ชาวแอฟริกาใต้รวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงพริทอเรีย เพื่อประท้วงและประณามสหรัฐฯ ที่เปิดปฏิบัติการบุกจับกุมตัว นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการลักพาตัวผู้ที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ปล่อยมาดูโรและสุภาพสตรีหมายเลข 1 ทันที
ส่วนที่สโลวีเนีย มีกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายซ้ายรวมตัวประท้วงใกล้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงลูบลิยานา เพื่อประณามสหรัฐฯ ว่าทำตัวเป็นจักรวรรดินิยม หลังบุกจับมาดูโร พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลสโลวิเนียคว่ำบาตรสหรัฐฯ รวมถึงถอนตัวจากการเป็นสมาชิกนาโต และสหภาพยุโรป
ขณะที่เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.2569) วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 52 ต่อ 47 เสียง เห็นชอบในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อเดินหน้าผลักดันร่างมติอำนาจการทำสงคราม ซึ่งจะมีผลในการจำกัดอำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเปิดปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา โดยกำหนดว่าการเปิดปฏิบัติการใด ๆ ในอนาคตจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนเท่านั้น
ในการลงมติครั้งนี้มี สว.จากรีพับลิกันร่วมลงมติเห็นชอบด้วย ซึ่งทรัมป์ออกมาตำหนิสมาชิกรีพับลิกันทั้ง 5 คนแล้ว โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่น่าอับอาย ขัดขวางการป้องกันตนเองของสหรัฐฯ บั่นทอนความมั่นคงของชาติ และยังก้าวก่ายอำนาจของประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย พร้อมทั้งระบุว่าพวกเขาไม่ควรได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาอีก
สหรัฐฯ หาแนวทางส่งบริษัทน้ำมันอเมริกันเข้าเวเนซุเอลา
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า Harry Sargeant III มหาเศรษฐีด้านพลังงานและผู้บริจาครายใหญ่ของพรรครีพับลิกัน พร้อมด้วยทีมงาน กำลังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่รัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับแนวทางที่สหรัฐฯ จะส่งบริษัทน้ำมันอเมริกันกลับเข้าไปดำเนินกิจการในเวเนซุเอลาอีกครั้ง
Sargeant เป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลามาอย่างยาวนาน และการที่รัฐบาลทรัมป์ดึงเข้ามา ตอกย้ำถึงการที่รัฐบาลทรัมป์ต้องพึ่งพาผู้บริหารในอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ เพื่อขอคำแนะนำในการบริหารจัดการภาคพลังงานของเวเนซุเอลา
ส่วนในประเด็นกรีนแลนด์ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า เกาะกรีนแลนด์คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่อการป้องกันสหรัฐฯ และโลก จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียและจีนที่อาจเกิดขึ้น พร้อมวิจารณ์ยุโรปและเดนมาร์กว่าทำหน้าที่ปกป้องดินแดนดังกล่าวได้ไม่ดีพอ และยังเตือนผู้นำยุโรปว่าควรให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อความพยายามของผู้นำสหรัฐฯ ในการเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์
เวเนซุเอลาประกาศปล่อยตัวนักโทษครั้งใหญ่
ส่วนฝั่งเวเนซุเอลา ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติและพี่ชายของเดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการเวเนซุเอลา ประกาศการปล่อยตัวผู้ต้องขังทั้งชาวต่างชาติและชาวเวเนซุเอลาครั้งใหญ่ โดยระบุว่าการปล่อยตัวครั้งนี้ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องซ้ำ ๆ จากฝ่ายค้าน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ พร้อมเสริมว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียว และไม่ได้ทำข้อตกลงร่วมกับฝ่ายอื่นใด
ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีมหาดไทยเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 100 คน จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการเวเนซุเอลายังไม่ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขความสูญเสีย แต่กองทัพเวเนซุเอลาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 23 นาย ขณะที่คิวบาระบุว่าเจ้าหน้าที่ของตนเสียชีวิต 32 นาย
รัฐมนตรีมหาดไทยเวเนซุเอลา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มาดูโรได้รับบาดเจ็บที่ขา ส่วนซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บุกเข้าจับกุม
จีนยันกระชับสัมพันธ์ทางการค้ากับเวเนซุเอลาต่อ
ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน แถลงวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง และยังส่งผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพในลาตินอเมริกา
ขณะเดียวกัน ได้ยืนยันจุดยืนในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและทางการค้ากับเวเนซุเอลาต่อไป แม้สถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลาจะเปลี่ยนไปก็ตาม
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงประณามสหรัฐฯ ว่า การที่สหรัฐฯ ยึดเรือต่างชาติในน่านน้ำสากลเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยจีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมายมาโดยตลอด
ท่าทีนี้มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันที่ 7 ม.ค. โดยลำหนึ่งเดินเรือภายใต้ธงรัสเซีย
ผู้นำสหรัฐฯ-โคลอมเบีย จ่อพบหารือเร็ว ๆ นี้
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศโคลอมเบีย เปิดเผยว่า กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย นครรัฐวาติกัน และตัวกลางจากยุโรป ได้ร่วมกันประสานงานให้เกิดการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และกุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย เพื่อลดความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากทรัมป์เคยขู่จะใช้กำลังทหารในโคลอมเบียเหมือนที่ทำในเวเนซุเอลา
การพูดคุยระหว่างสองผู้นำเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ม.ค. โดยทั้งคู่ตกลงจะพบกันที่กรุงวอขิงตันในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยเรียกการเจรจาครั้งใหม่ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ชัดเจนและเคารพซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ยืนยันว่าได้พุดคุยโทรศัพท์กับทรัมป์จริง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี
อ่านข่าว :
ประเมินทางเลือกสหรัฐฯ ยึด "กรีนแลนด์" ได้ด้วยวิธีไหน ?
สหรัฐฯ ยึดเรือขนน้ำมันเวเนซุเอลา ทรัมป์กร้าวไม่กลัวขัดแย้งรัสเซีย-จีน
ทำไม "กรีนแลนด์" ถึงสำคัญ มุมมองยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในยุค "ทรัมป์"
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











