสร้าง เขื่อน, คันดิน, คันกั้นน้ำ, ประตูปิดเปิดน้ำ และประตูระบายน้ำ รอบบริเวณปากแม่น้ำไรน์-เมิส-เชลดาซึ่งติดกับทะเลเหนือ หลังใช้เวลาก่อสร้างกว่าครึ่งศตวรรษ กำแพงกั้นคลื่นแห่งสุดท้ายก็ถูกเปิดใช้เมื่อปีที่ผ่านมา โดยความท้าทายของชาวดัชต์ในอนาคตคือระดับน้ำทะเลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเมตรในอีกร้อยปี และเกือบ 4 เมตรใน 2 ศตวรรษข้างหน้า

ทุกวันนี้ ที่เมืองเอาเวอร์เคิร์กหนึ่งในสถานที่ที่เผชิญกับภัยน้ำท่วมครั้งนั้น กลายเป็นสถานที่ตั้งของ Watersnoodmuseum หรือพิพิธภัณฑ์น้ำท่วม ที่ไม่เพียงย้ำเตือนความสูญเสียแก่คนรุ่นหลัง แต่ยังเสนอภาพการพลิกฟื้นของเมืองหลังน้ำท่วม และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับสายน้ำได้อย่างเท่าทัน


แท็กที่เกี่ยวข้อง