ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"มาดูโร" ขึ้นศาลสหรัฐฯ ครั้งแรกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ต่างประเทศ
06:34
4,350
 "มาดูโร" ขึ้นศาลสหรัฐฯ ครั้งแรกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
อ่านให้ฟัง
08:06อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
นิโคลัส มาดูโร ถูกนำตัวขึ้นพิจาณาคดีในศาลสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยังบอกกับศาลว่าตนยังเป็น ปธน.เวเนซุเอลา อยู่ ขณะที่ "โรดริเกซ" สาบานตนรับตำแหน่ง ปธน.รักษาการ ท่ามกลางการประท้วงต้านปฏิบัติการทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ สื่อเมริกันรายงานว่า นิโกลัส มาดูโร กับ ซิเลีย ฟลอเรส ภรรยา สวมชุดนักโทษและถูกล่ามโซ่ที่เท้า ปรากฏตัวต่อศาลครั้งแรกมาดูโรปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งรวมถึงการสมคบคิดก่อการร้ายด้วยยาเสพติดรวมถึงครอบครองอาวุธทำลายล้าง โดยมาดูโรบอกกันศาลว่าตนบริสุทธิ์ และยังคงเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาอยู่ ขณะที่ซิเลีย ฟลอเรส ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน

มาดูโรกับฟลอเรสไม่ได้ยื่นขอประกันตัว ขณะที่ผู้พิพากษากำหนดวันพิจารณาคดีครั้งต่อไปไว้ในวันที่ 17 มี.ค. โดยใบหน้าของภรรยาของมาดูโรมีรอยฟกช้ำหลายจุด ซึ่งทนายความระบุว่า เธอได้รับบาดเจ็บระหว่างการจับกุมเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ส่วนบรรยากาศด้านนอกศาลมีทั้งกลุ่มผู้ประท้วงและต่อต้านสหรัฐฯ มารวมตัวกันด้วย

"โรดริเกซ" สาบานตนรับตำแหน่ง ปธน.รักษาการเวเนซูเอลา

ส่วนความเคลื่อนไหวในฝั่งเวเนซุเอลา กลุ่มผู้สนับสนุนมาดูโรออกมารวมตัวในกรุงการากัส เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวมาดูโรทันที และเพื่อแสดงพลังสนับสนุนเนื่องในโอกาสการเปิดสมัยประชุมสภาของเวเนซุเอลา

โดยวานนี้ (5 ม.ค.) เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซูเอลา สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมให้คำมั่นจะร่วมกันนำพาเวเนซุเอลาไปข้างหน้าในช่วงเวลาอันเลวร้ายที่คุกคามเสถียรภาพและสันติภาพของประเทศ

เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา ยิ้มแย้มหลังการประชุมสภาแห่งชาติในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026

เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา ยิ้มแย้มหลังการประชุมสภาแห่งชาติในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026

ในวันเดียวกันนี้ ยังมี สส. 283 คนที่ได้รับการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว เข้าพิธีสาบานตนด้วย ขณะที่ลูกชายของมาดูโรซึ่งเป็น สส.เช่นกัน ใช้โอกาสระหว่างประชุมสภาส่งข้อความไปถึงมาดูโร โดยยืนยันว่าประเทศยังมีคนดูแลอย่างดีและครอบครัวจะยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนกว่ามาดูโรจะกลับมา พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนประธานาธิบดีรักษาการอย่างเต็มที่

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีรักษาการเวเนซุเอลายื่นข้อเสนอให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในประเด็นการพัฒนาร่วมกัน ซึ่งถือเป็นท่าทีที่อ่อนลงอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพสหรัฐฯ บุกจับมาดูโร และเกิดขึ้นหลังจากเธอเพิ่งจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำของสหรัฐฯ เป็นการเข้ามาตักตวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเวเนซูเอลาโดยมิชอบ

โดยโรดริเกซระบุผ่านสื่อออนไลน์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเธอจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันเป็นการเคารพซึ่งกันและกันกับรัฐบาลสหรัฐฯ จึงเชิญชวนให้สหรัฐฯ ร่วมมือกับเวเนซุเอลาภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน เพราะประชาชนและทั้งภูมิภาคสมควรจะได้สัมผัสถึงสันติภาพและการเจรจาหารือกันไม่ใช่สงคราม

หลายประเทศประท้วงต้านสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา

ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ฝ่าสภาพอากาศหนาวจัดออกมารวมตัวแสดงการต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมนิโคลัส มาดูโร และนำตัวไปยังสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2569 โดยผู้ชุมนุมโบกป้าย "อย่ามายุ่งกับเวเนซุเอลา" เรียกสหรัฐฯ ว่านักล่าอาณานิคม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ขับไล่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ออกจากอังกฤษด้วย

ส่วนที่ ศรีลังกา ประชาชนกว่า 200 คน ออกมารวมตัวหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงโคลัมโบ ประท้วงต่อต้านการเปิดปฏิบัติการของสหรัฐฯ พร้อมประณามสหรัฐฯ ว่าเป็นรัฐก่อการร้าย และเรียกร้องให้เลิกแตะต้องเวเนซูเอลา และให้หยุดการนองเลือดเพียงเพื่อจะเอาน้ำมัน

ผู้ประท้วงรวมตัวกันหน้าศาลรัฐบาลกลางระหว่างการพิจารณาคดีของ อดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2025 ในนครนิวยอร์ก

ผู้ประท้วงรวมตัวกันหน้าศาลรัฐบาลกลางระหว่างการพิจารณาคดีของ อดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2025 ในนครนิวยอร์ก

สหรัฐฯ แจงยูเอ็นไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา

ส่วนในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติซึ่งจัดขึ้นในวันเดียวกัน เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในเวเนซุเอลา สหรัฐฯ ใช้โอกาสระหว่างประชุมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรุกรานเวเนซุเอลา โดยระบุว่าปฏิบัติการจับกุมมาดูโร เป็นการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่สงครามต่อต้านเวเนซุเอลาหรือชาวเวเนซุเอลา

ขณะที่โคลอมเบีย ซึ่งเป็นผู้ขอเปิดการประชุมฉุกเฉิน ประณามปฏิบัติการของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย เอกราชทางการเมือง และบูรณภาพดินแดนของเวเนซุเอลาอย่างชัดเจน และการกระทำของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรงด้วย

ด้านรัสเซียกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าลักพาตัวผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที ส่วนจีนเรียกการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการระราน (Bullying) พร้อมเรียกร้องให้รับประกันความปลอดภัยและปล่อยตัวทั้งคู่ทันที

ขณะที่อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเวเนซุเอลาที่อาจทวีความรุนแรงและขาดเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาค และยังกังวลว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

ผู้นำโคลอมเบียโต้ "ทรัมป์" ขู่จัดการโคลอมเบียต่อ

อีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง กูสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย โพสต์ผ่านเอ็กซ์ ออกโรงปรามผู้นำสหรัฐฯ ที่ขู่ว่าจะยกระดับปฏิบัติการในลาตินอเมริกา หลังทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจจะเปิดปฏิบัติการทางทหารในโคลอมเบีย ซึ่งอยู่เบื้องหลังการผลิตและลักลอบขนโคเคนเข้าสหรัฐฯ และชี้ว่าโคลอมเบียอยู่ภายใต้การบริหารงานของคนป่วย ทำให้เปโตรตอบโต้ว่าตนเป็นผู้นำที่ชอบธรรม ไม่ใช่ราชายาเสพติดและคำขู่ของสหรัฐฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งย้ำว่าจะปกป้องอธิปไตยของประเทศ

ส่วนรัฐบาลคิวบาเปิดเผยว่ามีพลเมืองเสียชีวิต 32 คน ระหว่างปฏิบัติการบุกเวเนซูเอลาของสหรัฐฯ ซึ่งทางการคิวบาประกาศไว้อาลัย 2 วัน ในวันที่ 5-6 ม.ค. เพื่อรำลึกถึงผู้วายชนม์

นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสตกน้ำตก ที่เกาะสมุยเสียชีวิต

สหรัฐฯ เปิดสอบเหตุคนบุกบ้านพัก "แวนซ์" รองประธานาธิบดีฯ

สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-อีสาน-กลาง" อากาศเย็นถึงหนาว กทม.อากาศเย็นตอนเช้า ลมแรง