วันนี้ (21 ม.ค.2569) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ถือครองที่ดินจำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวม 94 – 1 - 59 ไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองได้ตามกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อ พ.ศ.2557 พ.ต.ท.ฐนภัทร ได้ซื้อที่ดินในท้องที่ ต.ปะตง และ ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี จำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวม 94 – 1 - 59 ไร่ จากผู้ครอบครองเดิม ซึ่งเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 200 ลงวันที่ 26 ส.ค.2515 และได้เข้าถือครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยการทำสวนลำไยและปลูกสร้างบ้านโดยเป็นผู้ร้องขอเลขที่บ้านด้วยตนเอง
ภายหลังจากที่ พ.ต.ท.ฐนภัทร ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 พ.ต.ท.ฐนภัทร ก็ยังคงครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวต่อเนื่องเรื่อยมา และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดงรายการที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิจำนวน 3 แปลงดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของคู่สมรส
ต่อมาเมื่อคณะทำงานสำรวจการครอบครองที่ดินระดับพื้นที่ ได้เข้าทำการสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎรในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2563 พ.ต.ท.ฐนภัทร ได้ให้บุตรชายแสดงตนเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์แทน ทั้งที่ทราบดีว่าตนเอง คู่สมรส และบุตร ไม่ใช่บุคคลที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยหรือทำกินตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ผู้ครอบครองที่ดินเดิมและทำประโยชน์มาโดยต่อเนื่อง ตามที่กรมป่าไม้ได้สำรวจและขึ้นทะเบียนไว้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 หรือเป็นทายาททางมรดกตามกฎหมายของผู้ครอบครองที่ดินเดิม เนื่องจากไม่สามารถซื้อขายกันได้ รวมทั้งไม่ได้เป็นผู้ยากไร้มีรายได้น้อยและไร้ที่ดินทำกินตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิ.ย.2557
การกระทำของ พ.ต.ท.ฐนภัทร ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน แต่กลับยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งสงวนไว้เพื่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต อันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ การกระทำของ พ.ต.ท.ฐนภัทร เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง
ทั้งนี้ ให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ต่อไป
อ่านข่าว :
กต.ประท้วง สว.กัมพูชาพาดพิงสถาบันฯ ชี้ไม่เหมาะสม-ยอมรับไม่ได้
ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา "ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้ว สว.
คพ.แจงกฎหมาย "ห้ามเผา" โทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท จำคุกสูงสุด 20 ปี
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











