ไฟไหม้ทุ่งนาและพื้นที่ป่าในเขต ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ลุกลามสร้างความเสียหายมากกว่า 13,000 ไร่ ไม่เพียงควันไฟและฝุ่น PM2.5 ที่ลอยมาถึงกรุงเทพฯ แต่กระทบ "สัตว์หายากระดับโลก"
ทุ่งปากพลี เป็นพื้นที่อาศัยตามธรรมชาติเพียงแห่งเดียวในโลกของ "ปลาซิวสมพงษ์" 1 ใน 100 สัตว์-พืชใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งของโลก มีสถานภาพตามเกณฑ์ IUCN Redlist และต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน
ทุ่งปากพลี ไม่ใช่เพียงนาข้าว แต่เป็นพื้นที่ที่สัตว์หายากระดับโลก อาศัยอยู่มาอย่างยาวนาน
น.สพ.เกษตร สุเตชะ จากศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความสำคัญของ "ทุ่งปากพลี" พื้นที่ระบบนิเวศทุ่งหญ้า นอกจากปลาซิวสมพงษ์แล้ว
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร จากข้าวที่ตกหล่นในพื้นที่ช่วงเก็บเกี่ยว กลายเป็นแหล่งหากินของหนูนาจำนวนมหาศาล ต่อห่วงโซ่ด้วย "นกเหยี่ยว" ที่เข้ามาหากินหนูนา ทั้งเหยี่ยวดำ เหยี่ยวขาว ซึ่งเป็นเหยี่ยวประจำถิ่นของไทย
ขณะที่ช่วงฤดูหนาวของทุกปี จะมีนกอพยพ เช่น เหยี่ยวหูดำ นกอินทรีปีกลาย นกอินทรีทุ่งหญ้าสเต็ป เหยี่ยวด่างดำขาว เหยี่ยวทุ่งพันธุ์เอเชียตะวันออก อพยพจากเหนือลงใต้ตามธรรมชาติเป็นประจำทุกปี ปลายทางมาเลเซียและอินโดนีเซีย
ช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค. แทนที่เหยี่ยวดำ และเหยี่ยวหูดำ ที่อพยพหนีหนาวจากรัสเซีย มองโกเลีย จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จะอพยพต่อไป ก็เปลี่ยนมาแวะที่ทุ่งปากพลีนานขึ้น และมีพฤติกรรมรวมฝูงกันนอน เกาะตามต้นยูคาลิปตัส รวมทั้งหากินในรัศมี 50 กิโลเมตร ครอบคลุมนครนายก ปทุมธานี ปราจีนบุรี
เหยี่ยวเหล่านี้ช่วยชาวบ้านกำจัดหนู โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง
ไม่เพียงระบบนิเวศเหมาะสมกับการอยู่อาศัย มีนาและน้ำล้อมรอบพื้นที่ สิ่งสำคัญ คือ องค์ความรู้และความเข้าใจจากคนในท้องถิ่น รวมทั้งการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพราะทุกสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาชมนกที่ทุ่งปากพลี สร้างรายได้สู่ชาวบ้าน
ในทุกปีพบไฟไหม้ ลักษณะ "นาใครนามัน" แต่ไม่เสียหนักนับหมื่นกว่าไร่เช่นนี้ จึงคาดว่ามีเหยี่ยวและนกอินทรีย์จำนวนมากสำลักควันไฟ แต่ซากอาจถูกสุนัขและพังพอนกินไปแล้ว อีกทั้ง "หน้าดิน" ถูกความร้อนทำลายสารอาหารและแร่ธาตุ อาจทำให้ปลูกข้าวได้ผลผลิตไม่ดีเช่นเดิม ต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูดินและยังไม่ชัดว่าจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ เช่นเดียวบ่อน้ำที่แห้งขอดเร็วขึ้นความร้อน กระทบปลาสำคัญดังกล่าว
ไฟไหม้พร้อมกันหมื่นไร่รุนแรงมาก อย่างนี้เหยี่ยวไม่มีที่นอน ต้องกระจายกันไปที่ไหนบ้าง และโดนใครล่าบ้างก็ไม่รู้
นอกจากนี้ สถานที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งทำรังวางไข่ของ "นกอ้ายงั่ว" นกน้ำหายาก และ "เหยี่ยวดำ" ที่มีประชากรไม่เกิน 10 คู่ในพื้นที่นี้ รวมทั้ง "นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง" อีกหนึ่งนกอพยพที่ขณะนี้ประชากรทั่วโลกอยู่ที่หลักหมื่นตัว ลดลง 90% ในรอบ 40 ปี
ถ้านกวางไข่แล้ว คือจบเลย ถือว่าฤดูกาลนี้ล้มเหลว แต่ถ้าช่วงจับคู่ก็ต้องหาพื้นที่สร้างรังใหม่ การรอดชีวิตในธรรมชาติของนกพวกนี้ยากอยู่แล้ว กว่าลูกนกจะโตมีความเสี่ยงตั้งแต่อีกามาเจาะไข่ ตัวเหี้ยปีนต้นไม้มากินไข่
ข้อมูลจากมูลนิธิสืบนาคะเถียร ระบุว่า ทุ่งปากพลี เป็นทุ่งน้ำท่วมตามฤดูกาล ยังคงความเป็นธรรมชาติที่สุดหนึ่งในไม่กี่แห่งในไทย ยังไม่มีการใช้สารเคมีมากนัก ในช่วงฤดูหนาว เดือน พ.ย.-มี.ค. จะมีเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพ ทั้งเหยี่ยวดำ 1,500-2,300 ตัว มาเกาะพักนอนตามท้องทุ่ง ต้นตาล ต้นยูคาลิปตัส ภายในพื้นที่ 1,200 ไร่ เป็นแหล่งรวมตัวของเหยี่ยวดำที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นแหล่งอาศัยของเหยี่ยวและนกใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด
อ่านข่าว :
นักวิชาการห่วง "นก" รับผลกระทบเผานาข้าว
ไทยพบ Hotspot 501 จุด มากสุดนครนายก ส่วนใหญ่นาข้าว
ผู้ว่าฯ นครนายกสั่งเร่งหาตัวคนเผาพื้นที่เกษตร ลามเสียหายหมื่นไร่
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











