ตามรอยวัฒนธรรมผ้าในนวนิยาย
ไม่ง่ายนักกว่าจะได้ผ้าจกคูบัว เพราะต้องชำนาญในการใช้กี่ให้ลวดลายบนผืนผ้า อย่างลายเซีย ลายนกคู่ และมะลิเลื้อย ที่ล้วนมีความหมายมงคล ความละเอียดอ่อนงดงามของลายผ้าบอกเล่าผ่านงานประพันธ์ ผลงานเจ้าของนามปากกา "พงศกร" มาแล้วถึง 4 เรื่อง ด้วยความสนใจส่วนตัวของผู้เขียน ที่ต้องการนำเสนอวัฒนธรรมผ่านผืนผ้า
หลายคนอาจเคยสัมผัสเรื่องราวในรอยไหม สาปภูษา กี่เพ้า สิเน่หาส่าหรี ซึ่งผูกเรื่องราวโดยมีผืนผ้าเป็นหลัก โดยให้ภาพของวิถีวัฒนธรรมและลวดลายผ้าทอ จนอาจทำให้ผู้อ่านเผลอจินตนาการไปว่า ผู้เขียนอาจมีภูมิหลังเกี่ยวกับผ้าเป็นพิเศษนะคะ แต่ว่าจริงๆ แล้วเบื้องหลังของนวนิยายผ้าทั้งสี่เรื่อง มาจากนายแพทย์ประจำแผนกเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลราชบุรีนี่เอง
แม้เวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการตรวจรักษาคนไข้ แต่ นพ.พงศกร จินดาวัฒนะ กลับแบ่งเวลาให้กับการศึกษาลายผ้าทอประจำถิ่น/การได้รู้จักผ้าตีนจกคูบัวตั้งแต่เด็ก เพราะมีพื้นเพเป็นชาวจังหวัดราชบุรี ไม่เพียงจุดประกายความสนใจในการศึกษาเรื่องราวของผ้าทอ ยังเป็นที่มาให้นักเขียนผู้นี้ สืบค้นข้อมูลตามพิพิธภัณฑ์ผ้าหลายๆ แห่ง จนขยายไปสู่การศึกษาผ้าชนิดอื่นๆ ในเอเชีย ทั้งผ้าของลาว พม่า จีน และอินเดีย ความสนุกในการค้นพบวัฒนธรรมเส้นด้ายแต่ละชนชาติ เป็นที่มาของนวนิยายผ้า 4 เรื่อง ซึ่งบันทึกวิถีผ้าทอและชีวิตของผู้คน หวังให้ผู้สนใจได้นำข้อมูลเบื้องต้นไปค้นคว้าต่อ
ความคุ้นเคยกับคุณยายทองอยู่ กำลังหาญ ในฐานะหมอเจ้าของไข้ ทำให้ นพ.พงศกร แวะเวียนมาเรียนรู้ศิลปะบนผืนผ้ากับเจ้าของฝีมือผ้าทอพื้นเมืองบ้านคูบัวเสมอ งานเขียนที่ส่วนหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากศูนย์กลางภูมิปัญญาแห่งนี้ จึงเป็นมากกว่าความบันเทิงจากจินตนาการ แต่เต็มไปด้วยการสร้างสีสันให้ตัวละครมีชีวิตสมจริง ผ่านวิธีการตั้งสมมุติฐาน ทดลอง แบบนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเติมแต่งด้วยวิถีความเชื่อตามวัฒนธรรมท้องถิ่น
เพียง 10 ปี ที่ นพ.พงศกร จินดาวัฒนะ สร้างสรรค์งานเขียนอย่างจริงจัง พร้อมไปกับการทำหน้าที่ประจำในโรงพยาบาล กลับมีนวนิยายมากกว่า 25 เรื่อง ตีพิมพ์เป็นผลงาน การรู้จักสังเกต ตั้งคำถาม และไม่หยุดนิ่งที่จะค้นคว้า ยังทำให้เขาต่อเติมเรื่องราวจากจินตนาการบนพื้นฐานของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ออกมาในรูปแบบนวนิยาย หวังให้ผู้อ่านได้ชื่นชมความงดงามของวัฒนธรรมผ่านตัวอักษร
