ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

อวสาน “เฉิน จื้อ” ปิดท่อน้ำเลี้ยงจีนเทา อำนาจ “ตระกูลฮุน” สั่นไหว

อาชญากรรม
16:59
2,760
อวสาน “เฉิน จื้อ” ปิดท่อน้ำเลี้ยงจีนเทา อำนาจ “ตระกูลฮุน” สั่นไหว

สะเทือนวงการอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายใหญ่สแกมเมอร์โลก หลัง เฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือ วินเซนต์ ประธานกลุ่ม Prince Group พร้อมลูกน้องอีก 2 คน คือ สวี่ จี้เหลียง (Xu Ji Liang) และ เซ่า จี้ฮุย (Shao Ji Hui) ถูกเพิกถอน สัญชาติกัมพูชา โดยถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีในสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อต้นปี 2569  ต่อจากอดีตเจ้าพ่อเมืองชเวโกกโก “เสอ เจื้อ เจียง”  อดีตประธาน Yatai International Holdings Group ที่ถูกทางการไทยส่งตัวกลับเมื่อกลางเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว

เส้นทางเดินของ “เฉิน จื้อ” และ “เสอ จื้อ เจียง” ในการเข้าสู่วงการอาชญากร ไม่แตกต่างกัน แต่ปลายทางของชีวิตมีจุดเหมือนกัน  เฉิน จื้อ ในวัย 37 ปี ผู้ก่อตั้ง Prince Holding Group ดำเนินธุรกิจหลายสาขา เช่น อสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

ปี 2015 “เฉิน จื้อ” มีธุรกิจมากกว่า 100 แห่งในกัมพูชา และแตกแขนงเครือข่ายธุรกิจไปในหลายประเทศทั้งเอเชียและยุโรป ทั้ง ลาว ไต้หวัน สิงคโปร ฮ่องกง อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และธุรกิจบนเกาะเคย์แมน Cayman Islands อีก 4 แห่ง

เบื้องหน้าเป็นการทำธุรกิจใหญ่ คือ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร การเงิน รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น การบิน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ มีสินทรัพย์ภายใต้ การจัดการประมาณกว่า  2.5 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมากถึง 127 บริษัทในหลายประเทศ แต่เงามืดฉากหลังคือ “กลุ่มจีนเทา” ที่ชักใยอยู่ในขบวนการฟอกเงินข้ามโลก

ภายใต้ความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นไปตามคำร้องขอจากทางการจีน ทำให้ “ฮุน เซน” ประธานสภาองคมนตรีกัมพูชา ต้องยอมสละทิ้ง “เฉิน จื้อ”  ที่ปรึกษาส่วนตัว โดยยอมออกคำสั่งเพิกถอนสัญชาติประธานเครือ Prince Group เมื่อเดือน ธ.ค.2568 เป็นการเปิดไฟเขียวให้รัฐบาลจีน “จัดการ” กับพลเมืองของตนเอง หลังจีนให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมกับเขมร จำนวน 20 ล้านหยวน หรือประมาณ 100 ล้านบาท โดยก่อนจะมีการส่ง “เฉิน จื้อ” และพวกในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน  “กัมพูชา” ก็ได้รับเงินจากรัฐบาลจีนอีกประมาณ 400,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนในการกำจัดทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

เดือน ต.ค. 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหา เฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Prince Holding Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ว่าเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการต้มตุ๋นเงินคริปโตมูลค่านับล้านล้าน และเกี่ยวข้องกับการกักขังเหยื่อค้ามนุษย์ในค่ายบังคับใช้แรงงาน และถูกศาลตั้งข้อหาลับหลังจำเลย ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์และฟอกเงิน

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังยึดบิตคอยน์ (Bitcoin) มูลค่ารวมกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2568 โดย แคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI)  ระบุในขณะนั้นว่า นี่เป็นการทลายขบวนการฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

โดยอัยการสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องและดำเนินการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการอายัดกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีบิตคอยน์กว่า 127,000 BTC คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ประมาณ 5.4 แสนล้านบาท กล่าวได้ว่าเป็นการยึดทรัพย์สินคริปโตฯ จากคดีฉ้อโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเส้นทางการเงินถูกโยกย้ายผ่านบริษัทเชลล์ (Shell Companies) กว่า 100 แห่ง เพื่อฟอกเงินเทาให้เป็นเงินสะอาด

ตามด้วยการประกาศยึดทรัพย์สินมูลค่า 2,750 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ ประมาณ 353 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ “เฉิน จื้อ” ของตำรวจฮ่องกง  ส่วนใหญ่เป็นเงินสด หุ้น และกองทุนอื่นๆ

เช่นเดียวกับทางการอังกฤษประกาศยึดคฤหาสน์มูลค่า 12 ล้านปอนด์ หรือ 15.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในลอนดอนเหนือ และอาคารสำนักงานมูลค่า 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ก่อนหน้านี้ Prince Group เคยพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำที่ลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการเงินในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2558 แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แกะร่องรอยจบพบว่า เป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน และหลอกลวงนักลงทุนทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เฉิน จื้อ” คือ ท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของ “ตระกูลฮุน” ด้วยธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท Prince Group  ไม่ได้มีเพียง Prince Real Estate Group, Prince Huan Yu Real Estate Group และ Prince Bank  หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชามูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แต่ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ “Prince Plaza” อยู่ในกลางกรุงพนมเปญ

สำหรับข้อหาฉกรรจ์ที่ “เฉิน จื้อ” ลูกสมุนและเครือข่ายธุรกิจ ถูกตั้งข้อกล่าวหา คือ มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งและบงการ ศูนย์คอลเซนเตอร์–แก๊งสแกมเมอร์ ขนาดใหญ่ในกัมพูชา มีการกระทำในลักษณะฉ้อโกงและฟอกเงิน ผ่านระบบการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหายระดับมหาศาล รวมทั้งการบังคับใช้แรงงาน

ต้นเดือน ธ.ค.2568 บอร์ด ปปง.หรือคณะธุรกรรมการเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในคดีสำคัญ 4 รายคดี ยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 289 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 10,165 ล้านบาท และ 1 ใน 4 เป็นของ “เฉิน จื้อ” กับพวก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

มีรายงานจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ขณะนี้ยังมี “จีนเทา” ระดับตัวท็อปอีก 7 คน ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และฟอกเงินออนไลน์ ซึ่งถูกทางการไทยจับกุมและอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำใน กทม.กำลังจะทยอยถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ในปี 2569 นี้

ตามรอย“เฉิน จื้อ”และคนอื่น ๆ ที่ถูกนำตัวกลับไปแล้ว แต่ขบวนการจีนเทาและเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในเขมรที่เหลืออยู่ ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า หลังท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ทางการเงินของ “ตระกูลฮุน” ถูกตัดออกไปจะส่งผลต่ออิทธิพล อำนาจ และเสถียรภาพความมั่นคงของ ฮุน เซน และฮุน มาเนต อย่างไร...น่าติดตามอย่างยิ่ง เมื่อทางการจีนเริ่มใช้ยาแรง

 

 อ่านข่าว :

"กัมพูชา" ออกแถลงการณ์ จับ "เฉิน จื้อ" ส่งจีนแล้ว หลังถอนสัญชาติเมื่อปลายปี

กัมพูชาส่งตัว "เฉิน จื้อ" กลับจีน ยกระดับความร่วมมือทวิภาคีความมั่นคง