จับตาชายแดนศรีสะเกษ ปมทุนสีเทา–กาสิโน "ช่องสะงำ"

การเมือง
19:18
จำนวนผู้ชม 48
Thai PBS
จับตาชายแดนศรีสะเกษ ปมทุนสีเทา–กาสิโน "ช่องสะงำ"
เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกำลังพล 2 ฝ่ายที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 พบการวางและดัดแปลงทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชา พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวบริเวณด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ผลกระทบเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน

วันนี้ (3 มิ.ย.2569) สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกำลังพลของทั้ง 2 ประเทศบริเวณพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 2 ยังออกแถลงการณ์แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจพบความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงของฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะการวางและดัดแปลงทุ่นระเบิดที่อาจเพิ่มอานุภาพการทำลายล้างตามแนวชายแดน

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่โค้งผักบุ้ง ช่องบก เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (3 มิ.ย.) ขณะที่กำลังพลฝ่ายไทยกำลังดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์และติดตั้งรั้วลวดหนามเพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน โดยระหว่างการปฏิบัติงาน มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 20 นาย เข้ามาแสดงท่าทีคัดค้านและพยายามขัดขวางการดำเนินงานของฝ่ายไทย

อย่างไรก็ตาม กำลังพลไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ทำให้สามารถดำเนินการติดตั้งรั้วลวดหนามและมาตรการป้องกันต่าง ๆ ได้สำเร็จ โดยจนถึงขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงวางกำลังอยู่ภายในแนวควบคุมของตนเอง และยังไม่มีรายงานการปะทะเกิดขึ้น

จับตาชายแดนศรีสะเกษ ปมทุนสีเทา–กาสิโน "ช่องสะงำ"

จับตาชายแดนศรีสะเกษ ปมทุนสีเทา–กาสิโน "ช่องสะงำ"

ในเวลาเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งมีการวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน รวมถึงการดัดแปลงทุ่นระเบิดดักรถถังให้มีอานุภาพสูงขึ้นกว่าปกติ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศ

นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว อีกเรื่องที่ถูกจับตามองคือความเคลื่อนไหวบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มทุนสีเทาในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลว่าบ่อนกาสิโนบางแห่งอาจถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์

จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า ก่อนถึงจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ตั้งจุดตรวจและด่านสกัดเพื่อควบคุมการเข้าออกพื้นที่ โดยไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเดินทางเข้าใกล้แนวชายแดน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในพื้นที่ได้จะจำกัดเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างแนวป้องกันของทหารตามแนวชายแดนเท่านั้น

สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้พื้นที่กาสิโนหรือรีสอร์ทในบริเวณช่องสะงำเป็นฐานของขบวนการสแกมเมอร์นั้น ผู้ประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชาให้ข้อมูลว่า กาสิโนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ยิงสกัดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 เนื่องจากถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการใช้เป็นฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงแรมและที่พักบางแห่งในพื้นที่ยังคงเปิดให้บริการ และมีรายงานว่ายังคงใช้รองรับนายทหารกัมพูชาที่เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมหรือการประชุมตามกรอบความร่วมมือชายแดน เช่น การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ระหว่างไทยและกัมพูชา

ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ ซึ่งไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าได้ตามปกติ

หลายพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนมีผู้คนสัญจรและจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก กลับเผชิญภาวะซบเซาอย่างหนัก จนชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเปรียบเทียบว่าบรรยากาศในพื้นที่ใกล้เคียงกับ "เมืองร้าง" เนื่องจากขาดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าข้ามแดนที่เคยเป็นรายได้สำคัญของชุมชน

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงประเด็นด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยังคงต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

ทัพไทยย้ำสันติวิธี ไม่แข่งวาทกรรมกัมพูชา ชี้ความเชื่อมั่นวัดจากการกระทำ

"คูเวต" ประณามอิหร่านโจมตีพุ่งเป้าพลเรือน ละเมิดกฎหมาย-มติ UN

ชาวเชียงใหม่ขับรถลงดอย 30 กม. ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แบ่งเบาภาระ