กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง สำหรับตลาดทองคำ ในประเทศที่ ล่าสุดเวลา 14.05 น. ทองรูปพรรณ ขายออกทะลุ 70,000 บาท เป็นครั้งแรก ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากตลาดกังวลความเป็นอิสระของเฟดถูกคุกคามจากปธน.ทรัมป์, ความไม่สงบในอิหร่านยังคงตึงเครียด และสภาพคล่องของเงินดอลลาร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าในทางเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง
เว็บไซต์ “ฮั่วเซ่งเฮง” ได้วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำโลกที่ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ต้นปี2569 ว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. อัยการสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นการสอบสวนทางอาญาต่อ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟดมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยพาวเวลล์ได้แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.ว่า เฟดได้รับหมายเรียกจากคณะลูกขุนใหญ่ (Grand Jury Subpoenas) และคำขู่ว่าจะมีการฟ้องร้องทางอาญาจากกระทรวงยุติธรรม
และในวันที่ 13 ม.ค. กลุ่มอดีตประธานเฟด รวมถึงนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำในสหรัฐฯ ได้ออกมาประสานเสียงสนับสนุน ประธานเฟด พร้อมแสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อกรณีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ข่มขู่จะดำเนินคดีอาญาต่อประธานเฟด
จากปัจจัยข้างต้น อาจส่งผลให้ตลาดขาดความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์ จากการที่ความเป็นอิสระของเฟดกำลังถูกการเมืองเข้ามาลิดรอนสิทธิในการควบคุมดอกเบี้ยนโยบายให้มีความเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ทองคำมีการปรับตัวขึ้น ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในยามที่ค่าเงินอ่อนค่า
ในขณะที่ความไม่สงบของอิหร่าน อาจจุดชนวนความขัดแย้ง เพราะเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้เปิดเผย ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อตอบโต้อิหร่าน หลังมีรายงานการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การสูญเสียชีวิต นอกจากนี้ ทรัมป์ได้ประกาศยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่านจนกว่าการสังหารผู้ประท้วงจะยุติลง และย้ำถึงมาตรการภาษี 25% ต่อประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 ม.ค. กลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย นำโดยซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ กำลังพยายามล็อบบี้สหรัฐฯ ไม่ให้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกลากเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาคที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หากสหรัฐฯ ตัดสินใจใช้กำลังทางทหาร ด้านอิหร่านก็ได้ประกาศเตือนว่าพร้อมจะโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นการโต้ตอบทันที ส่งผลให้ในวันที่ 15 ม.ค. ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า สหรัฐฯ อาจชะลอปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านออกไปก่อน
ปัจจัยข้างต้น ทั้งการประท้วงในอิหร่าน การกล่าววาจาของปธน.ทรัมป์ อาจเป็นการยั่วยุให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความตึงเครียด ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้น จากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ
ดอลลาร์อ่อน-เฟดคาดชะลอลดดอกเบี้ย
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายงาน บัญชีออมทรัพย์ของกองทุน (Reverse Repurchase Agreement หรือ RRP) มียอดสะสมสภาพคล่องสุทธิ 83,572 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่เฟดได้รายงานตัวเลขสภาพคล่องล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. – 14 ม.ค. คือ 42,348 ล้านดอลลาร์ หากรวมเอา Net Liquidity ทั้งหมดมารวมกันตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. – 14 ม.ค. จะมีสภาพคล่องสุทธิทั้งสิ้น 125,920 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ดอลลาร์อ่อนค่าจากอุปทานของเงินในระบบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดเงินเฟ้อและเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในยามที่เงินเฟ้อทรงตัวสูง
นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก แสดงความเห็นเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2026 คาดว่าเงินเฟ้อจะแตะจุดสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2.5% ในช่วงปลายปี ประธานเฟดนิวยอร์กมองว่าผลกระทบจากภาษีนำเข้าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว (One-off effects) ที่จะเกิดขึ้นเพียงในปีนี้เท่านั้น และมองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 3.5% – 3.75% อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว
ในขณะที่ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดเฟีย / มินนิอาโปลิส ได้ออกมากล่าวว่า หากอัตราเงินเฟ้อสามารถลงมาสู่ 2% ได้อย่างมีเสถียรภาพ (เงินเฟ้อเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 2.7%)อาจเป็นปัจจัยให้เฟดสามารถลดดอกเบี้ยในภายหลังเพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของตลาดแรงงาน ดังนั้นอาจจะเป็นเหตุผลให้เฟดยังคงเลือกที่จะตรึงดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อติดตามดูทิศทางอัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ตลาด CME FedWatch ได้คาดการณ์ถึง 95.0% แล้วว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ย 3.50%-3.75% ในการประชุม FOMC ปลายเดือนม.ค. นี้ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ส่วนแนวโน้มราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่ามีแนวโน้ม “ย่อตัวลงก่อนปรับตัวขึ้นต่อ” จากปัจจัยลบทางด้านความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านได้ลดระดับความรุนแรงลงชั่วขณะและกรรมการเฟดยังมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ลดลง ซึ่งอาจทำให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,460 และ 4,390 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ตลาดมีการปรับฐานลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง, ตลาดกังวลความเป็นอิสระหลังปธน.ทรัมป์ฟ้องนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และสภาพคล่องเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 4,700 และ 4,800 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นแรงซื้อในตลาดทองคำได้รอบใหม่ได้เช่นกัน สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 67,500 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 67,000 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 69,300 บาท และ 69,800 บาท
ครึ่งเช้า ตลาดทองในประเทศบวก 200 บาท "รูปพรรณ"ขายออกทะลุ 70,100 บาท
ราคาทองคำ ครึ่งเช้านี้บวก 200 บาท (ครั้งที่ 10 บวก 50 บาท) ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 69,300 บาท และราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 69,200 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 70,100 บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 67,810.68 บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,712 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 31.11 บาทต่อดอลลาร์
ราคาทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ 800 บาท มีราคาดังนี้ ทองครึ่งสลึง ราคาขาย 9,463 บาท ทอง 1 สลึง ราคาขาย 18,125 บาท ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคาขาย 35,450 บาท และทอง 1 บาท ราคาขาย 70,100 บาท ทองคำหนัก 2 บาท ขายออก 140,200 บาท ทองคำหนัก 5 บาท ขาย 350,500 บาท ภาพรวมราคาทองปี 2569 บวก 4,350 บาท เดือนม.ค. ทองคำบวก 4,350 บาท
อ่านข่าว:
สรุปราคาทองคำ 19 ม.ค.2569 ผันผวน 9 ครั้ง บวก 600 ลุ้น “ทองแท่ง” ทะลุ 70,000 บาท
สรุปราคาทองคำ 16 ม.ค.2569 ผันผวน 16 ครั้ง -100 “ทองแท่ง” ขายออกเหลือ 68,400 บาท
“ทองคำ” ราคา ร่วง 200 บาท “รูปพรรณ” ขายออก 69,100 บาท











