ฟื้นวิถีคนลุ่มน้ำ
แม้จะคุ้นเคยกับเรือพื้นบ้านชนิดต่างๆ เพราะได้เรียนรู้จากการเป็นมัคคุเทศก์น้อยในพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านภาคกลาง วัดยาง ณ รังสี มากว่า 2 ปี แต่ตั้งแต่น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดลพบุรี ทำให้ทิพยาภรณ์ พึ่งอ้น หรือน้องออมในวัย 10 ขวบ ต้องพึ่งพาเรือพายในวิถีชีวิตประจำวันเป็นครั้งแรก และเห็นว่าการพายเรือ ไม่ใช่เรื่องง่าย การแก้ปัญหาที่เห็นผลช้า อย่างน้ำที่ลดลงไปไม่ถึง 20 เซนติเมตรในระยะ 2 เดือน ยิ่งทำให้เรือกลายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะไม่สามารถสัญจรบนถนนเข้าบ้านได้ตามปกติ
เรือป๊าบขนาดใหญ่ในอดีตใช้สำหรับขนส่งพืชผลทางการเกษตรและสัญจร ซึ่งเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์มานานกว่า 20 ปี วันนี้ถูกใช้เป็นพาหนะนำอดุลย์ พวงภู่ เลขานุการชมรมพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้าน วัดยาง ณ รังสี สำรวจความเสียหายของเรือเกือบ 30 ลำ หลังระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรีเพิ่มสูง จนทำให้เรือพื้นบ้าน เช่น เรือมาด เรือหมู และเรือเมล์ ที่จัดแสดงไว้ด้านล่างจมอยู่ในน้ำเกือบทั้งหมด แม้จะเป็นเรือไม้ แต่การต้องจมอยู่ในน้ำนานๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านภูมิปัญญา วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำเท่าใดนัก
พิพิธภัณฑ์เรือวัดยาง ณ รังสี เป็นพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านภาคกลางแห่งแรกของไทย เกิดขึ้นเมื่อ 23 ปีที่แล้ว จากการที่ชาวบ้านตำบลตะลุงนำเรือมามอบให้กับวัด จนมีเรือขุดและเรือต่อจากไม้ตะเคียน ไม้สักและไม้ตาลกว่า 70 ลำ บางลำอายุเกือบ 100 ปี ถือเป็นสถานที่แสดงมรดกภูมิปัญญาทางน้ำอีกแห่งที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยชมรมพิพิธภัณฑ์เรือจะสำรวจความเสียหายอีกครั้งหลังน้ำลด และฟื้นฟูพร้อมกับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านในจังหวัดลพบุรีอีกอย่างน้อย 5 แห่งที่ถูกน้ำท่วม ระหว่างรอให้สถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้น ซึ่งอาจกินเวลาอีกหลายเดือนจากนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านที่นี่ จะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตตามวิถีคนลุ่มน้ำอย่างที่เคยเป็นมา
