วันนี้ (14 ม.ค.2569) บรรยากาศบริเวณถนนพหลโยธินและลาดพร้าวเช้าวันนี้ มีประชาชนเริ่มเดินทางไปทำงานกันตั้งแต่เช้ามืดท่ามกลางสภาพอากาศหนาว และ ค่าฝุ่นPM2.5 เกินมาตรฐานหลายพื้นที่
ด้านกรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำวันที่ 14 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ตรวจวัดค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจุดที่พบค่าฝุ่นละอองสูงสุดอยู่ที่บริเวณริมถนนนราธิวาส เขตบางรัก มีค่าฝุ่นละอองPM 2.5 อยู่ในระดับ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คือ 86.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว จุดนี้พบมีค่าฝุ่นอยู่ที่ 47.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
สำหรับเกณฑ์มาตรฐานค่าฝุ่น PM2.5 ที่อยู่ในระดับเริ่มกระทบต่อสุขภาพของไทย กำหนดให้ PM2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดให้ไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จากการสอบถามหนึ่งในประชาชนที่อยู่ระหว่างเดินทางไปทำงานเช้าวันนี้ เปิดเผยว่า ตัวเองได้รับผลกระทบทางสุขภาพ หายใจไม่สะดวกต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในช่วงที่มีฝุ่นPM2.5 ซึ่งก็ไม่เพียงเฉพาะตัวเองเท่านั้นแต่ยังรวมถึงคนในครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องประสบปัญหาหายใจลำบาก จุดนี้จึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังโดยเฉพาะในช่วงที่มีการเลือกตั้งนี้ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งส่วนตัวก็อยากให้มีการแก้ปัญหาฝุ่นPM 2.5 ให้หมดไปอย่างถาวร
สำหรับการแก้ปัญหาที่ประชาชน มองว่า ในระยะสั้นอาจจะมีการแจกหน้ากากอนามัยN95 ให้กับประชาชนฟรี เนื่องจากหน้ากากชนิดดังกล่าวมีราคาสูงเข้าถึงยากแต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นกับผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือบุคคลที่มีรายได้น้อยที่อาจจะขาดกำลังซื้อ ส่วนระยะยาวก็อยากให้มีการแก้ปัญหาที่ได้ผล เพราะประชาชนต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาอย่างต่อเนื่องและฤดูฝุ่นก็เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงเวลาเดิม ๆ แต่แม้จะผ่านมาหลายปีขณะนี้ก็ยังไม่พบการแก้ปัญหาหรือมาตรการรองรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งปัญหาก็ยังไม่หมดไปหรือลดลงแต่อย่างใด
ปัญหาฝุ่นยังยืดเยื้ออีก 3-4 วัน นักวิชาการชี้เกิดจากลมนิ่ง
ฝุ่น PM 2.5 เกินเกณฑ์ 34 จังหวัด เตือนแนวโน้มเพิ่มขึ้น 14-20 ม.ค.
สภาพอากาศวันนี้ เช้านี้อากาศเย็นทั่วไทย ใต้ตอนล่างมีฝนเล็กน้อย











