วันนี้ (21 ม.ค.2569) เวลา 15.00 น.คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลง เฉพาะตัว หรือไม่
เนื่องจากผู้ถูกร้องทั้งสองขณะดำรงตำแหน่งได้ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของ กกต. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จนถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรม เป็นการฝ่าฝืน ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยนายกว่า 1 ชั่วโมง ไล่เรียงคำร้องของผู้ร้อง และข้อมูลข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ได้จากเอกสารหลักฐานรวมถึงการสืบสวนไต่สวน เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 โดยเฉพาะหน้าที่และอำนาจภายใต้กฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สืบเนื่องมาถึงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติรับคดี ฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ ซึ่งเป็นคดีอาญาแยกกันกับคดีเลือกตั้งภายใต้อำนาจของ กกต.
ในช่วงท้ายศาลชี้ว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ในฐานะผู้ถูกร้อง สั่งให้มีการบรรจุวาระพิจารณารับคดีฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษ และไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่ว่าผู้ถูกร้องข่มขู่สั่งการชี้นำหรือปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น อันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซง คณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อเป็นเครื่องมือแทรกแซงและหน้าที่และอำนาจของ กกต.ในการตรวจสอบการเลือก สว.แต่อย่างใด
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า มีมติว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) จากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 มีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันเป็นการขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และไม่มีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5)
แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงไปก่อนแล้วตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 170
อ่านข่าว :
ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา "ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้ว สว.
21 ม.ค.นี้ ศร.นัดฟังคำวินิจฉัยคดี "ภูมิธรรม-ทวี" แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
"ภูมิธรรม" มั่นใจแจงศาล รธน.ได้ ปมแทรกแซงคดีฮั้ว สว.











