ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

“จัก เซาะ หยู๊” แก้เด็กหลุดการศึกษาเชียงใหม่

ภูมิภาค
16:42
2,320
“จัก เซาะ หยู๊” แก้เด็กหลุดการศึกษาเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้า "เชียงใหม่ Zero Dropout" นำเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา กลับเข้าสู่ระบบ ผ่านมาตรการ “จัก เซาะ หยู๊” โดยตลอด1ปีที่ผ่านมามีการทดลองการแก้ปัญหาโดยหน่วยงานหลายภาคส่วนเข้าร่วมจัดทำแผนจนประสบผลสำเร็จ และ เตรียมนำมาปรับใช้ในทุกพื้นที่

บ่ายวันหนึ่งในตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทีมสหวิชาชีพเดินทางไปยังบ้านหลังเล็ก ท่ามกลางชุมชนกึ่งเมืองที่รายล้อมด้วยหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนดั้งเดิม การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมบ้าน แต่คือจุดเริ่มต้นของการ “ดึงเด็กกลับคืนสู่ระบบการเรียนรู้” หลังข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์ ระบุว่าเด็กหญิงวัย 16 ปี คนนี้ คือหนึ่งในเด็ก 277 คนของตำบลสันปูเลย ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา

เด็กหญิงชาวตำบลสันปูเลย จ.เชียงใหม่

เด็กหญิงชาวตำบลสันปูเลย จ.เชียงใหม่

ข้อมูลทีมสหวิชาชีพที่ได้ คือ ครอบครัวของเด็กหญิงคนนี้ มีปัญหาด้านรายได้ และ พ่อมีสุขภาพไม่ดี ขณะที่เด็กมีปัญหาในการปรับตัว จึงตัดสินใจหยุดเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เท่านั้น แต่ปัจจุบันเธออยากกลับเรียนอีกครั้ง หน่วยงานต่างๆ ทั้งเทศบาลตำบล สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานสาธารณสุข และ สำนักงานพัฒนาสังคม และ ความมั่นคงมนุษย์ จึงช่วยกันวางแผนช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระครอบครัว และ นำเด็กกลับมาเรียน ผ่านการศึกษานอกระบบ เพื่อให้มีวุฒิการศึกษา และ เตรียมหางานให้เธอเมื่อเรียนจบ


ออกจากโรงเรียนเพราะว่าติดเพื่อน และไม่อยากเรียนตอนนั้น ตอนนี้อยู่บ้านเฉย ๆ การศึกษา จบแค่ ม.1 ทำให้หางานทำยาก… ตอนนี้อยากจะเรียนต่อ อยากกลับไปเรียน กศน. เพราะว่าจบไว

หนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญ คือ เทศบาลตำบลสันปูเลย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นหัวใจหลัก ในการเชื่อมโยงการทำงานให้ถึงตัวเด็ก

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย จ.เชียงใหม่

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย จ.เชียงใหม่

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลยบอกว่าเทศบาลตำบลสันปูเลย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูล ส่งต่อหน่วยงาน และจัดสวัสดิการสนับสนุน เพื่อให้เด็กกลับมาอยู่ในระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทชีวิต โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนควบคู่กับการเตรียมอาชีพในอนาคต


เด็กทุกคนในสันปูเลย เรามีระบบดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเรียน ถ้าเด็กหลุดจากระบบ เราจะไม่ปล่อยให้เงียบหาย แต่เข้าไปคุยกับครอบครัว ดูว่ามีปัญหาอะไร แล้วช่วยกันแก้เป็นเคส ๆ

จังหวัดเชียงใหม่มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 35,000 คน มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานครฯ และจังหวัดตาก

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ทดลองขับเคลื่อนโมเดล “เชียงใหม่ Zero Dropout” ในพื้นที่อำเภอแม่แตง ด้วยแนวคิดการทำงานเชิงพื้นที่แบบเข้มข้น หรือ “Mae Taeng Sandbox Model" เป้าหมายคือ เด็กทุกคนต้องไม่หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมเดินหน้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการ Zero Dropout อย่างเต็มรูปแบบ

การทำงาน เป็นไปในรูปแบบ มาตรการ “จัก เซาะ หยู๊” ซึ่งเป็นภาษาถิ่น "กำเมือง เชียงใหม่" ประกอบด้วย จัก หมายถึงการชักชวนเครือข่ายมาทำงานร่วมกัน “เซาะ” หมายถึงความร่วมมือกันในการค้นหาเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา สำหรับ “หยู๊” คือการดึงเด็ก ๆ เหล่านั้นให้ออกมาได้รับการศึกษา

กระบวนการทำงาน ยังแยกย่อยเป็น 5 หลัก คือ ตรวจสอบข้อมูลดูความซับซ้อนว่าเด็กเท่าไหร่ ลงพื้นที่ติดตาม ค้นหา ประเมินสภาพปัญหา และความต้องการในการช่วยเหลือ บูรณาการช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สกร. หรือ ภาคีเอกชน จากนั้นเป็นการติดตามช่วยเหลือ รายงานผลการดำเนินงาน นอกจากนั้นยังมีการตั้งคณะทำประจำศูนย์ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบการ มีการแต่งตั้งกรรมการระดับตำบล และระดับอำเภอ และ ในการลงพื้นที่จริง ยังมีการเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชัน วิเคราะห์ปัญหา ก่อนส่งต่อให้ทีมสหวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคล ใน 4 มิติหลัก คือ การศึกษา สาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจ

คงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

คงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

คงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่บอกว่าผลจากการดำเนินงานในอำเภอแม่แตง สามารถนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้มากกว่า 400 คน จากเด็กหลุดการศึกษากว่า 1,100 คน กลายเป็นต้นแบบสำคัญที่จังหวัด เตรียมขยายผลไปยังอีก 24 อำเภอ


คีย์สำคัญคือกลไกความร่วมมือในระดับพื้นที่ จะต้องประกอบด้วยทุกภาคส่วน ทำงานเป็นรูปแบบของคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็น อปท.ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมไปถึงกลไกของสาธารณสุข อสม. และ สกร.รวมทั้งโรงเรียนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกการช่วยเหลือ เริ่มตั้งแต่การค้นหา การเก็บข้อมูล และ คัดกรองปัญหา จากนั้นจึงส่งต่อการช่วยเหลือ 4 มิติหลัก

ความสำเร็จของเชียงใหม่ Zero Dropout สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดการศึกษาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับพื้นที่ การดูแลเด็กแบบรอบด้าน และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีอนาคตที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงต่อไป


ข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระบุว่า นโยบาย “Thailand Zero Dropout” ซึ่งทำงานร่วมกับ 21 หน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น สามารถพัฒนาและเชื่อมโยงระบบข้อมูล ติดตามช่วยเหลือเด็กเป็นรายกรณี ออกแบบทางเลือกการเรียนรู้ที่เหมาะสม และเชื่อมโยงทักษะกับตลาดแรงงาน ส่งผลให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สามารถพาเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้แล้วกว่า 200,000 คน

รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ