ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ส่องนโยบายการศึกษา 9 พรรค ถูกใจเหล่า Pre-Voter หรือไม่

การเมือง
16:22
655
ส่องนโยบายการศึกษา 9 พรรค ถูกใจเหล่า Pre-Voter หรือไม่

จากเสียงสะท้อนของ Pre-Voter ที่มาพูดถึงนโยบายการศึกษาของเด็กไทย ในรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 สะท้อนมุมมองของเยาวชนที่มองมายังการเมือง การปกครองของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลถึงการเข้าถึงแหล่งการศึกษา ไปจนถึงระบบการศึกษาที่เรียนหนัก แต่ได้ผลตอบรับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

นายปัณณฑัต เจียมศิริกาญจน์ ตัวแทนนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มองว่านโยบายเรียนฟรีที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคประกาศออกมา ยังอาจไม่เกิดขึ้นได้จริง เพราะติดปัญหาโครงสร้าง และความแตกต่างของแต่ละสถานศึกษา โดยจุดที่อยากให้เปลี่ยนมากกว่า คือการปรับระบบการศึกษาให้เข้ายุคสมัย เน้นการพัฒนา มากกว่าการบังคับให้เรียนหนัก โดยเทียบระบบการศึกษาไทย กับฟินแลนด์ ที่เรียนน้อยกว่าไทย แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำแก้ระบบให้โปร่งใส และเปิดใจรับฟัง แม้จะมีคนเห็นต่าง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

“ถึงแม้ว่าเราจะเลือกการศึกษาที่ดีที่สุด แต่มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่การันตีความสำเร็จในชีวิต แล้วทำไมประเทศเรา ระบบการศึกษายังอยู่แค่จุดนี้” นายปัณณฑัต กล่าว

ขณะที่ นายชัชชัย นาคะเกษียร ตัวแทนนักเรียน โรงเรียนเทพศิรินทร์ พูดถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาไทยว่า ปัญหารายได้ มีผลต่อการศึกษา ทำให้นักเรียนบางคน เข้าไม่ถึงอุปกรณ์พื้นฐาน ตัวอย่างเช่น ชุดนักเรียน หรือไอแพด ที่ต้องใช้สำหรับการเรียน อยากให้เรื่องนี้ เป็นการสนับสนุนจากภาครัฐ แทนที่จะผลักเป็นภาระของผู้ปกครองทั้งหมด

นอกจากนี้ปัญหาด้านขนส่ง การคมนาคม ก็มีผลเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นตนเอง ต้องออกจากบ้านในเวลา ตี 5 ทุกวัน เพื่อเดินทางมาโรงเรียน ท่ามกลางสภาวะรถติดอย่างหนัก แต่ไม่มีทางเลือก เพราะระบบขนส่งสาธารณะไม่เอื้ออำนวย ใช้เวลาเดินทางไปกลับนาน เวลาพักผ่อนน้อย แถมยังเจอปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเรื่องฝุ่นมากระทบอีก

จากเสียงสะท้อนปัญหาด้านการศึกษาของเยาวชน เรามาส่องนโยบายด้านการศึกษา จาก 9 พรรคการเมืองใหญ่ ที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ไปดูว่า แต่ละพรรค มีนโยบายใด ที่ใกล้เคียง หรือตรงใจเหล่า Pre-Voter กันบ้าง

เริ่มกันที่ พรรคภูมิใจไทย แกนนำรัฐบาลชุดล่าสุด กับสโลแกน “การศึกษา Data Driven” โดยเป็นความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการจัดหาแพลตฟอร์มการศึกษาที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้เยาวชน สามารถเข้าไปเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime 1 แพลตฟอร์ม 1 ล้านความรู้ ที่สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรีตลอดชีวิต มีอินเตอร์เนตฟรี เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแพลตฟอร์ม

สร้างระบบสะสมหน่วยกิต สำหรับการศึกษา ที่ไม่นับเฉพาะในโรงเรียน แต่สามารถเอาทักษะวิชาชีพมาต่อยอดให้กลายเป็นวุฒิการศึกษาได้ และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ด้วยการแก้กฎหมายให้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ

พรรคเพื่อไทย นโยบายหวังปฏิรูปการศึกษาให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยหลักคิด Learn to Earn เปลี่ยนจากการเรียนตามสูตร เป็นการเรียนเพื่อสร้างรายได้ พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต และ 1 ครู 1 แท็บเล็ต เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยี เชื่อมต่อห้องเรียนไทยกับโลกออนไลน์

พัฒนาทักษะอาชีพ และทักษะแห่งอนาคต (AI), ส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อปูทางสู่ตลาดแรงงานในอนาคต, เรียนฟรี ต้องฟรีจริง และต้องมีงบประมาณอาหารกลางวัน และรถรับส่งฟรีด้วย

พรรคประชาชน มุ่งเน้นการปฏิรูประบบโครงสร้าง โดยเน้นย้ำคืนเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่สอน มากกว่าการทำงานด้านธุรการ และเปิดโอกาสให้สถานศึกษาในท้องถิ่น สามารถออกแบบหลักสูตรของตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะท้องถิ่น

แจกคูปองเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม เพื่อให้สิทธิทั้งประชาชนทั่วไป และนักเรียน เลือกที่จะ Reskill/ Upskill ได้ตามความสนใจ และความถนัดแต่ละคน

พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีนโยบาย ปลดล็อกหนี้ กยศ. เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของนักศึกษาด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์ เช่น การให้ทำงานราชการ หรือเป็นจิตอาสา เพื่อชำระหนี้แทนเงินสด

พรรคประชาธิปัตย์ กับนโยบาย บุฟเฟต์การศึกษา สร้างระบบที่นักเรียนสามารถเรียนข้ามสถาบัน และสะสมหน่วยกิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตได้ แนวคิดคล้ายๆ กับ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงโอกาสที่เท่าเทียม เรียนฟรี ต้องฟรีจริง และขยายความหมายของคำว่า “ฟรี” ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และอุปกรณ์การศึกษา

สิ่งที่ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นตรงกันกับพรรคอื่นๆ ก็คือการส่งเสริมทักษะทางภาษาอังกฤษ, AI และปัญหาการใช้หนี้ กยศ. ที่ควรเปิดช่องทางให้ทำงานบริการสังคม เพื่อลดหย่อนหนี้สินได้ เหมือนกับที่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูเป็นนโยบายหลัก

พรรคพลังประชารัฐ นโยบายคือการปรับหลักสูตรให้กระชับ และตอบโจทย์ตลาดแรงงาน “เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ” สนับสนุนการเรียนการสอนทักษะสมัยใหม่อย่าง AI และ Digital Marketing

พรรคกล้าธรรม กับนโยบายวางรากฐานการศึกษาที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย เน้นสร้างศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ พัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชนให้ทันสมัย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ดูแลบุคลากรครู แก้ปัญหาหนี้สิน และยกระดับการเรียนออนไลน์ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงเรียนชั้นนำ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกล หรือต่างจังหวัด ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียมกัน

พรรคไทยก้าวใหม่ กับนโยบายการศึกษาฟรีถ้วนหน้า เรียนฟรีถึงปริญญาเอก ตั้งเป้าทำลายกำแพงทางการเงิน และสร้างทักษะแห่งอนาคต ด้วยการส่งเสริมการเรียนภาษาที่ 3 คือ Coding & AI นอกจากนี้ยังพร้อมผลักดันนโยบายโรงเรียนสีขาว ปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด และมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยกับเยาวชน

ปิดท้ายที่ พรรคไทยสร้างไทย กับนโยบาย คืนเวลาชีวิต เรียนจบไว ไร้หนี้ สิ่งที่คล้ายกันกับหลายๆ พรรค คือนโยบายเรียนฟรี จนจบปริญญาตรี เพื่อลดภาระทางการเงิน และหนี้ กยศ. การศึกษาต้องยืดหยุ่น และต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเวลาเรียน ลดเวลาเรียนระดับปริญญาตรี ให้กระชับมากขึ้น เหลือแค่ 3 ปี เพื่อให้นักเรียนสามารถจบการศึกษา และเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี

นโยบายการศึกษาของแต่ละพรรคจะแก้ปัญหาการศึกษาที่เยาวชนสะท้อนออกมาหรือจะเป็นเพียงลมปากที่หาเสียงในช่วงเลือกตั้ง หลังวันเลือกตั้งผ่านไป เยาวชนและประชาชนจะได้คำตอบว่าพรรคที่ได้รับเลือกตั้งจะปฎิบัติตามนโยบายที่เสนอหรือไม่

อ่านข่าวต่อ

พรรคประชาชน แท็กทีมผู้นำ 3 รุ่น ดึงกระแสโค้งสุดท้าย

กกต.กทม.เผยยังไม่พบคำร้องซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท

เสียงเชียร์จาก "คลองเปรม" เพื่อไทย ได้ลุ้น-ไม่โดดเดี่ยว