ทวิภาคี ศึกศักดิ์ศรี “ไทย” ไม่ถอย “เจรจา-หยุดยิง” ทางรอดลง “ตระกูลฮุน”   

อาชญากรรม
17:40
จำนวนผู้ชม 4,920
ทวิภาคี ศึกศักดิ์ศรี “ไทย” ไม่ถอย “เจรจา-หยุดยิง” ทางรอดลง “ตระกูลฮุน”   

ยังปะทะต่อเนื่องไทย-กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ตั้งแต่ ภูมะเขือ ห้วยตามาเรีย ผามออีแดง ซึ่งทหารเขมรยังคงระดมยิงปืนใหญ่ ส่งโดรนพลีชีพเข้ามา เช่นเดียวกับด้านปราสาทตาควาย และเนิน 350 ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ยังใช้ BM-21 และเครื่องยิงลูกระเบิดเข้าโจมตีพื้นที่พลเรือนใน 3 อำเภอ ตาพระยา, โคกสูง และสระแก้ว ทำให้ ส.อ.กัมปนาถ ทองแสง พลขับรถยานเกราะ สังกัด ร.21 พัน 1 รอ.นักรบคนที่ 22 ต้องพลีชีพ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

และวันนี้ (23 ธ.ค.2568) ไทยต้องสูญเสียทหารกล้า “พลทหาร ธนพัฒน์ นันทะวงค์” เป็นคนที่ 23 ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ทำมีเกิดคำถามว่า “ให้มันจบในรุ่นเรา” จะเกิดได้จริงหรือไม่ แม้ว่าภาพรวมของการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ ทหารไทยจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ยอมจบและพยายามหาทางตีคืนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ วันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค.2568 ) ไทย-กัมพูชาจะมีการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ที่ อ.บ้านแหลม จ.จันทบุรี

โดยสาระสำคัญการประชุม คือ เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการ ขั้นตอน และการตรวจสอบการหยุดยิง ซึ่งไทย ได้ย้ำมาตลอดว่า การหยุดยิงไม่สามารถเกิดขึ้นจากการประกาศฝ่ายเดียว ต้องเกิดจากเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ เพื่อให้การหารือที่จะนำไปสู่การหยุดยิง สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่และมีความยั่งยืน

และ “อนุทิน ชาญวีรกูล”นายกรัฐมนตรี และ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว“ รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ยืนยันตรงกันว่า รัฐบาลไทยพร้อมหารือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติเป็นสำคัญ ไทยยังคงปรารถนาสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องมาพร้อมกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย

“ฝ่ายไทยหวังที่จะเห็นความจริงใจของกัมพูชาที่สะท้อนผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสันติภาพที่อยู่บนกระดาษเท่านั้น” 

ภาพประกอบข่าว ทวิภาคี ศึกศักดิ์ศรี “ไทย” ไม่ถอย “เจรจา-หยุดยิง” ทางรอดลง “ตระกูลฮุน”   

ขณะที่ท่าทีของ “ฮุน เซน“ และ “ฮุน มาเนต” แม้จะพยายามหาทางลง ทั้งส่งคนกลางมาเจรจาทางลับกับไทยเพื่อขอให้มีการหยุดยิง แต่กัมพูชา คือ เขมร พลิกลิ้นกลับไป-กลับมา ได้ตลอด โดยกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวหา กองทัพไทยว่าได้ใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีปราสาทตาควาย และปราสาทพระวิหาร มรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยไม่ได้ย้อนกลับไปมองว่า ฝ่ายตนได้ใช้โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการทหาร การติดตั้งอาวุธกล้องตรวจการณ์ และระบบแอนตี้โดรนบนพื้นที่โบราณสถาน ถือเป็นการละเมิดหลักสากลอย่างรุนแรง

ท่ามกลางการเรียกร้องให้ประเทศที่สาม เข้ามาเป็นกลไกเจรจา “ฮุน เซน” ยังคงสั่งกำลังพลและยุทโธปรณ์เข้ามาในพื้นที่แนวรบตาพระยา ด้านเมืองปอยเปต บริเวณสตึงบท ฝั่งตรงข้าม จ.สระแก้ว และบริเวณรอบแนวรบพระวิหารกลับคืนอีกครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ซำแต - โดนตรวล - ภูผี- สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส – ช่องตาเฒ่า

และพื้นที่ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย ฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนเล็กยาว  เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง และปืนใหญ่ มาตกบริเวณป่ายาง บ้านซำเม็ง และบ้านภูมิซลอน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ไทยได้ยิงตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของกัมพูชา และพื้นที่บริเวณภูมะเขือ พลาญหินแปดก้อน

ยกเว้น 3พื้นที่ ทหารไทยได้สถาปนาความมั่นคง ดัดแปลงที่มั่นให้แข็งแรง และตรึงกำลังในพื้นที่ได้แล้ว คือ บริเวณช่องอานม้า, เนิน 350 และตาควาย

ภาพประกอบข่าว ทวิภาคี ศึกศักดิ์ศรี “ไทย” ไม่ถอย “เจรจา-หยุดยิง” ทางรอดลง “ตระกูลฮุน”   

ThaiArmedForce.com เผยบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2568  ทำไม “กัมพูชา” กลับมาเปิดเกมรุก “ห้วยตามาเรีย-พลาญหินแปดก้อน”

โดยชี้ว่า ตอนนี้จุดการปะทะหลักใน #ชายแดนไทยกัมพูชา ของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เหลืออยู่จุดเดียวคือห้วยตามาเรีย ซึ่งเป็นร่องน้ำที่ไหลระหว่างภูมะเขือกับเขาพระวิหารลงไปที่ช่องคานม้าผ่านวัดแก้วฯ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรที่เราเคยได้ยินกันมาตั้งแต่อดีต ตรงนี้ทหารกัมพูชายึดครองอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของการวางกำลังบนปราสาทพระวิหารและภูมะเขือ

สมการการวางกำลังเปลี่ยนไป ตอนที่ไทยผลักดันกัมพูชาและยึดภูมะเขือกลับคืนมาได้ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ทางตะวันตกคือช่องโดนเอาว์ ยาวไปจนถึงพลาญหินแปดก้อน ประกอบกับการที่ไทยควบคุมช่องตาเฒ่าและสัตตะโสมทางด้วยตะวันออกได้แล้ว เท่ากับว่ากัมพูชาเสียอิทธิพลในการควบคุมพื้นที่ในแถบนี้เกือบหมด เพราะไทยยึดจุดที่ได้เปรียบในทางยุทธวิธีเอาไว้ได้ ทำให้กัมพูชาต้องถอนตัวออกไปค่อนข้างไกล กรณีนี้ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นบนเนิน 677 หรือเนิน 350

แต่การที่กัมพูชากลับมาพยายามตีเพื่อยึด #ภูมะเขือ และโซน #พลาญหินแปด ก้อนใหม่ในช่วง 4 - 5 วันนี้ โดยเป็นแนวเดียวที่กัมพูชาเป็นฝ่ายรุกและไทยเป็นฝ่ายรับ คิดว่ามีเหตุผลบางประการ คือ

1.กัมพูชาเสียพื้นที่แทบทุกแนวแล้ว อาจจะยังเหลือเนิน 745 ที่ยังไม่มีความคืบหน้า แต่จุดหลักนั้นไทยผลักดันกัมพูชากลับไปได้หมด ดังนั้นนอกจากกัมพูชาจะไม่มีอะไรไปเคลมชัยชนะกับประชาชนได้ ยังถือว่าเสียรังวัดและเสียหายทางการเมืองในประเทศค่อนข้างมาก ถ้ากัมพูชายึดบางพื้นที่กลับคืนมาได้บ้างก็จะถือเป็นชัยชนะเล็ก ๆ บนความพ่ายแพ้ใหญ่

2. พื้นที่โซนอีสานใต้นี้กัมพูชาไม่ต้องตั้งรับแล้ว เพราะแทบไม่มีพื้นที่ให้ตั้งรับ ดังนั้นกัมพูชาสามารถรวบรวมกำลังให้เป็นกำลังขนาดใหญ่ เพื่อรวมอำนาจการยิงเข้ามาในจุดเดียวได้ โดยจุดที่กัมพูชาเลือกก็คือ พลาญหินแปดก้อน ภูมะเขือ และห้วยตามาเรีย

ภาพประกอบข่าว ทวิภาคี ศึกศักดิ์ศรี “ไทย” ไม่ถอย “เจรจา-หยุดยิง” ทางรอดลง “ตระกูลฮุน”   

3. สาเหตุที่กัมพูชาเลือกพื้นที่นี้ เพราะมีพื้นที่ได้เปรียบอยู่จุดเดียวและเป็นพื้นที่ที่ไทยไม่เข้าไปยึดครองแน่นอน คือ ปราสาทพระวิหาร นอกจากนั้นยังควบคุมพื้นที่ในช่องคานม้าและห้วยตามาเรียเอาไว้ได้บางส่วน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการรุก ถ้ากัมพูชาสามารถยึดคืนภูมะเขือได้ อิทธิพลทางทหารก็จะกลับมาสู่กัมพูชา ซึ่งอาจจะต่อยอดไปยึดครองช่องโดนเอาว์ และอาจจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิประเทศตีต่อไปประชิดกำลังฝ่ายไทยที่ผามออีแดงได้ หรือในโซนตะวันตกถ้าสามารถบรรจบกับกำลังที่ตีขึ้นมาตรงผลาญหินแปดก้อนได้ ก็สามารถที่จะได้อิทธิพลทางทหารกลับมาในพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดได้

ภาพประกอบข่าว ทวิภาคี ศึกศักดิ์ศรี “ไทย” ไม่ถอย “เจรจา-หยุดยิง” ทางรอดลง “ตระกูลฮุน”   

4. และการไปเชิญธงชาติกัมพูชาขึ้นบนภูมะเขือได้ ก็จะเป็นการกู้หน้าให้กับกองทัพกัมพูชาได้พอสมควรทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาฝ่ายไทยมีเวลาดัดแปลงและเสริมความแข็งแรงที่มั่นในการตั้งรับ ทำให้แนวรับตรงนี้ของไทยถือว่าแข็งพอสมควร ในทางกลับกันการที่ไทยควบคุมภูมะเขือได้ เท่ากับได้จุดตรวจการณ์ที่มองลึกเข้าไปในกัมพูชาได้เป็นสิบกิโลเมตร ซึ่งทำให้ไทยสามารถปรับการยิงปืนใหญ่ได้แม่นยำขึ้น จึงถือว่าเป็นงานที่ยากมากของกัมพูชาถ้าคิดจะตีภูมะเขือจริง ๆ และเมื่อเทียบกับของที่กัมพูชาเหลืออยู่ คิดว่าไม่น่าเพียงพอที่กัมพูชาจะตีภูมะเขือได้ทันก่อนที่การหยุดยิงที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้จะมีผลครับ

“สันติภาพ”จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ การกระทำของทหารกัมพูชา ภายใต้การบงการของ สองพ่อลูก “ตระกูลฮุน” อาจพอเห็นคำตอบลาง ๆ แล้ว หลังจากพยายามใช้วาทกรรมของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากดดันไทย สร้างประโยชน์ในหลายครา เหมือนมีลิ้นหลายแฉก

สมรภูมิเดือดเลือกตั้ง 69 “ปชน.-ภท” ชิงดำ เพื่อไทย “กระอัก” บ้านใหญ่ย้ายหนี

ทรัมป์ลั่นสหรัฐฯ "ต้องมีกรีนแลนด์" ตั้งผู้แทนพิเศษ เขย่าความสัมพันธ์เดนมาร์ก

นายกฯ เผย กกต.ชงงบจัดเลือกตั้ง 69 พ่วงประชามติ 8 พันล้านบาท