วันนี้ (29 ม.ค.2569) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ได้รับทราบกรณีเหตุการณ์เที่ยวบิน FD3116 ของสายการบินแอร์เอเชีย เส้นทางท่าอากาศยานดอนเมือง – ท่าอากาศยานหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2569 ซึ่งมีผู้โดยสารตกค้างจากกระบวนการรับ-ส่งระหว่างอาคารผู้โดยสารและอากาศยาน ส่งผลให้เที่ยวบินออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด
หลังรับทราบเหตุการณ์ CAAT ได้เรียกสายการบินแอร์เอเชียเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องการประสานงานและการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ภาคพื้น รวมถึงขั้นตอนตรวจสอบความครบถ้วนของผู้โดยสารก่อนบิน เพื่อประเมินว่าสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการผู้โดยสารตามกฎหรือไม่
"ป้ายา" ฮีโร่ทวงสิทธิ์ เครื่องวนกลับมารับ 23 ผู้โดยสาร
กรณีดังกล่าวเกิดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชี Nat Nattyy เล่าเหตุการณ์ว่า ผู้โดยสารกลุ่ม 5 คนเช็กอินออนไลน์ ผ่านขั้นตอนปกติ ขึ้นรถบัสแล้วขึ้นเครื่อง (ที่นั่งแถวหน้า) บางคนหลับไป ตั้งแต่เครื่องยังไม่ออก ต่อมาช่วงที่เครื่องกำลังถอยหลังเพื่อเตรียมเข้ารันเวย์ มีคุณป้าคนหนึ่งแจ้งลูกเรือว่ามีเพื่อนตกค้าง ยังไม่ได้ขึ้นเครื่อง ลูกเรือบอกว่าหากไม่ได้ขึ้นเครื่องมา ก็ไม่สามารถรับได้ และแนะนำให้ขึ้นเที่ยวบินถัดไป หลังคุยกันนาน เครื่องเคลื่อนออกแต่สุดท้ายวนกลับมาจอดเดิม เวลาประมาณ 7.45 น. เปิดประตูรับผู้โดยสารเพิ่ม 23 คน
ผู้โพสต์ยังตั้งคำถามถึงสายการบินว่า ปัญหาเกิดจากจุดไหน การทิ้งผู้โดยสาร 23 คนไว้บนรถบัส การสื่อสารระหว่างลูกเรือ คนขับบัส เป็น 0 การไม่นับจำนวนผู้โดยสารทั้งตอนขึ้นและก่อนออก ไม่ตามหาผู้โดยสารที่เช็กอินแล้วแต่ยังไม่ขึ้น เหตุเกิดเพราะไฟลท์เช้า ลูกเรือไม่พร้อม หรือละเลยหน้าที่
และผู้โพสต์ชื่นชม "ป้ายา" ที่ใจเย็นมีเหตุผล ช่วยทวงสิทธิ์จนทุกคนขึ้นเครื่องได้ ถึงหาดใหญ่ปลอดภัย แม้จะเสียทั้งเวลากว่า 2 ชั่วโมงและเสียความรู้สึกก็ตาม เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับการขึ้นเครื่องครั้งต่อไป
เฟซบุ๊ก Nat Nattyy
ไทยแอร์เอเชียรับผิด แจงสื่อสารคลาดเคลื่อน
ต่อมา เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2569 สายการบิน Thai AirAsia แถลงว่า เที่ยวบิน FD3116 ดอนเมือง-หาดใหญ่ วันที่ 17 ม.ค.2569 กำหนดออก 07.10 - 08.45 น. มีผู้โดยสาร 136 คน เกิดความคลาดเคลื่อนด้านการประสานงานและสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ภาคพื้น ทำให้จำนวนผู้โดยสารไม่ครบ กัปตันตัดสินใจรับผู้โดยสารตกค้างเพื่อความปลอดภัยและครบถ้วน ส่งผลล่าช้า 36 นาที ขออภัยผู้โดยสาร ได้สอบสวนข้อเท็จจริง ดำเนินการตามระเบียบบริษัทอย่างเคร่งครัด และกำหนดมาตรการปรับปรุงกระบวนการให้รัดกุมขึ้นเพื่อป้องกันในอนาคต
ไทยพีบีเอสออนไลน์สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากพนักงาน Ramp Master หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมภาคพื้นสายการบินแห่งหนึ่งว่า ก่อนปิดประตูเครื่องบิน เจ้าหน้าที่กราวด์สตาฟ หรือ พนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน ที่อยู่บริเวณหน้าประตูก่อนขึ้นเครื่อง ต้องยืนยันจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดกับ Ramp Master เพื่อส่งข้อมูลต่อให้นักบิน บางสายการบินมีกราวด์สตาฟเดินปิดท้ายแถวหรือขึ้นบัสกลุ่มสุดท้าย
กรณีที่ผู้โดยสารที่เช็กอินแล้ว แล้วตกหล่นไม่มาขึ้นเครื่อง ทั้ง ๆ ที่เข้ามาในบริเวณอาคารผู้โดยสารแล้ว (เช่น นั่งผิดประตู เข้าห้องน้ำไม่ทันขึ้นเครื่อง) จนท.ภาคพื้น ต้องเช็กว่าผู้โดยสารคนนั้นมีกระเป๋าโหลดใต้เครื่องหรือไม่ หากมีก็ให้นำออก และต้องทำเอกสาร Load Sheet ใหม่ เพื่อคำนวณน้ำหนักของเครื่องบินในการทำการบินใหม่ (Weight balance) และยังเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องบินและผู้โดยสารอีกด้วย
ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไม 23 คนไม่มีใครมีกระเป๋าโหลดเลย จนทำให้เกิดขั้นตอนที่ผิดพลาดเป็นลูกโซ่แบบนี้
ภาพประกอบข่าว
อ่านข่าวอื่น :
วงเลขาฯ RBC ไทย-กัมพูชาไม่บรรลุข้อตกลง ทภ.1 แจงไม่มีลงนาม
รู้จัก "เครื่องบินโจมตี AT-6TH" ประจำการกองบิน 41 หลังตกที่เชียงใหม่
เกิดเหตุเครื่องบิน AT-6 ตก อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เสียชีวิต 2 คน











